Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ค่าธรรมเนียม front-end-fee , ค่าบริหารจัดการ จ่ายให้ธนาคารเพื่อกู้ยืมเงิน


เรื่อง ค่าธรรมเนียม front-end-fee , ค่าบริหารจัดการ จ่ายให้ธนาคารเพื่อกู้ยืมเงิน
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 07/11/2022 - วันที่ตอบ 07/11/2022
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 40 (4)(ก), มาตรา 70, มาตรา 77/2 (1)(10), มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ
ปุจฉา

บริษัทฯ ได้กู้เงินธนาคารในประเทศและต่างประเทศ เป็นการกู้เงินแบบ syndicated loans โดยมีธนาคารในประเทศไทยเป็นตัวกลาง คือ ธนาคาร ก ธนาคาร ก ได้เชิญธนาคารอื่นๆ เข้าร่วมให้วงเงินกู้ โดยแบ่งเป็นธนาคารในประเทศ ก ข และ ค ให้วงเงินกู้ธนาคารละ 100 ล้านบาท และธนาคารต่างประเทศ ได้แก่ ธนาคาร a b และ c ให้วงเงินกู้ 100 ล้าน USD ซึ่งบริษัทต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการกู้ยืม (front end fee) คิดเป็นร้อยละ 0.75 ของเงินกู้ ซึ่งบริษัทต้องจ่ายให้ทุกธนาคาร และบริษัทต้องจ่ายค่า coordinating fee (ค่าจัดหาแหล่งเงินกู้และติดต่อประสานงาน) ให้แก่ธนาคาร ก คิดเป็นร้อยละ 0.25 ของวงเงินกู้ที่ธนาคาร ก หามาได้ เท่ากับ 750,000 บาท และ 750,000 USD 

อยากเรียนถามว่า
ค่าธรรมเนียม Front end fee และ coordinating fee ถือเป็นเงินได้ประเภทเดียวกับดอกเบี้ย 40 (4)(ก) หรือไม่ครับ หากไม่ใช่บริษัทต้องหัก ณ ที่จ่าย และมี vat หรือไม่

วิสัชนา
1. สำหรับค่าธรรมเนียม front-end-fee ที่ธนาคารฯ เรียกเก็บจากบริษัทฯ เข้าลักษณะเป็นเงินได้ที่มีลักษณะทำนองเดียวกับดอกเบี้ย ผลประโยชน์ หรือค่าตอบแทนอื่นๆ ที่ได้จากการกู้ยืม ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร และเงินได้ดังกล่าว ไม่เข้าลักษณะเป็นบริการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด 
    (1) กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่ธนาคาร ก ธนาคาร ข และธนาคาร ค ซึ่งเป็นธนาคารในประเทศไทย บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด เนื่องจากไม่มีกฎหมายใดกำหนดให้หัก (หนังสือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/1833 ลงวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2561) https://www.rd.go.th/26851.html           
    (2) กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่ธนาคาร a ธนาคาร b และธนาคาร c ซึ่งเป็นธนาคารในต่างประเทศไทย บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ของเงินได้ และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีนี้ บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด 

2. ค่าบริหารจัดการ (Management Fee) หรือค่า coordinating fee (ค่าจัดหาแหล่งเงินกู้และติดต่อประสานงาน) หากการบริหารจัดการดังกล่าวนั้น ไม่มีความซับซ้อน หรือต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ค่าตอบแทนในการบริหารจัดการ เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร และเงินได้ดังกล่าว (หนังสือกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/3892 
ลงวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2549วทีม) https://www.rd.go.th/31481.html เข้าลักษณะเป็นบริการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 (1) ประกอบกับมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร  
    (1) กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่ธนาคาร ก ธนาคาร ข และธนาคาร ค ซึ่งเป็นธนาคารในประเทศไทย บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ของเงินได้ ตามข้อ 3/1 (1) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 โดยธนาคารฯ ดังกล่าวต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม และออกใบกำกับภาษีให้แก่บริษัทฯ เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าบริการดังกล่าว  
    (2) กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าธรรมเนียมดังกล่าวให้แก่ธนาคาร a ธนาคาร b และธนาคาร c ซึ่งเป็นธนาคารในต่างประเทศไทย 
         (ก) หากเป็นธนาคารที่ตั้งอยู่ในประเทศที่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย เงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น "กำไรธุรกิจ" ย่อมได้รับ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศไทยสำหรับค่าตอบแทนดังกล่าว ทั้งนี้ ตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งประเทศคู่ภาคื เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงการรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 18) พ.ศ. 2505 เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนให้ธนคารต่างๆ ดังกล่าว บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินแต่อย่างใด และเนื่องจากค่าตอบแทนตามสัญญาดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่กระทำในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรเมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนตามสัญญา บริษัทฯ มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0 ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร 
         (2) หากเป็นธนาคารที่ตั้งอยู่ในประเทศที่ไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศไทย เงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ของเงินได้ และนำส่งพร้อมทั้งยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีนี้ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร เช่นเดียวกับกรณีตาม (1) ดังกล่าวข้างต้น



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ