Case study

อายุความตัดหนี้สูญเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี


เรื่อง อายุความตัดหนี้สูญเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 23/10/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

ณ 30.09.25 บริษัทมีลูกหนี้เช็คคืนจากกรขายสินค้าจำนวนเงิน 330,000 บาท ซึ่งเคยแจ้งความตำรวจ ตกลงขอผ่อนชำระ 12 งวด แต่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ และชำระครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 25.01.67 

ตอนนี้เรื่องอยู่ที่อัยการกำลังพิจารณาเอกสารและสำนวนยังไม่ส่งฟ้องศาล 

ขอเรียนสอบถามถ้าบริษัทจะตัดหนี้สูญและเป็นรายจ่ายทางภาษีจะต้องดำเนินการอย่างไร และคดีเช็คคืนดังกล่าวนี้หมดอายุความเมื่อไหร่ และปกติตามกฎหมายกำหนดให้ต้องนับอายุความไว้อย่างไร

คำตอบ

ตอบ 1 ถ้าบริษัทจะตัดหนี้สูญและเป็นรายจ่ายทางภาษีนั้นจะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง  จากข้อเท็จจริง บริษัทมีลูกหนี้จากการขายสินค้าจำนวนเงิน 330,000 บาท ดังนั้น การที่จะตัดหนี้สูญ จะเพียงแค่ศาลประทับรับฟ้อง บริษัทก็สามารถตัดหนี้สูญได้เเลย ทั้งนี้ตามข้อ 5 ของ ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ.2534) แก้ไขโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 374 (พ.ศ.2564)  เบื้องต้นสรุปได้ดังนี้ 


รายละเอียด/เงื่อนไขกฏกระทรวง ฉบับที่ 374 (พ.ศ.2564)

ลูกหนี้คงค้าง  เกิน 200,000 บาท แต่ไม่เกิน 2,000,000 บาท

คุณลักษณะของลูกหนี้ที่จะนำมาจำหน่ายหนี้สูญทางภาษีอากร

    1 ต้องเป็นหนี้จากการประกอบกิจการหรือเนื่องจากการประกอบกิจการ หรือหนี้ที่ได้รวมเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ไม่รวมหนี้ที่ผู้เป็นหรือเคยเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ เป็นลูกหนี้ ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือในขณะที่ผู้นั้นเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ

    2 ต้องเป็นหนี้ที่ยังไม่ขาดอายุความ และ

    3 ต้องมีหลักฐานโดยชัดแจ้งที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้ และ

    4 มีหลักฐานการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ตามสมควรแก่กรณีแล้วแต่ไม่ได้รับชำระหนี้

ให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
1.ติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ตามสมควร โดยมีหลักฐานการติดตามอย่างชัดแจ้ง แต่ไม่ได้รับการชำระหนี้
2.ฟ้องลูกหนี้ในคดีแพ่งและศาลมีคำสั่งรับฟ้องแล้ว หรือยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ในคดีแพ่งที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นและศาลมีคำสั่งรับคำขอนั้นแล้ว
3.ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มลายและศาลได้มีคำสั่งรับคำฟ้องนั้นแล้ว หรือยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มลายที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องหรือในคดีที่ผู้ชำระบัญชีร้องขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลายและศาลมีคำสั่งรับคำขอรับชำระหนี้นั้นแล้ว
 ** ผู้เป็นเจ้าหนี้ต้องมีคำสั่งอนุมัติให้จำหน่ายหนี้นั้นเป็นหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ภายใน 30 วันนับแต่วันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชีนั้น


ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียด และแนวทางการจำหน่ายหนี้สูญ ที่ TAX-EZ Update Click




ตอบ 2 และ 3 

จากข้อเท็จจริงเป็นลูกหนี้จากการขายสินค้า ดังนั้น  อายุความในการตัดหนี้สูญสำหรับการขายสินค้า 2 ปี  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 193/34(1) อย่างไรก็ตามอายุความย่อมสะดุดหยุดลง เมื่อ ลูกหนี้จ่ายเช็คให้ ซึ่งถือเป็น กระทำการใด ๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้อง ปี  ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์  มาตรา 193/14  อายุความจึงเริ่มนับใหม่ตั้งเเต่วันที่ได้รับเช็ค ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/15)   


มาตรา 193/34 สิทธิเรียกร้องดังต่อไปนี้ ให้มีกำหนดอายุความสองปี

(1) ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรม ผู้ประกอบหัตถกรรม ผู้ประกอบศิลปอุตสาหกรรมหรือช่างฝีมือ เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น รวมทั้งเงินที่ได้ออกทดรองไป เว้นแต่เป็นการที่ได้ทำเพื่อกิจการของฝ่ายลูกหนี้นั้นเอง


มาตรา 193/14อายุความย่อมสะดุดหยุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
 (1) ลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ตามสิทธิเรียกร้องโดยทำเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ให้
ชำระหนี้ให้บางส่วนชำระดอกเบี้ย ให้ประกัน หรือกระทำการใด ๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้อง


มาตรา 193/15เมื่ออายุความสะดุดหยุดลงแล้วระยะเวลาที่ล่วงไปก่อนนั้นไม่นับเข้าในอายุความ     เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดเวลาใดให้เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้น


อ้างอิง

เรื่อง

การจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 13/06/2023 - วันที่ตอบ 13/06/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 พ.ศ. 2534

ปุจฉา

การจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ มีกี่วิธี อะไรบ้าง

วิสัชนา

ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้

1. หลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับการจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้

    การจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 พ.ศ. 2534 ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 374 พ.ศ. 2554 ใช้บังคับสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป

    1.1 หนี้สูญที่จะถือเป็นรายจ่ายทางภาษี ต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 โดยให้ถือเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่เป็น ไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎกระทรวงดังกล่าว

    1.2 หนี้สูญที่ได้รับกลับคืนมา ให้นำมาถือเป็นรายได้ในรอบระยะ เวลาบัญชีปีที่ได้รับกลับคืน นั้น

    1.3 หนี้สูญที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 186

ย่อมเข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้าม ให้บวกกลับเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่จำหน่ายหนี้สูญนั้น หากภายหลังได้รับกลับคืนมา ก็ไม่ต้องนำ มาถือเป็นรายได้ทางภาษีอากรอีก

2คุณลักษณะของลูกหนี้ที่จะนำมาจำหน่ายหนี้สูญทางภาษีอากร

    2.1 ต้องเป็นหนี้จากการประกอบกิจการหรือเนื่องจากการประกอบกิจการ หรือหนี้ที่ได้รวมเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ไม่รวมหนี้ที่ผู้เป็นหรือเคยเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ เป็นลูกหนี้ ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือในขณะที่ผู้นั้นเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ

    2.2 ต้องเป็นหนี้ที่ยังไม่ขาดอายุความ และ

    2.3 ต้องมีหลักฐานโดยชัดแจ้งที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้ และ

    2.4 มีหลักฐานการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ตามสมควรแก่กรณีแล้วแต่ไม่ได้รับชำระหนี้


 3วิธีการติดตามทวงถาม เพื่อการจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้

    3.1 กรณีทวงถามด้วยตนเอง ไม่ว่าลูกหนี้จะมีจำนวนเท่าใดก็ตาม บริษัทฯ ต้องดำเนินการจนถึงที่สุด โดยมีหลักฐานการติดตามทวงถามอย่างชัดแจ้ง และไม่ได้รับชำระหนี้ โดยปรากฏกรณีดังกล่าว จึงจะสามารถจำหน่ายหนี้สูญได้

          (1) ลูกหนี้ตาย/สาบสูญและไม่มีทรัพย์สินใดๆ จะชำระหนี้ได้

          (2) ลูกหนี้เลิกกิจการ และเจ้าหนี้อื่นมีบุริมสิทธิเหนือ ทรัพย์สินของลูกหนี้

    3.2 กรณีดำเนินคดีในศาลแพ่ง หรือยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้

          (1) สำหรับลูกหนี้ไม่มีจำนวนไม่เกิน 200,000 บาท ไม่ต้องดำเนินคดีในศาลแพ่ง หรือยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ หากมีหลักฐานการทวงถามตามสมควรแก่กรณีแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระหนี้ และหากจะฟ้องต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ ก็ให้ดำเนินการจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ได้

               อนึ่ง สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีก่อนปี 2563 นั้น กำหนดจำนวนลูกหนี้ในกรณีนี้ไม่เกิน 100,000 บาท เว้นแต่สถาบันการเงิน กำหนดจำนวนลูกหนี้ในกรณีนี้ไม่เกิน 200,000 บาท

          (2) สำหรับลูกหนี้มีจำนวนไม่เกิน 2,000,000 บาท รวมทั้งลูกหนี้ไม่มีจำนวนไม่เกิน 200,000 บาท แต่หากจะฟ้องต้องเสียค่าใช้จ่ายคุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ ให้ดำเนินการฟ้องร้องลูกหนี้ และเมื่อศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องแล้ว ให้กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการมีคำสั่งอนุมัติให้จำหน่ายหนี้สูญภายใน 30 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

               อนึ่ง สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีก่อนปี 2563 นั้น กำหนดจำนวนลูกหนี้ในกรณีนี้ไม่เกิน 500,000 บาท

          (3) สำหรับลูกหนี้ที่มีจำนวนเกินกว่า 2,000,000 บาท ที่ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีแพ่งหรือได้ยื่นคําขอเฉลี่ยหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีแพ่ง จนคดีถึงที่สุด โดยต้องมีหมายบังคับคดีของศาลแล้ว และมีรายงานการบังคับคดีครั้งแรกของเจ้าพนักงานบังคับคดี อันสามารถแสดงได้ว่า ได้มีการดำเนินการบังคับคดีแล้ว แต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดจะชําระหนี้ได้

                อนึ่ง สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีก่อนปี 2563 นั้น กำหนดจำนวนลูกหนี้ในกรณีนี้ไม่เกิน 500,000 บาท

          การดำเนินการตาม (2) หรือ (3) ที่ได้กระทำในต่างประเทศหรือการดำเนินการอื่นในลักษณะทํานองเดียวกันที่ได้กระทำในต่างประเทศ ต้องมีเอกสารหลักฐานแห่งการดำเนินการที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ออกให้ และหลักฐานดังกล่าวต้องได้รับการรับรองคําแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย ตามระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร

    3.3 กรณีดำเนินคดีในศาลล้มละลาย หรือยื่นคำขอรับชำระหนี้

          (1) สำหรับลูกหนี้ไม่มีจำนวนไม่เกิน 200,000 บาท ไม่ต้องดำเนินคดีในศาลแพ่ง หรือยื่นคำขอเฉลี่ยหนี้ หากมีหลักฐานการทวงถามตามสมควรแก่กรณีแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระหนี้ และหากจะฟ้องต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ ก็ให้ดำเนินการจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ได้

               อนึ่ง สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีก่อนปี 2563 นั้น กำหนดจำนวนลูกหนี้ในกรณีนี้ไม่เกิน 100,000 บาท เว้นแต่สถาบันการเงิน กำหนดจำนวนลูกหนี้ในกรณีนี้ไม่เกิน 200,000 บาท

          (2) สำหรับลูกหนี้มีจำนวนไม่เกิน 2,000,000 บาท รวมทั้งลูกหนี้ไม่มีจำนวนไม่เกิน 200,000 บาท แต่หากจะฟ้องต้องเสียค่าใช้จ่ายคุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ ให้ดำเนินการฟ้องร้องลูกหนี้ และเมื่อศาลมีคำสั่งรับคำฟ้องแล้ว ให้กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการมีคำสั่งอนุมัติให้จำหน่ายหนี้สูญภายใน 30 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

     อนึ่ง สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีก่อนปี 2563 นั้น กำหนดจำนวนลูกหนี้ในกรณีนี้ไม่เกิน 500,000 บาท

          (3) สำหรับลูกหนี้ที่มีจำนวนเกินกว่า 2,000,000 บาท ต้องดำเนินคดีในศาลล้มละลายหรือได้ยื่นคําขอรับชําระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลายหรือในคดีที่ผู้ชําระบัญชีร้องขอให้ศาลพิพากษาให้ลูกหนี้เป็นบุคคลล้มละลาย จนคดีถึงที่สุดดังต่อไปนี้ เจ้าหนี้จึงจะจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ได้

               (ก) ได้ดำเนินการฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายโดยได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น หรือ

               (ข) ลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรก หรือศาลได้มีคำสั่งปิดคดีแล้ว

                อนึ่ง สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีก่อนปี 2563 นั้น กำหนดจำนวนลูกหนี้ในกรณีนี้ไม่เกิน 500,000 บาท

          การดำเนินการตาม (2) หรือ (3) ที่ได้กระทำในต่างประเทศหรือการดำเนินการอื่นในลักษณะทํานองเดียวกันที่ได้กระทำในต่างประเทศ ต้องมีเอกสารหลักฐานแห่งการดำเนินการที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ออกให้ และหลักฐานดังกล่าวต้องได้รับการรับรองคําแปลจากภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทย ตามระเบียบของกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการรับรองเอกสาร



 

4. อย่างไรก็ตาม หากเจ้าหนี้ได้ร้องขอต่อศาลล้มละลายให้มีการปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ โดยศาลล้มละลายได้มีคำสั่งเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นั้น หนี้ในส่วนที่เจ้าหนี้ได้ปลดหรือประนอมหนี้ให้ลูกหนี้ ให้จำหน่ายหนี้ โดยไม่ต้องดำเนินการตามวิธีที่ 1 ถึงวิธีที่ 3 ข้างต้น

กรณีกรรมการบริษัทหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกันกู้ยืมเงินจากบริษัทฯ แล้วบริษัทฯ ไม่สามารถติดตามทวงถามให้กรรมการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกันชำระหนี้ จนต้องจำหน่ายหนี้สูญ นั้น

    1. หนี้สูญที่บริษัทฯ จะจำหน่ายหนี้สูญได้ต้องมีคุณลักษณะตามข้อ 3 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ดังนี้

        “ข้อ 3 หนี้สูญที่จะจำหน่ายจากบัญชีลูกหนี้ต้องเป็นหนี้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

             (1) ต้องเป็นหนี้จากการประกอบกิจการหรือเนื่องจากการประกอบกิจการ หรือหนี้ที่ได้รวมเป็นเงินได้ในการคำนวณกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ไม่รวมหนี้ที่ผู้เป็น หรือเคยเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นลูกหนี้ ไม่ว่าหนี้นั้นจะเกิดขึ้นก่อนหรือในขณะที่ผู้นั้นเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ

              (2) ต้องเป็นหนี้ที่ยังไม่ขาดอายุความและมีหลักฐานโดยชัดแจ้งที่สามารถฟ้องลูกหนี้ได้”

        ดังนั้น หนี้สูญที่บริษัทฯ ให้กู้ยืมแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องกัน จึงไม่สามารถนำมาถือเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ เรียกได้ว่า เป็นหนี้สูญต้องห้าม และในทางบัญชี ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ถือหุ้นท่านอื่นๆ รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสีย (Steak holders) อาทิ ภาครัฐ เพราะจะทำให้กิจการไม่มีกำไรสุทธิทางบัญชีที่จะจ่ายเงินปันผลเมื่อต้องนำมาหักกลบกับหนี้สูญดังกล่าว


     2. ในอีกแง่มุมหนึ่ง การตัดหนี้ที่กรรมการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกัน นั้นมองได้ว่า เป็นการสมคบกันยกหนี้ให้แก่กรรมการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกัน อย่างไม่โปร่งใส และตรวจสอบได้ ขาดการควบคุมภายในที่ดี ในทางภาษีอากรจึงกำหนดต้องถือว่ากรรมการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกันได้รับผลประโยชน์ อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่กรรมการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกันต้องนำมารวมคำนวณเป็นเงินได้ และเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่ได้รับการยกหนี้ให้นั้น ตามหลัก “รายจ่ายของฝ่ายหนึ่งย่อมเป็นเงินได้ของผู้รับอีกฝ่ายหนึ่ง” จะหายไปเฉยๆ ดายๆ ไป โดยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้


     3. จากข้อ 2 รัฐบาลโดยกรมสรรพากรมีหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของจำนวนภาษีเงินได้ของผู้มีเงินได้ให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่ออำนวยให้เกิดความเป็นธรรมแก่สังคมสืบไป


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"





เรื่อง

ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีอายุความการจำหน่ายหนี้สูญของลูกหนี้

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

29/01/2015

เลขที่หนังสือ

กค 0702/1182

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

ตามมาตรา 193/33 (5) และมาตรา 193/34 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ข้อหารือ

     บริษัท อ. จำกัด แจ้งว่า บริษัทฯ ประกอบกิจการขายเคมีภัณฑ์ ลูกค้ามีทั้งประเภทซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายหรือนำไปใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย บริษัทฯ ขอหารือว่า
        1. กำหนดอายุความการใช้สิทธิเรียกร้อง กรณีผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าสินค้าที่ได้ส่งมอบให้ลูกค้า มีกำหนดอายุความห้าปี ตามมาตรา 193/33 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และกำหนดอายุความสองปี ตามมาตรา 193/34 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ซึ่งมีความหมายและหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับที่กำหนดไว้ ตามข้อ 3 (2) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ ใช่หรือไม่ อย่างไร
        2. กรณีลูกค้าซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่ายหรือนำไปใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อออกจำหน่าย ถือว่า ตามลักษณะการประกอบกิจการของลูกค้าในการซื้อสินค้าได้ทำเพื่อกิจการของลูกค้า
ดังนั้น สิทธิเรียกร้องที่บริษัทฯ มีต่อลูกค้าซึ่งเป็นลูกหนี้ในลักษณะนี้มีกำหนดอายุความห้าปี ตามมาตรา 193/33 (5)และมาตรา 193/34 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่นเดียวกับอายุความตามข้อ 3 (2) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ ใช่หรือไม่ อย่างไร
        3. กรณีลูกหนี้ขอผ่อนชำระหนี้ค่าสินค้ามาระยะหนึ่งแล้วหยุดชำระ ตามมาตรา 193/14 และมาตรา 193/15 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กำหนดให้อายุความสะดุดหยุดลง และให้เริ่มนับอายุความใหม่เมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงนั้นสิ้นสุดแล้ว เช่นเดียวกับอายุความตามข้อ 3 (2) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ ใช่หรือไม่ อย่างไร

แนววินิจฉัย

     1. ตามข้อ 1. และข้อ 2. กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการขายเคมีภัณฑ์ บริษัทฯ มีลูกค้าทั้งประเภทที่ซื้อสินค้าไปเพื่อจำหน่าย หรือนำไปใช้ในการผลิตสินค้าเพื่อจำหน่าย ต่อมาบริษัทฯ ได้ใช้สิทธิเรียกร้องเอาค่าสินค้าจากผู้ซื้อซึ่งเป็นลูกหนี้ที่สั่งซื้อสินค้ามาเพื่อกิจการของลูกหนี้เองภายในกำหนดเวลาอายุความห้าปี ตามมาตรา 193/33 (5) และมาตรา 193/34 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น หากบริษัทฯ ได้ใช้สิทธิเรียกร้องให้ลูกค้าชำระหนี้ค่าสินค้าตามข้อเท็จจริงแล้ว จึงเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องภายในกำหนดอายุความ ตามข้อ 3 (2) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ
      2. ตามข้อ 3. กรณีลูกหนี้ขอผ่อนชำระหนี้ค่าสินค้าให้บริษัทฯ มาระยะหนึ่งแล้วหยุดชำระ ถือได้ว่า เป็นกรณีที่ลูกหนี้กระทำการใด ๆ อันปราศจากข้อสงสัยแสดงให้เห็นเป็นปริยายว่ายอมรับสภาพหนี้ตามสิทธิเรียกร้อง หากได้กระทำการดังกล่าวภายในอายุความการใช้สิทธิเรียกร้องให้ชำระหนี้ มีผลทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ตามมาตรา 193/14 (1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และเมื่อเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงสิ้นสุดเวลาใด ให้เริ่มนับอายุความใหม่ตั้งแต่เวลานั้น ตามมาตรา 193/15 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในกรณีลูกหนี้ขอผ่อนชำระหนี้ค่าสินค้าให้บริษัทฯ โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือตามสิทธิเรียกร้องซึ่งขาดอายุความแล้ว แม้ว่าลูกหนี้ไม่รู้ว่าสิทธิเรียกร้องนั้นขาดอายุความ ถือได้ว่า ลูกหนี้ได้สละประโยชน์แห่งอายุความ แต่ไม่มีผลกระทบกระเทือนต่อสิทธิของบุคคลภายนอก ตามมาตรา 193/24 และมาตรา 193/28 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากต่อมาลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น บริษัทฯ ไม่สามารถอ้างสิทธิตามหลักฐานใหม่โดยอาศัยมูลหนี้เดิมที่ได้ขาดอายุความไปแล้ว เนื่องจากเป็นหนี้ที่ขาดอายุความจึงไม่เป็นไปตามข้อ 3 (2) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ ที่บริษัทฯ จะนำมาจำหน่ายหนี้สูญออกจากบัญชีลูกหนี้ ตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากรได้

เลขตู้

78/39474



หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ