Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

กิจการร่วมค้า


เรื่อง กิจการร่วมค้า
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 20/07/2023 - วันที่ตอบ 02/08/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม,อากรแสตมป์
ข้อกฎหมาย มาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร, มาตรา 5 ทวิ (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500
ปุจฉา
สอบถามเกี่ยวกับกิจการร่วมค้า คะ บริษัท ก และห้างหุ้นส่วน ข ได้ทำสัญญากิจการร่วมค้า เมื่อวันที่ 19/10/65 โดยในสัญญาได้ระบุว่าร่วมลงทุนเป็นเงินลงทุนร่วมกัน 5 ล้านบาท บริษัทละ 2.5 ล้านบาท เพื่อรับเหมางานทุกประเภทกับภาครัฐ และได้ทำการจดภาษีมูลค่าเพิ่ม วันที่ 5/11/65 และได้รับงานแรกกับภาครัฐแล้ว 
ขอเรียนสอบถามว่า 
    1. รอบบัญชีแรกเป็นวันที่ 19/11/65 – 31/10/66 ได้หรือไม่คะ และรอบบัญชีถัดไปเริ่ม 1/11/66 -31/10/67 หรือเปล่าคะ   
    2. ต้องมีผู้สอบบัญชีรับรองงบการเงินไหมคะ  
    3. การบันทึกบัญชีของกิจการร่วมค้า บันทึกบัญชีโดยใช้ชื่อบัญชีปกติเหมือนนิติบุคคลทั่วไปไหมคะ เช่น ถ้าเป็นการซื้อวัสดุก่อสร้าง ก็ใช้ชื่อ ค่าวัสดุก่อสร้าง ต้องมีชื่อบัญชีว่า ร่วมค้า หรือไม่คะ  
    4. เมื่อจบสัญญาจ้างนี้แล้วมีผลกำไรต้องแบ่งกำไรให้ บริษัท ก และ ห้างหุ้นส่วน ข เลยใช่ไหมค่ะ 
    5. บริษัท ก และ ห้างหุ้นส่วน ข ต้องบันทึกบัญชีเป็นเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า ก และ ข ใบงบการเงินของแต่ละบริษัท ไหมคะ
วิสัชนา
กรณีบริษัท ก และห้างหุ้นส่วน ข ได้ทำสัญญาจัดตั้งกิจการร่วมค้าตามหนังสือสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วน ลงวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565 โดยในสัญญาได้ระบุว่าร่วมลงทุนเป็นเงินลงทุนร่วมกัน 5 ล้านบาท บริษัทละ 2.5 ล้านบาท เพื่อรับเหมางานทุกประเภทกับภาครัฐ ซึ่งบริษัท ก และห้างหุ้นส่วนจำกัดในฐานะผู้เป็นหุ้นส่วนในกิจการร่วมค้ามีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ในอัตรา 100 บาท และกิจการร่วมค้าได้ทำการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 และได้รับงานแรกกับภาครัฐแล้ว นั้น
    1. กิจการร่วมค้ามีสิทธิเลือกวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีปีแรกตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ได้โดยให้กำหนดเวลาของรอบระยะเวลาบัญชีปีแรกไม่เกิน 12 เดือนเต็ม คือ ไม่เกินวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2566    
       ดังนั้น การกำหนดให้รอบระยะเวลาบัญชีปีแรกมีกำหนดเวลาตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566 ซึ่งทำให้มีกำหนดเวลาเกินกว่า 12 เดือนย่อมกระทำไม่ได้ จึงขอแนะนำให้ผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งสองตกลงกันกำหนดให้วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีปีแรกเป็นวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2566 ซึ่งจะทำให้กิจการร่วมค้ามีรอบระยะเวลาบัญชีปีถัดไปตรงกับปีงบประมาณของทางราชการ
    2. กิจการร่วมค้าต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงิน ตามพระราชบัญชีการบัญชี พ.ศ. 2543 และตรวจสอบและรับรองบัญชีเพื่อประโยชน์ในการเสียภาษีอากรตามมาตรา 3 สัตต แห่งประมวลรัษฎากร
    3. การบันทึกบัญชี ของกิจการร่วมค้า บันทึกบัญชีโดยใช้ชื่อบัญชีปกติตามมาตรฐานการบัญชี เช่นเดียวกับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทั่วไป เช่นถ้าเป็นการซื้อวัสดุก่อสร้าง ก็ใช้ชื่อ ค่าวัสดุก่อสร้าง ไม่ต้องมีชื่อบัญชีว่า ร่วมค้า แต่อย่างใด
    4. เมื่อจบสัญญาจ้างนี้แล้วมีผลกำไรต้องแบ่งกำไรให้ บริษัท ก และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ข ตามข้อกำหนดในสัญญาจัดตั้งกิจการร่วมค้า โดยผู้เป็นหุ้นส่วนทั้งสองจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับเงินส่วนแบ่งของกำไรที่ได้รับจากกิจการร่วมค้าที่ประกอบกิจการในประเทศไทย ตามมาตรา 5 ทวิ (1) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2500
    5. บริษัท ก และ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ข ต้องบันทึกบัญชี เป็น เงินลงทุนในกิจการร่วมค้า ก และ ข ในงบการเงิน ของแต่ละกิจการ ถูกต้องแล้ว


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ