ตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 กระทรวงการคลังได้ออกประกาศอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อปฏิบัติการตามลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้ “ข้อ 2 ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามวิธีการดังต่อไปนี้ เป็นอัตราแลกเปลี่ยนในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย (1) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในแต่ละวัน (2) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในแต่ละวัน การใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามวิธีการตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามวิธีการหนึ่งวิธีการใดแล้ว ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรานั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรจึงจะเปลี่ยนแปลงวิธีการได้ ข้อ 3 ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามข้อ 2 ในการปฏิบัติการตามลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีดังต่อไปนี้ (1) การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส มาตรา 50 มาตรา 69 ทวิ และมาตรา 69 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร (2) การหักภาษีตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร (3) การหักภาษีจากการจำหน่ายเงินกำไร ตามมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร (4) การออกใบกำกับภาษี (TAX INVOICE) สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการที่ไม่สามารถคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา 79/4 แห่งประมวลรัษฎากร (5) การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร (6) กรณีอื่นที่มิได้มีบทบัญญัติของกฎหมายไว้โดยเฉพาะ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนตามประกาศฉบับก่อนให้คงใช้ได้ในการคำนวณสำหรับภาษีอากรตามระยะเวลานั้น ๆ ข้อ 4 ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยสองวันทำการก่อนวันนำส่งเงินภาษี สำหรับการนำส่งเงินภาษีตามมาตรา 3 ปัณรส แห่งประมวลรัษฎากร"
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ จะจ่ายค่านายหน้า เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ผ่านบัญชี FCD ของธนาคารพาณิชย์ ดังนี้ 1. จ่ายให้กับบุคคลธรรมดา (สัญชาติไทย) มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายเท่าไหร่ และต้องมีการหัก และนำส่ง โดยภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจะเกิดขึ้นทันทีที่ได้รับเงินเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ 2. จ่ายให้กับนิติบุคคล (จดทะเบียนบริษัทในประเทศไทย) มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายเท่าไหร่ และต้องมีการหัก และนำส่ง โดยภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล จะเกิดขึ้นในวันที่ที่ได้รับเงินเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ อันเป็นรอบระยะเวลาบัญชีปีที่มีการรับเงินตราต่างประเทศนั้น 3. จ่ายให้กับนิติบุคคล (จดทะเบียนที่ประเทศสิงคโปร์) มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอัตราถัวเฉลี่ยขายของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในวันโอนเงินตราต่างประเทศให้แก่นิติบุคคลแห่งประเทศสิงคโปร์ และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 รวมทั้งการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.36 (ถ้ามี) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่โอนเงินตราต่างประเทศ ทั้งนี้ ตามมาตรา 70 และมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |