Case study

การกรอกแบบ ภพ.30 ยื่นเพิ่มเติม กรณียื่นภาษียื่นยอดขาย7% ไว้ต่ำไป และยื่นยอดขาย0%ไว้สูงไป


เรื่อง การกรอกแบบ ภพ.30 ยื่นเพิ่มเติม กรณียื่นภาษียื่นยอดขาย7% ไว้ต่ำไป และยื่นยอดขาย0%ไว้สูงไป
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 26/01/2026
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

รบกวนขอสอบถามเกี่ยวกับการกรอกแบบ ภพ.30 ยื่นเพิ่มเติม กรณียื่นภาษียื่นยอดขาย7%ไว้ต่ำไป และยื่นยอดขาย0%ไว้สูงไป โดยมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
ในเดือน 11 บริษัทมียอดขายทั้ง ยอดขายที่ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 7 และยอดขายที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 ซึ่งบริษัทได้มีการยื่น ภพ.30 ออนไลน์ของเดือน 11 ภายในกำหนดเวลา 

โดยขอยกตัวอย่างตัวเลขดังนี้
1. ยอดขายในเดือนนี้ = 2,000 (รวมยอดขาย 7%+0%)
2. ลบยอดขายในอัตราร้อยละ 0 = 500
3. ยอดขายที่ต้องเสียภาษี = 1,500
4. ภาษีขายเดือนนี้ = 105 ต่อมาพบว่าได้มีการกรอกตัวเลขยอดขายที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 เกินไป ที่ถูกต้องจะต้องเป็นยอดขายที่ต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 7 = 500 และไม่มียอดขายที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 โดยที่ยอดรวมของยอดขายเท่าเดิม 

กรณีแบบนี้บริษัทจะต้องกรอกแบบ ภพ.30 เพื่อยื่นเพิ่มเติมอย่างไร และวิธีการคำนวณเงินเพิ่ม+เบี้ยปรับ ตามที่ยกตัวอย่างถูกต้องหรือไม่ โดยที่วิธีการกรอก และการคิดเงินเพิ่ม+เบี้ยปรับเป็นดังนี้ค่ะ
1. กรอกยอดขายแจ้งไว้ขาดที่ข้อ 1 = 500 และในข้อ 2 ที่เป็นยอดขายที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 ไม่ต้องกรอก หรือ
2. ไม่ต้องกรอกยอดขายในข้อ 1 ตามแบบ แต่มากรอกในข้อ 2 ที่เป็นยอดขายที่เสียภาษีในอัตราร้อยละ 0 = -500 ซึ่งทั้ง 2 แบบจะได้ภาษีขายที่ต้องชำระเพิ่มเท่ากัน เพียงแต่วิธีการกรอกไม่เหมือนกัน ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีผลกับการเก็บตัวเลขของทางกรมสรรพากรหรือไม่
3. บริษัทมีเงินเพิ่ม = 7.5 (500*1.5%) และเบี้ยปรับ 25 (500*5%) กรณียื่นเพิ่มเติมภายใน 30 วันนับจากวันที่ 15.12.25 ถูกต้องหรือไม่

คำตอบ

ตอบ 1-2 การยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อปรับปรุง ภ.พ.30 บริษัทจะต้องปรับปรุงให้เป็นยอดที่ถูกต้อง สามารถเลือกยื่นแบบเพิ่มเติมได้ 2 ช่องทางคือ


1) ยื่นด้วยแบบกระดาษ ที่สรรพากรพื้นที่
(โดยแนบรายงานภาษีขายไปด้วย แสดงยอดในรายงานเพิ่มยอดขาย 
VAT 7% และ ใส่ยอดติดลบยอดขาย VAT 0%)

ให้กรอกแบบดังนี้

  • ข้อ 1    “ยอดขายแจ้งไว้ขาด”   กรอกเพิ่ม = 500
  • ช่อง “ยอดขายอัตรา 0%”กรอกติดลบ 500 บาท  
  • ข้อ 4  ยอดขายที่ต้องเสียภาษี 500 บาท
  • ข้อ 5ภาษีขาย =  500 × 7% = 35 บาท

 


2) ยื่นเพิ่มเติม E-Filling ผ่าน Website  กรมสรรพากร >> https://efiling.rd.go.th/rd-cms/
(โดยให้จัดทำรายงานภาษีขายไว้ด้วย แสดงยอดในรายงานเพิ่มยอดขาย 
VAT 7% และ ใส่ยอดติดลบยอดขาย VAT 0%)

ให้กรอกแบบดังนี้

  • ช่องยอดขายที่เสียภาษีในอัตรา 0% ให้ติ๊ก แจ้งไว้เกิน = 500
  • ระบบก็คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มให้อัตโนมัติ = 35 บาท
  • พร้อมคำนวณเบี้ยปรับ เงินเพิ่มให้พร้อม = 4.56 บาท

ตอบ การคำนวณเงินเพิ่ม และเบี้ยปรับ

เงินเพิ่ม ตามมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้คำนวณ เงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระ   

จากข้อเท็จจริงของสมาชิก  ภาษีที่ต้องชำระ =  500 บาท จะต้องเสียเงินเพิ่ม  1.5% ต่อเดือน โดย นับจากวันที่ 15/12/2025 ตัวอย่างเช่น บริษัทยื่นเพิ่มเติมวันที่ 26/1/2569    เงินเพิ่ม =  35 x 1.5% x 2 เดือน = 1.06 บาท

เบี้ยปรับ ตามมาตรา 89(3) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้บริษัทเสียเบี้ยปรับหนึ่งเท่าของเงินภาษีที่เสียคลาดเคลื่อนหรือที่นำส่งคลาดเคลื่อน จากข้อเท็จจริงของสมาชิก  ภาษีที่ต้องชำระ =  35 บาท ดังนั้นหลักคือจะต้องเสียเบี้ยปรับอีก 35 บาท อย่างไรก็ตาม  คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 81/2542 ข้อ 2 ระบุว่า กรณีที่บริษัทได้ยื่นแบบเพิ่มเติมเอง โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือ  บริษัทจะได้ลดเบี้ยปรับจาก 1 เท่า  เหลือ 2% หรือ  5% หรือ 10% หรือ 20%  ขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่พ้นกำหนดเวลาชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามอัตราและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
      (ก) ถ้าชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี มูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 2 ของเบี้ยปรับ
      (ข) 
ถ้าชำระภายหลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันพ้น กำหนดเวลาชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 5 ของเบี้ยปรับ

     (ค) ถ้าชำระภายหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันพ้น กำหนดเวลาชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 10 ของเบี้ยปรับ

     (ง) ถ้าชำระภายหลัง 60 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี มูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 20 ของเบี้ยปรับ จะต้องเสียเบี้ยปรับ 3.50 บาท (35 x 10%) กรณียื่นเพิ่มเติมภายใน 60 วันนับจากวันที่ 15/12/2025

จากข้อเเท็จจริงของสมาชิก  ภาษีที่ต้องชำระ =  35 บาท หลักคือจะต้องเสียเบี้ยปรับอีก 35 บาท  แต่ได้สิทธิ์ลดเบี้ยปรับ   ตัวอย่างเช่น บริษัทยื่นเพิ่มเติมไม่เกินวันที่ 23/2/2569  จะถือว่าชำระภายหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันพ้น กำหนดเวลาชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม(วันที่ 15/12/2025) ดังนั้นบริษัทจะต้องเสียเบี้ยปรับ ให้เสียร้อยละ 10 ของเบี้ยปรับ เบี้ยปรับ =  35 x 10%= 3.50 บาท


มาตรา 89/1 บุคคลใดไม่ชำระภาษีหรือนำส่งภาษีให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาตามบทบัญญัติในหมวดนี้ ให้เสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ
ในกรณีที่อธิบดีอนุมัติให้ขยายเวลาเสียภาษีตามที่กำหนดในมาตรา 3 อัฏฐ และได้มีการชำระภาษีหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายให้นั้น เงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งให้ลดลงเหลือร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน
             การคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือยื่นแบบนำส่งภาษีตามส่วน 7 จนถึงวันชำระภาษีหรือนำส่งภาษี แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้มิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระหรือนำส่ง


มาตรา 89 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษี หรือบุคคลตามมาตรา 86/13 เสียเบี้ยปรับในกรณีและตามอัตราดังต่อไปนี้

   (3) ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือแบบนำส่งภาษีไว้ไม่ถูกต้องหรือมีข้อผิดพลาดอันเป็นเหตุให้จำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งในเดือนภาษีคลาดเคลื่อนไป ให้เสียเบี้ยปรับอีกหนึ่งเท่าของเงินภาษีที่เสียคลาดเคลื่อนหรือที่นำส่งคลาดเคลื่อน


คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542
 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร

---------------------------------------------

ข้อ ให้บุคคลที่จะต้องเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 89 หรือมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อเจ้าพนักงาน ประเมินแสดงเหตุที่ของดหรือลดเบี้ยปรับนั้น เว้นแต่กรณีอธิบดีกรมสรรพากรพิจารณาเห็น สมควรจะสั่งให้งดหรือลดเบี้ยปรับโดยไม่ต้องมีคำร้องก็ได้
 
การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือ แจ้งการประเมิน ถ้าได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้ว ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์ตามกฎหมายต่อไป
 ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระ ภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการ หรือกรณีผู้ประกอบกิจการที่เสียภาษีธุรกิจ เฉพาะได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะพร้อมกับการยื่นแบบแสดงราย การนั้น โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือ 
ให้ถือว่า แบบแสดงรายการดังกล่าวเป็นคำร้องตามวรรคหนึ่ง
 
คำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือตามวรรคสาม หมายความถึง กรณีเจ้าพนักงานประเมินได้ตรวจพบความผิดและได้มีการบันทึกความผิดไว้ใน หนังสือหรือบันทึกข้อความแล้ว


ข้อ การลดเบี้ยปรับตามมาตรา 89(1) มาตรา 89(2) มาตรา 89(3) และมาตรา 89(4) แห่งประมวลรัษฎากร ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจพิจารณาสั่งลดได้ โดยให้ลดลงคงเสียตามอัตราและเงื่อนไขดังต่อไปนี้
 
  (1) ในกรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีตามมาตรา 83/7 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือแบบนำส่งภาษีและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการหรือแบบนำส่งนั้น โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจ สอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือ ให้เสียเบี้ยปรับดังนี้
      (ก) 
ถ้าชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี มูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 2 ของเบี้ยปรับ
      (ข) 
ถ้าชำระภายหลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันพ้น กำหนดเวลาชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 5 ของเบี้ยปรับ

( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.117/2545 )

     (ค) ถ้าชำระภายหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันพ้น กำหนดเวลาชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 10 ของเบี้ยปรับ

( ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.117/2545 )

     (ง) ถ้าชำระภายหลัง 60 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี มูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 20 ของเบี้ยปรับ



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ยื่นภาษีล้าช้าและโดนเบี้ยปรับจากสรรพากร สามารถทำเรื่องของดหรือลดเบี้ยปรับได้ไหม

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/04/2025 - วันที่ตอบ 23/04/2025

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2541 ฯ

ปุจฉา

กรณียื่นภาษีล้าช้าและโดนเบี้ยปรับจากสรรพากร ส่วนนี้สามารถทำเรื่องของดหรือลดเบี้ยปรับได้ไหมคะ

วิสัชนา

ตามสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 อธิบดีกรมสรรพากรโดยอนุมัติรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 ทวิ วรรคสอง มาตรา 67 ตรี วรรคสาม มาตรา 89 วรรคสอง และมาตรา 91/21 (6) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดหลักเกณฑ์การงดหรือลด เบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะตามประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

    “ข้อ 2 ให้บุคคลที่จะต้องเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 89 หรือมาตรา 91/21 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ทำคำร้องเป็นหนังสือยื่นต่อเจ้าพนักงาน ประเมินแสดงเหตุที่ของดหรือลดเบี้ยปรับนั้น เว้นแต่กรณีอธิบดีกรมสรรพากรพิจารณาเห็น สมควรจะสั่งให้งดหรือลดเบี้ยปรับโดยไม่ต้องมีคำร้องก็ได้

         การยื่นคำร้องตามวรรคหนึ่ง ให้ยื่นก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือ แจ้งการประเมิน ถ้าได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้ว ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์ตามกฎหมายต่อไป

         ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระ ภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการ หรือกรณีผู้ประกอบกิจการที่เสียภาษีธุรกิจ เฉพาะได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีธุรกิจเฉพาะพร้อมกับการยื่นแบบแสดงราย การนั้น โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือ ให้ถือว่า แบบแสดงรายการดังกล่าวเป็นคำร้องตามวรรคหนึ่ง

         คำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือตามวรรคสาม หมายความถึง กรณีเจ้าพนักงานประเมินได้ตรวจพบความผิดและได้มีการบันทึกความผิดไว้ใน หนังสือหรือบันทึกข้อความแล้ว

     ข้อ 3 เจ้าพนักงานประเมินจะพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับให้ได้เฉพาะกรณีเจ้า พนักงานประเมินเห็นว่า บุคคลที่จะต้องเสียเบี้ยปรับไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีและได้ให้ความ ร่วมมือในการตรวจสอบไต่สวนด้วยดี

     ข้อ 4 การลดเบี้ยปรับตามมาตรา 22 หรือมาตรา 26 แห่งประมวลรัษฎากร ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจพิจารณาสั่งลดได้ แต่ต้องให้เสียไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของ เบี้ยปรับ

     ข้อ 5 การลดเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (1) มาตรา 89 (2) มาตรา 89 (3) และมาตรา 89 (4) แห่งประมวลรัษฎากร ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจพิจารณาสั่งลดได้ โดยให้ลดลงคงเสียตามอัตราและเงื่อนไขดังต่อไปนี้

         (1) ในกรณีผู้มีหน้าที่เสียภาษีหรือผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีตามมาตรา 83/7 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือแบบนำส่งภาษีและชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม พร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการหรือแบบนำส่งนั้น โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจ สอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือ ให้เสียเบี้ยปรับดังนี้

              (ก) ถ้าชำระภายใน 15 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี มูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 2 ของเบี้ยปรับ

              (ข) ถ้าชำระภายหลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันพ้น กำหนดเวลาชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 5 ของเบี้ยปรับ

              (ค) ถ้าชำระภายหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน นับแต่วันพ้น กำหนดเวลาชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 10 ของเบี้ยปรับ

              (ง) ถ้าชำระภายหลัง 60 วัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาชำระภาษี มูลค่าเพิ่ม ให้เสียร้อยละ 20 ของเบี้ยปรับ...”


ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นแบบ ภ.พ.30 เสียภาษีมูลค่าเพิ่มล้าช้า ซึ่งต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (2) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนสามารถทำคำร้องของดหรือลดเบี้ยปรับได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามข้อ 2 ข้อ 3 และข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่  ท.ป. 81/2541 ฯ ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 ดังกล่าวข้างต้น


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ