Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ค่าใช้โปรแกรม ERP (Software) ไปยังบริษัทผู้ให้บริการในประเทศฮ่องกง


เรื่อง ค่าใช้โปรแกรม ERP (Software) ไปยังบริษัทผู้ให้บริการในประเทศฮ่องกง
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 04/12/2024 - วันที่ตอบ 04/01/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 70, มาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
บริษัทฯ จะทำการจ่ายค่าใช้โปรแกรม ERP ไปยังบริษัทผู้ให้บริการในประเทศฮ่องกง โดยบริษัทผู้ให้บริการคิดค่าใช้โปรแกรมเป็นต่อปีตามจำนวน User ที่ใช้งาน เมื่อครบปีแล้ว จะต้องจ่ายค่าใช้โปรแกรมให้กับผู้ให้บริการอีก ถ้าบริษัทฯ มีความประสงค์จะใช้งานต่อในปีถัดไป
รบกวนสอบถามว่า 
ค่าใช้จ่ายดังกล่าวเราควรจัดเป็นค่า Software หรือเป็นค่าบริการค่ะ
วิสัชนา
กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น เข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าสิทธิในการใช้โปรแกรม ERP ไปยังบริษัทผู้ให้บริการในประเทศฮ่องกง 
1. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย 
    การที่บริษัทฯ ซื้อสิทธิในการใช้โปรแกรม ERP (Software) ไปยังบริษัทผู้ให้บริการในประเทศฮ่องกง โดยไม่มีตัวแทนและสถานประกอบการในประเทศไทย เพื่อนำมาใช้ในการทำงานของบริษัทฯ และกลุ่มบริษัทย่อย โดยบริษัทฯ ไม่มีสิทธิดัดแปลง ทำซ้ำ หรือจำหน่ายให้แก่สาธารณชนนั้น แม้ Software ดังกล่าว เป็น Software มาตรฐานที่ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่าย ให้แก่บุคคลทั่วไป ไม่ใช่การรับจ้างเขียนเพื่อกิจการของบริษัทฯ โดยเฉพาะ ก็ถือว่าเป็นงานวรรณกรรมอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เงินได้จากการจำหน่าย Software จึงเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น การที่บริษัทฯ จ่ายเงินค่าสิทธิในการใช้ Software จึงเข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าตอบแทนการใช้ ลิขสิทธิ์ใน งานวรรณกรรม ซึ่งถือเป็นค่าสิทธิ (Royalties) ตามข้อ 12 แห่งอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งประเทศฮ่องกง เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าตอบแทนให้แก่บริษัทผู้ให้บริการในประเทศฮ่องกง โดยไม่มีตัวแทนและสถานประกอบการในประเทศไทย บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหักภาษีและนำส่งในอัตราร้อยละ 15 จากเงินได้พึงประเมินที่จ่าย ตาม มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 12 วรรคสองแห่งอนุสัญญาฉบับดังกล่าว

2. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม 
    บริษัทฯ จ่ายค่าสิทธิให้กับบริษัทในต่างประเทศตามข้อเท็จจริงข้างต้นเข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าบริการให้กับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินค่าบริการจึงมีหน้าที่ต้องนำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องยื่นแบบ ภ.พ.36 ณ ที่ว่าการอำเภอภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้ให้แก่ผู้ประกอบการในต่างประเทศตามมาตรา 83/6 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ดี เนื่องจากความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมดหรือบางส่วนของผู้ประกอบการที่ให้บริการในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร จะเกิดขึ้นเมื่อผู้รับบริการได้ชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วนตามาตรา 78/1 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ฉะนั้น บริษัทฯ จึงไม่มีสิทธิยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจะเกิดขึ้น



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ