ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ

กรณีงานที่ลูกจ้างทำไม่ใช่งานที่ต้องทำต่อเนื่องหรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างมีสิทธิตักเตือนหรือเลิกจ้างเพราะลูกจ้างปฎิเสธการทำโอที การเลิกจ้างครั้งนี้ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและสามารถกระทำได้หรือไม่


เรื่อง กรณีงานที่ลูกจ้างทำไม่ใช่งานที่ต้องทำต่อเนื่องหรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างมีสิทธิตักเตือนหรือเลิกจ้างเพราะลูกจ้างปฎิเสธการทำโอที การเลิกจ้างครั้งนี้ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและสามารถกระทำได้หรือไม่
แหล่งที่มา ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ
วันที่
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 25
คำถาม

กรณีงานที่ลูกจ้างทำไม่ใช่งานที่ต้องทำต่อเนื่องหรือเป็นงานฉุกเฉิน นายจ้างมีสิทธิตักเตือนหรือเลิกจ้างเพราะลูกจ้างปฎิเสธการทำโอที การเลิกจ้างครั้งนี้ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมและสามารถกระทำได้หรือไม่

คำตอบ

คดีแรงงาน  เรื่อง  งานฉุกเฉินตามกฎหมายแรงงาน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2985/2543 งานฉุกเฉินตามกฎหมายแรงงาน

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง : พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 25


สรุปใจความสำคัญ :

        งานขึ้นรูปปลาสวรรค์ ไม่ใช่งานที่ต้องทำต่อเนื่องหรือเป็นงานฉุกเฉิน จึงบังคับให้ทำโอทีไม่ได้ตามกฎหมาย และการปฏิเสธโอทีไม่ใช่ความผิดของลูกจ้าง นายจ้างจึงไม่มีสิทธิตักเตือนหรือเลิกจ้าง การเลิกจ้างครั้งนี้ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ศาลสั่งให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายตามที่กำหนด

 

รายละเอียดคำพิพากษาโดยย่อ :

         คดีนี้เป็นคดีแรงงานที่โจทก์ทั้งสอง ซึ่งทำงานในแผนกขึ้นรูปปลาสวรรค์ของจำเลย ฟ้องว่านายจ้างเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม โดยอ้างว่าตนไม่ได้กระทำผิดและไม่ได้รับการบอกกล่าวล่วงหน้า จึงขอให้ศาลสั่งให้รับกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายพร้อมค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ส่วนจำเลยให้การว่าโจทก์ทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ทำงานล่วงเวลา แม้จะได้รับหนังสือตักเตือนแล้ว ยังฝ่าฝืนซ้ำ ทำให้กิจการเสียหาย จึงจำเป็นต้องเลิกจ้าง ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ทั้งสองปฏิเสธการทำงานล่วงเวลาในวันที่ 9 และ 10 กรกฎาคม 2542 ก่อนถูกเลิกจ้างในวันที่ 12 กรกฎาคม 2542 และพิจารณาตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 24 วรรคสอง เห็นว่างานขึ้นรูปปลาสวรรค์ไม่ใช่งานที่มีลักษณะต้องทำต่อเนื่องจนหยุดไม่ได้ และไม่ใช่งานฉุกเฉินที่นายจ้างสามารถสั่งให้ทำล่วงเวลาโดยไม่ต้องได้รับความยินยอม ดังนั้นการที่โจทก์ไม่ทำงานล่วงเวลาไม่ถือเป็นความผิด นายจ้างจึงไม่มีสิทธิออกหนังสือตักเตือนหรือเลิกจ้าง ถือเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม และสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

         จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยยืนยันว่างานขึ้นรูปปลาสวรรค์มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นมากผิดปกติ ต้องผลิตให้แล้วเสร็จทันเช้าวันรุ่งขึ้น จึงควรถือว่าเป็นงานที่ต้องทำต่อเนื่องหรือเป็นงานฉุกเฉิน แต่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า งานประเภทนี้เป็นงานทำเป็นชิ้น ๆ หากหยุดทำหลังจากเสร็จงานในเวลาปกติ งานเดิมไม่เสียหาย อีกทั้งการที่ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นไม่ใช่เหตุการณ์ที่คาดหมายไม่ได้ล่วงหน้า จึงไม่เข้าหลักงานฉุกเฉิน และความเสียหายที่นายจ้างอ้างว่าเกิดจากการจัดหาคนทำงานแทนหรือผลงานไม่ได้มาตรฐานเป็นเพียงผลจากระบบบริหารของนายจ้างเอง มิใช่เหตุให้บังคับลูกจ้างทำล่วงเวลาได้ เมื่อการไม่ทำงานล่วงเวลาไม่ใช่ความผิด การออกหนังสือตักเตือนจึงไม่ชอบ และการเลิกจ้างย่อมไม่เป็นธรรม ศาลฎีกาจึงพิพากษายืนตามศาลแรงงานกลาง ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายและเงินต่าง ๆ ได้แก่ ค่าเสียหาย 3,000 บาท ค่าชดเชย 4,860 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 2,916 บาท แก่โจทก์ทั้งสองคน



 ให้การสนับสนุนด้านกฏหมายทั่วไป .!!

ที่ปรึกษาด้านกฏหมายทั่วไป เช่น  การยื่นขอใบอนุญาตต่างๆ และ การตรวจสอบข้อกฎหมาย จัดทำระเบียบข้อบังคับบริษัทและหนังสือสัญญาการจ้างงาน

จัดทำและตรวจทานหนังสือสัญญา  รับคำปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน  รับคำปรึกษาด้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา  บริการงานด้านมรดก และอื่นๆ

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ แผนกกฏหมาย

(ทนายความ)

ติดต่อโดยตรง : 02-261-8182

E-mail : legal@aapth.com

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ