Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

เรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระทุนส่วนที่เหลือบางส่วน บางผู้ถือหุ้นได้ไหม / การติดอากรแสตมป์


เรื่อง เรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระทุนส่วนที่เหลือบางส่วน บางผู้ถือหุ้นได้ไหม / การติดอากรแสตมป์
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 23/02/2023 - วันที่ตอบ 06/03/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,อากรแสตมป์
ข้อกฎหมาย มาตรา 109 ประกอบมาตรา 103 แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
1. เรื่องการชำระทุนส่วนที่เหลือ กรณีที่บริษัทฯ มีนโยบายจะเรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระทุนส่วนที่เหลือบางส่วน แต่จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นบริษัท A ชำระหุ้นส่วนที่เหลือบางส่วนก่อน เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ เหลือน้อย ต้องการเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่ยังไม่เรียกชำระผู้ถือหุ้นรายย่อยซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา สามารถทำได้หรือไม่ค่ะ 

2. กรณีเรื่องการติดอากรแสตมป์จ้างทำของ PO ของผู้ว่าจ้างลงวันที่ 1 มีนาคม 2563  แต่ผู้ว่าจ้างส่ง PO ให้ผู้รับจ้าง ในวันที่ 2 เมษายน พร้อมเซ็นชื่อตกลงรับงานวันที่ 22 เมษายน 2563  ออกใบแจ้งหนี้ 15 พฤษภาคม 2563 จะต้องยึดวันที่ที่ผู้ว่าจ้างออก PO หรือวันที่ที่ผู้รับจ้างเซ็นชื่อรับงาน
วิสัชนา
1. ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 
    ส่วนที่ 2
    หุ้นและผู้ถือหุ้น 
    มาตรา 1117 อันมูลค่าของหุ้น ๆ หนึ่งนั้น มิให้ต่ำกว่าห้าบาท
    มาตรา 1118 อันหุ้นนั้น ท่านว่าจะแบ่งแยกหาได้ไม่
         ถ้าบุคคลมีจำนวนแต่สองคนขึ้นไปถือหุ้น ๆ เดียวร่วมกัน ท่านว่าต้องตั้งให้คนใดคนหนึ่งในจำนวนนั้นแต่คนเดียวเป็นผู้ใช้สิทธิในฐานเป็นผู้ถือหุ้น
         อนึ่ง บุคคลทั้งหลายซึ่งถือหุ้น ๆ เดียวร่วมกัน ต้องร่วมกันรับผิดต่อบริษัทในการส่งใช้มูลค่าของหุ้น
    มาตรา 1119 หุ้นทุก ๆ หุ้นจำต้องให้ใช้เป็นเงินจนเต็มค่า เว้นแต่หุ้นซึ่งออกตามบทบัญญัติมาตรา 1108 อนุมาตรา (5) หรือมาตรา 1221
         ในการใช้เงินเป็นค่าหุ้นนั้น ผู้ถือหุ้นจะหักหนี้กับบริษัทหาได้ไม่
    มาตรา 1120 บรรดาเงินค่าหุ้นซึ่งยังจะต้องส่งอีกนั้น กรรมการจะเรียกให้ผู้ถือหุ้นส่งใช้เสียเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่ที่ประชุมใหญ่จะได้วินิจฉัยเป็นอย่างอื่น
    มาตรา 1121 การเรียกเงินค่าหุ้นแต่ละคราวนั้น ท่านบังคับว่าให้ส่งคำบอกกล่าวล่วงหน้าไม่ต่ำกว่ายี่สิบเอ็ดวันด้วยจดหมายส่งลงทะเบียนไปรษณีย์ และผู้ถือหุ้นทุกคนจะต้องใช้เงินตามจำนวนที่เรียกนั้น สุดแต่กรรมการจะได้กำหนดไปว่าให้ส่งไปยังผู้ใด ณ ที่ใดและเวลาใด
    มาตรา 1122 ถ้าและเงินอันจะพึงส่งใช้เป็นค่าหุ้นตามเรียกนั้นผู้ถือหุ้นคนใดมิได้ส่งใช้ตามวันกำหนดไซร้ ผู้นั้นจะต้องเสียดอกเบี้ยนับแต่วันที่กำหนดให้ส่งใช้จนถึงวันที่ได้ส่งเสร็จ

2. ทุนจดทะเบียน หรือ ทุนเรือนหุ้น คือ ทุนที่บริษัทนํามาจดทะเบียนไว้กับกระทรวงพาณิชย์ ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกําหนดขั้นต่ำเอาไว้ จํานวนหุ้นทั้งหมดที่จดทะเบียนอาจจะนํามาออกหุ้นเพียงบางส่วนก่อน ส่วนที่นํามาออกหุ้นนี้ เรียกว่า ทุนที่ออกหุ้นแล้ว (Issued Capital) แต่ในประเทศไทยกําหนดว่าหุ้นทั้งหมดที่บริษัทจํากัดคิดจะจดทะเบียน ต้องนํามาออกหุ้นในคราวเดียวกัน แต่การเพิ่มทุนในอนาคตสามารถกระทําได้ แต่ต้องมีมติพิเศษจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น กล่าวคือตามมาตรา 1220 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทที่ต้องการเพิ่มทุนต้องได้มติพิเศษ โดยมติพิเศษต้องมีการประชุม 2 ครั้ง และมีกระบวนการ ดังนี้
    • การประชุมครั้งแรก มติพิเศษต้องได้เสียงเห็นด้วยจากในที่ประชุม 3 ใน 4 ของ ผู้มาร่วมประชุม ถ้าคะแนนเสียงไม่ถึง มติการเพิ่มทุนก็ตกไป แต่ถ้าผ่านก็จะมีการประชุมครั้งที่ 2 ภายใน 14 วัน ถึง 6 สัปดาห์หลังจากประชุมครั้งแรก
    • การประชุมครั้งที่ 2 เพื่อเป็นการยืนยันมติจากที่ประชุมครั้งแรก โดยคะแนนเสียงในการเห็นด้วยต้องได้รับ 2 ใน 3 ของผู้มาร่วมประชุม ถ้าผ่านการเพิ่มทุนก็สามารถกระทําได้
    การเรียกชำระค่าหุ้นคราวแรกจากผู้ถือหุ้นนั้นกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้กรรมการเรียกเก็บค่าหุ้นจากผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของมูลค่าหุ้น ตามมาตรา 1105 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 
    ส่วนการเรียกชำระค่าหุ้นส่วนที่เหลือนั้นกฎหมายไม่ได้กำหนดระยะเวลาไว้ว่ากรรมการต้องเรียกชำระค่าหุ้นส่วนที่เหลือจากผู้ถือหุ้นเมื่อไร การเรียกชำระค่าหุ้นส่วนที่เหลือจากผู้ถือหุ้นนั้นกฎหมายกำหนดให้กรรมการทำหนังสือบอกกล่าวเป็นจดหมายลงทะเบียนไปให้ผู้ถือหุ้นทราบไม่น้อยกว่า 21 วันว่าให้เอาเงินมาชำระค่าหุ้นส่วนที่เหลือกับใคร ที่ไหน และเมื่อไหร่ ตามมาตรา 1121 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจดทะเบียนเพิ่มทุนนั้น
    เมื่อมีการชำระค่าหุ้นเพิ่มแล้ว ให้บริษัททำ บอจ. 5 ฉบับใหม่ (เปลี่ยนจำนวนเงินค่าหุ้นที่เรียกชำระ) พร้อมกับทำหนังสือนำส่งบอจ. 5 ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อเป็นหลักฐานให้ประชาชนทั่วไปรับทราบ (การนำส่งบอจ. 5 ไม่ต้องจัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นใหญ่) แต่หากเป็นการนำส่งบอจ. 5 พร้อมงบการเงินก็ไม่ต้องมีหนังสือนำส่ง (ไม่ต้องรอนำส่งพร้อมงบการเงิน)

3. ตามมาตรา 109 แห่งประมวลรัษฎากร 
    “มาตรา 109 สัญญาใดเป็นตราสารซึ่งเกิดขึ้นโดยมีหนังสือโต้ตอบกันและมิได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าหนังสือฉบับหนึ่งฉบับใดที่จำเป็นในการทำให้เกิดสัญญานั้นขึ้นได้ปิดแสตมป์ครบจำนวนอากรและขีดฆ่าแสตมป์แล้วให้ถือว่าสัญญานั้นได้ปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว” 
    ซึ่งตามข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 153/2559 ฯ ลงวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับวันที่ต้องปิดอากรแสตมป์ ตามสัญญาจ้างทำของ ดังนี้ 
    “ข้อ 5 ตราสารจ้างทำของที่ต้องเสียอากร หมายถึง เอกสารการจ้างทำของซึ่งผู้รับจ้างตกลงทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเป็นการตอบแทน โดยคู่สัญญาได้ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย
        ตัวอย่าง
        (1) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซึ่งประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างให้สร้างอาคารสำนักงาน โดยบริษัท ก จำกัด แจ้งให้บริษัท ข จำกัด ประเมินราคางานเบื้องต้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และบริษัท ข จำกัด ทำใบเสนอราคา (Quotation) ให้แก่บริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ต่อมาบริษัท ก จำกัด และบริษัท ข จำกัด ได้ทำสัญญาจ้างและลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่ายในวันที่ 1 เมษายน 2559 บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้างจึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทำตราสารจ้างทำของ
        (2) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซ่อมเครื่องจักร โดยบริษัท ข จำกัดผู้รับจ้าง ออกใบเสนอราคา (Quotation) ให้บริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และบริษัท ก จำกัด ได้ลงนามในใบเสนอราคาฉบับดังกล่าวในวันที่ 1 มีนาคม 2559 บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทำตราสารจ้างทำของ” 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
    1. ในการชำระทุนส่วนที่เหลือ นั้น กรรมการบริษัทพึงต้องเรืยกชำระค่าหุ้นจากผู้ถือหุ้นทุกคนเท่าๆ กัน กรณีที่บริษัทฯ มีนโยบายจะเรียกให้ผู้ถือหุ้นชำระทุนส่วนที่เหลือบางส่วน แต่จะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นบริษัท A ชำระหุ้นส่วนที่เหลือบางส่วนก่อน เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ เหลือน้อย ต้องการเพิ่มอีกนิดหน่อย จึงไม่สามารถยังไม่เรียกชำระจากผู้ถือหุ้นรายย่อยซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ได้ เช่นนี้ ควรใช้วิธีการกู้ยืมเงินจากบริษัท A เป็นการชั่วคราวก่อน 
    2. กรณี PO ของผู้ว่าจ้างลงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563 แต่ผู้ว่าจ้างส่ง PO ให้ผู้รับจ้าง ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2563 พร้อมเซ็นชื่อตกลงรับงานวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2563 ออกใบแจ้งหนี้ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 นั้น ตามมาตรา 109 ประกอบมาตรา 103 นิยามศัพท์คำว่า “กระทำ” แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ถือว่าวันที่ต้องปิดอากรแสตมป์ ได้แก่ วันที่คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อครบถ้วนแล้ว ดังนั้น ให้ยึดถือวันที่ที่ผู้รับจ้างลงลายมือชื่อรับงาน ได้แก่ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2563



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ