Case study

ภาษีที่เกี่ยวข้องกับ ดอกเบี้ยรับ จากการที่บริษัทแม่ให้บริษัทลูกกู้ยืมเงิน ซึ่งทำเป็นสัญญาตั๋ว P/N


เรื่อง ภาษีที่เกี่ยวข้องกับ ดอกเบี้ยรับ จากการที่บริษัทแม่ให้บริษัทลูกกู้ยืมเงิน ซึ่งทำเป็นสัญญาตั๋ว P/N
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 28/01/2026
ประเภทภาษี ภาษีธุรกิจเฉพาะ,อากรแสตมป์
ข้อกฎหมาย
คำถาม

สอบถามเกี่ยวกับประเด็นภาษีที่เกี่ยวข้อง บริษัทแม่ออกเงินกู้ให้กับบริษัทลูก (เข้าหลักเกณฑ์ บริษัทแม่ถือหุ้นในบริษัทลูกไม่น้อยกว่า 25% ของหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง และถือมาไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนวันกู้ยืม) และทำเป็นสัญญาตั๋ว P/N

อยากสอบถามเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอากรแสตมป์ ณ ตอนทำสัญญาตั๋วใช้เงิน เสียอากรตามลักษณะ 3 อัตราฉบับละ 3 บาท แล้ว ณ วันที่บริษัทแม่(ไทย) ได้รับดอกเบี้ยจากบริษัทลูก (ไทย/ตปท.) บริษัทแม่ไม่มีภาระภาษีธุรกิจเฉพาะ เพราะเข้าหลักเกณฑ์ แต่ยังมีภาระที่ต้องยืน อ.ส. 4 ตอนรับดอกเบี้ยอีกหรือไม่

คำตอบ

ขอแยกสรุปประเด็นเรื่อง อากรแสตมป์ และ ภาระการยื่นแบบ อ.ส.4 ดังนี้


1. การเสียอากรแสตมป์ (ตอนทำสัญญา)

ในกรณีที่เป็นการกู้ยืมโดยใช้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) แทนการทำสัญญาเงินกู้ทั่วไป:

  • อัตราภาษี : เสียตามลักษณะแห่งตราสาร 9 (2) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ (ตั๋วสัญญาใช้เงิน) คือ ฉบับละ 3 บาท
  • ข้อควรระวัง: ตั๋ว P/N นั้นต้องมีลักษณะเป็นตราสารเปลี่ยนมือได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หากในตั๋วมีการระบุเงื่อนไขการกู้ยืมที่ละเอียดจนเข้าลักษณะเป็น "สัญญาเงินกู้" เจ้าพนักงานอาจประเมินให้เสียตามลักษณะตราสาร 5 (กู้ยืมเงิน) คือ 2,000 บาท ต่อ อากร 1 บาท (สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท)


 
2. ภาระการยื่นแบบ อ.ส.4 (ตอนรับดอกเบี้ย)

  • โดยปกติแล้ว หากการกู้ยืมเงินนั้น ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ เช่น ไม่ได้ทำเป็นหนังสือสัญญา หรือใช้ตั๋ว P/N ที่เสียฉบับละ 3 บาทไปแล้ว และได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะด้วย "ไม่ต้องยื่น อ.ส.4" 


สรุปคำตอบ

หากยืนยันว่าการกู้ยืมนี้ใช้ ตั๋ว P/N และเสียอากรแสตมป์ฉบับละ 3 บาทไปเรียบร้อยแล้ว :

  • บริษัทแม่ (ไทย) รับดอกเบี้ยจากบริษัทลูก (ไทย)/ (ตปท.)  : ไม่ต้องยื่นแบบ อ.ส.เพราะภาระอากรแสตมป์ได้จบไปแล้วที่ตัวตราสาร (ตั๋ว P/N) และภาษีธุรกิจเฉพาะได้รับยกเว้นตามกฎหมาย และไม่เข้าเงื่อนไขการเสียอากรแสตมป์ตามลักษณะตราสาร 28 (ข)


สำหรับ ลักษณะตราสาร 28 (ข) ใบรับสำหรับการโอน หรือก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในเมื่อนิติกรรมที่เป็นเหตุให้ออกใบรับนั้นมีการจดทะเบียนตามกฎหมาย เช่น ขายที่ดิน/บ้าน ที่มีการจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานที่ดินเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการรับเงินกู้ทั่วไปหรือการรับดอกเบี้ย


ลักษณะแห่งตราสาร

อากรแสตมป์

ผู้ที่ต้องเสียอากร

ผู้ที่ต้องขีดฆ่า

แสตมป์


 5. กู้ยืมเงินหรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร

ทุกจำนวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งยอดเงินให้กู้ยืม หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชี

     ค่าอากรตามลักษณะแห่งตราสารนี้ เมื่อคำนวณแล้วถ้าเกิน 10,000 บาท ให้เสีย 10,000 บาท 

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร

การกู้ยืมเงินซึ่งสมาชิกกู้ยืมจากสหกรณ์หรือสหกรณ์กู้ยืมจากสหกรณ์หรือจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 ใช้บังคับ 1 ก.พ.2529 เป็นต้นไป)





 
1 บาท




 ผู้ให้กู้




 ผู้กู้


ลักษณะแห่งตราสาร

อากรแสตมป์

ผู้ที่ต้องเสียอากร

ผู้ที่ต้องขีดฆ่า

แสตมป์


 9. (1) ตั๋วแลกเงินหรือตราสารทำนองเดียวกับที่ใช้อย่างตั๋วแลกเงิน ฉบับละ

(2) ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารทำนองเดียวกับที่ใช้อย่างตั๋วสัญญาใช้เงิน ฉบับละ

     ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร

ถ้าตั๋วออกเป็นสำรับและฉบับแรกในสำรับนั้นปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ฉบับอื่น ๆ ไม่ต้องปิดอีก แต่ต้องสลักหลังฉบับนั้น ๆ ไว้ว่า ได้เสียอากรแล้ว

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2526 ใช้บังคับ 29 พ.ย.2526 เป็นต้นไป)



3 บาท


3 บาท


ผู้สั่งจ่าย


ผู้ออกตั๋ว


ผู้สั่งจ่าย


ผู้ออกตั๋ว


ลักษณะแห่งตราสาร

อากรแสตมป์

ผู้ที่ต้องเสียอากร

ผู้ที่ต้องขีดฆ่า

แสตมป์

28. ใบรับเฉพาะตามที่ระบุต่อไปนี้

(ก) ใบรับรางวัลสลากกินแบ่งของรัฐบาล

     (ข) ใบรับสำหรับการโอน หรือก่อตั้งสิทธิใด ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ในเมื่อนิติกรรมที่เป็นเหตุให้ออกใบรับนั้นมีการจดทะเบียนตามกฎหมาย

(ดูประกาศอธิบดี เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 21))

(ดูคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 27/2537)

     (ค) ใบรับสำหรับการขาย ขายฝาก ให้เช่าซื้อหรือโอนกรรมสิทธิ์ยานพาหนะ ทั้งนี้ เฉพาะยานพาหนะซึ่งมีการจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยยานพาหนะนั้น ๆ

     ถ้าใบรับตาม (ก) (ข) หรือ (ค) มีจำนวนเงินตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไปทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท

(พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ.2525 ใช้บังคับ 27 ก.พ.2525 เป็นต้นไป)

ยกเว้นไม่ต้องเสียอากร

ใบรับ สำหรับจำนวนเงินที่ผู้รับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ

(พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ.2534 ใช้บังคับ 1 ม.ค.2535 เป็นต้นไป)













1 บาท












ผู้ออกใบรับ












ผู้ออกใบรับ

(ยกเลิกโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2529 ใช้บังคับ 1 ก.พ.2529 เป็นต้นไป)


อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

การปิดอากรแสตมป์ กรณีกู้ยืมเงินกรรมการ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 10/11/2021 - วันที่ตอบ 30/11/2021

ประเภทภาษี

อากรแสตมป์

ข้อกฎหมาย

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)

ปุจฉา

เนื่องจากได้อ่านประกาศอธิบดีฯ ฉบับ 37 ดังกล่าว มีข้อสงสัยกรณีที่ผู้ให้กู้เป็นบุคคลธรรมดา เช่น กรรมการนำเงินส่วนตัวให้บริษัทกู้ยืมเป็นทุนหมุนเวียนเนื่องจากบริษัทฯ ขาดสภาพคล่องเป็นการชั่วคราว โดยไม่มีการคิดดอกเบี้ย และไม่มีกำหนดเวลาชำระคืน และได้ทำบันทึกภายในและมีการลงนามอนุมัติเป็นหลักฐานประกอบการลงบัญชี

    ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) เรื่อง กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร สำหรับตราสารบางลักษณะ………..

       “ข้อ 2 ให้กำหนดวิธีการชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ตามมาตรา 103 (3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับตราสารแห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ท้ายหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้

           (4) กู้ยืมเงิน หรือการตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ตาม ลักษณะแห่งตราสาร 5. แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์

       ข้อ 3 วิธีเสียอากรเป็นตัวเงิน……

           (4) สำหรับตราสารตามข้อ 2 (4) ให้สถาบันการเงินหรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับผู้ให้กู้หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคาร ชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 53) ใช้บังคับ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป)

คำถามคือ

    ผู้ให้กู้ยืมเงิน (กรรมการ) สามารถชำระอากรโดยการปิดอากรแสตมป์ได้หรือไม่ และไม่อยู่ในบังคับในชำระอากรเป็นตัวเงินตามประกาศอธิบดี ฉบับ 37 ตามข้อ (4) และ ข้อ 3 (4) ใช่หรือไม่ครับ

วิสัชนา

กรณีตามข้อเท็จจริง ผู้ให้กู้ยืมเงิน (กรรมการ) สามารถชำระอากรโดยการปิดอากรแสตมป์ได้ ไม่อยู่ในบังคับให้ชำระอากรเป็นตัวเงินตามประกาศอธิบดี (ฉบับที่ 37) ตามข้อ (4) และ ข้อ 3 (4) แต่อย่างใด อย่างไรก็ตามหากบริษัทฯ จัดทำตั๋วสัญญาใช้เงิน แทนการทำสัญญากู้ยืมเงิน ก็ปิดอากรแสตมป์เพียง ฉบับละ 3 บาทเท่านั้น ตามลักษณะตราสาร 9 (2) (2) ตั๋วสัญญาใช้เงินหรือตราสารทำนองเดียวกับที่ใช้อย่างตั๋วสัญญาใช้เงิน



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


เรื่อง

อากรแสตมป์ กรณีการชำระอากรเป็นตัวเงินสำหรับตราสารตั๋วสัญญาใช้เงิน

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

03/12/1997

เลขที่หนังสือ

กค 0811/16444

ประเภทภาษี

อากรแสตมป์

ข้อกฎหมาย

ประเด็นปัญหา

ข้อหารือ

บริษัทฯ ได้ชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์อากร สำหรับตราสารตั๋วสัญญาใช้เงินตามลักษณะแห่งตราสาร 9 (2) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ดังนี้ ถือเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้องหรือไม่

    1. ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (ลูกหนี้) มิใช่สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัยและธนาคาร ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินและมอบตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ให้แก่บริษัทเงินทุน (เจ้าหนี้) เพื่อเป็นหลักฐานแห่งหนี้

    2. ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน (ลูกหนี้) เป็นสถาบันการเงิน บริษัทประกันภัยและธนาคาร ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินและมอบตั๋วสัญญาใช้เงินนั้น ให้แก่บริษัทเงินทุน (เจ้าหนี้) เพื่อเป็นหลักฐานแห่งหนี้

แนววินิจฉัย

ตราสารตั๋วสัญญาใช้เงินเข้าลักษณะเป็นตราสารตามลักษณะแห่งตราสาร 9 (2) แห่งบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ผู้ออกตั๋วจึงมีหน้าที่ต้องชำระอากร ดังนี้

    1.ตามข้อ 1. ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินมิใช่สถาบันการเงิน ผู้ออกตั๋วจึงไม่มีหน้าที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ ตามข้อ 2 (6) และข้อ 3 (6) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)ฯ ต้องเสียอากรต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร หรือจะปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามมาตรา 103 แห่งประมวลรัษฎากร ก็ได้

    2. ตามข้อ 2. แยกพิจารณาได้ดังนี้

       (1) ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นสถาบันการเงิน แต่ไม่รวมถึงบริษัทประกันภัยและธนาคาร ผู้ออกตั๋วมีหน้าที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ ตามข้อ 2 (6) และข้อ 3 (6) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)ฯ

       (2) ผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นบริษัทประกันภัยและธนาคาร ผู้ออกตั๋ว ไม่มีหน้าที่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ ตามข้อ 2 (6) และข้อ 3 (6) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)ฯ ต้องเสียอากรต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร หรือจะปิดแสตมป์บริบูรณ์ ตามมาตรา 103 แห่งประมวลรัษฎากร ก็ได้

เลขตู้

60/26162


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ