Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

เงินได้ของผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเอกชน ได้รับจัดสรรต้องนำมารวมเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาsหรือไม่
| เรื่อง | เงินได้ของผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเอกชน ได้รับจัดสรรต้องนำมารวมเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาsหรือไม่ |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 07/01/2026 - วันที่ตอบ 17/02/2026 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550, ข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) |
| ปุจฉา | สอบถาม เรื่อง เงินได้ของผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนเอกชน ได้รับจัดสรรต้องนำมารวมเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไหมคะ |
| วิสัชนา | 1. ตามข้อ 2 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 307 (พ.ศ. 2558) ใช้บังคับวันที่ 11 กรกฎาคม 2558 เป็นต้นไป กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ดังนี้ “ข้อ 2 ให้กำหนดเงินได้ต่อไปนี้เป็นเงินได้ตาม (17) ของมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 (1) เงินได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงเงินได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนนอกระบบประเภทกวดวิชาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ทั้งนี้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันถัดจากวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ... (37) เงินปันผลหรือเงินส่วนแบ่งของกำไรจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้จากกิจการโรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือกิจการสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน แต่ไม่รวมถึงกิจการโรงเรียนเอกชนนอกระบบประเภทกวดวิชาที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน ทั้งนี้ สำหรับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับตั้งแต่วันถัดจากวันที่กฎกระทรวงนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป" (ความตาม (37) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 307 (พ.ศ. 2558) ใช้บังคับ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป) 2. ตามหนังสือกรมสรรพากรเลขที่ 0702/5981 ลงวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เรื่อง ภาษีเงินได้นิติบุคคล กรณีการประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน ข้อกฎหมาย พระราชกฤษฎีกา ฯ (ฉบับที่ 284) พ.ศ.2538 ข้อหารือ : กรณีบริษัทที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้จัดตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนในระบบประเภสามัญศึกษาตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ชื่อโรงเรียน ก. (โรงเรียน) มีค่าตอบแทน และ บริษัทฯ ยังมีรายได้อื่น ๆ ดังนี้ 1. รายได้จากการจำหน่ายอุปกรณ์การเรียน (อุปกรณ์ลูกเสือ เนตรนารี ถุงเท้า) การทำบัตรประจำตัวนักเรียน การทำเอกสารหรือหลักฐานการศึกษาของนักเรียน 2. รายได้จากการให้บริการบุคคลอื่นที่ไม่ใช่นักเรียน เช่น การให้บริการสระว่ายน้ำ การทำบัตรประจำตัวผู้ปกครอง การจำหน่ายเครื่องแบบนักเรียนที่บุคคลอื่นมาฝากขาย เงินบริจาคเพื่อการให้ใช้สถานที่ของโรงเรียนฯ 3. รายได้ประเภทดอกผลจากพันธบัตรหรือกองทุนต่าง ๆ ที่บริษัทฯ ได้ทำการลงทุนและ รายได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการของโรงเรียนฯ เมื่อเสื่อมสภาพแล้ว ขอหารือว่า เนื่องจากโรงเรียนฯ เป็นนิติบุคคลตามมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 โรงเรียนฯ จึงไม่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร หากรายได้อื่น ๆ เหล่านี้มีหลักฐานแสดงว่าเป็นของโรงเรียนฯ โรงเรียนฯ ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและไม่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการ อย่างไรก็ดี การที่บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนฯ และเป็นผู้แทนของโรงเรียนฯ บริษัทฯ จึงมิใช่ผู้ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน หากบริษัทฯ ได้รับเงินได้จากการจัดสรรผลตอบแทนที่ได้จากการดำเนินกิจการของโรงเรียนฯ ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 และมีรายได้อื่น ๆ ตามที่หารือมา บริษัทฯ ต้องนำผลตอบแทนและรายได้อื่น ๆ นั้นมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร และไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 284) พ.ศ. 2538 ถูกต้อง หรือไม่ แนววินิจฉัย : กรณีที่บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนฯ จากกระทรวงศึกษาธิการตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 โรงเรียนฯ จึงเป็นนิติบุคคลนับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาต และบริษัทฯ มีฐานะเป็นผู้แทนของโรงเรียนเอกชนตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว กรณีจึงถือว่า บริษัทฯ มิได้เป็นผู้ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน การที่มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ได้กำหนดให้โรงเรียนฯ โดยคณะกรรมการบริหารทำการจัดสรรผลตอบแทนที่ได้ จากการดำเนินการของโรงเรียน ฯ ให้แก่บริษัทฯ ในฐานะผู้รับใบอนุญาตตอบแทนที่ได้รับจัดสรรดังกล่าวจึงเป็นการจ่ายเงินเพื่อตอบแทนการที่บริษัทฯ ดำเนินการขอรับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 284) พ.ศ. 2538 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 588) พ.ศ. 2558 ส่วนกรณีที่บริษัทฯ มีรายได้อื่น ๆ ตามข้อหารือซึ่งปรากฏตามหลักฐานใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีว่าเป็นของบริษัทฯ หากบริษัทฯ รับรู้รายได้ดังกล่าวเป็นรายได้ของบริษัทฯ กรณีถือว่า เป็นรายได้ที่บริษัทฯ ได้รับเนื่องจากกิจการอื่นนอกจากการประกอบกิจการโรงเรียนเอกชน บริษัทฯ ต้องนำมารวมเป็นรายได้เพื่อการคำนวณกำไรสุทธิ และไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิดังกล่าวตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 284) พ.ศ. 2538 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 588) พ.ศ. 2558 เลขตู้ : 81/40767 ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบุคคลธรรมดาประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนในระบบ ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ได้รับจัดสรรต้องนำมารวมเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 1. สำหรับการประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนในระบบก่อนวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นวันที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2551 ผู้ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนในระบบ ย่อมได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตาม ตามข้อ 2 (1) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร 2. สำหรับการประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนในระบบตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นวันที่ใช้บังคับพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป ผู้ได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนฯ จากกระทรวงศึกษาธิการตามมาตรา 18 แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ย่อมไม่ใช่ผู้ประกอบกิจการโรงเรียนเอกชนในระบบ เนื่องจากได้มีการกำหนดให้โรงเรียนในระบบเป็นนิติบคคล นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต และให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้แทนของนิติบุคคล ผู้ได้รับใบอนุญาตฯ จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามแนวคำตอบข้อหารือข้างต้น อนึ่ง เรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ ตามคำตอบข้างต้น เพราะยังมีความเห็นที่คลาดเคลื่อนกันทั้งประเทศ !!! ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |