Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การให้เช่ารถบรรทุก เช่าเครื่องจักร / เงินบริจาคที่จะได้รับสิทธิลดหย่อน 2 เท่า


เรื่อง การให้เช่ารถบรรทุก เช่าเครื่องจักร / เงินบริจาคที่จะได้รับสิทธิลดหย่อน 2 เท่า
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 22/04/2024 - วันที่ตอบ 28/04/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร, พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 768), พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 663)
ปุจฉา
1. รบกวนสอบถามเกี่ยวกับรายได้ค่าเช่า ดังนี้ค่ะ
    1.1 บริษัทฯ ขายสินค้า ซึ่งจดทะเบียน VAT มีรายได้จากการให้เช่ารถบรรทุก 100,000 บาทต่อปี และรายได้จากการให้เช่าเครื่องจักร 150,000 บาทต่อปี โดยเป็นการให้บริษัทอื่นเช่า รายได้ดังกล่าวบริษัทฯ ต้องนำส่ง VAT ด้วยใช่หรือไม่คะ และจะต้องถูกหัก ณ ที่จ่าย 5% ใช่หรือไม่คะ
    1.2 ถ้าเป็นบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT รายได้ค่าเช่าดังกล่าว จะไม่ต้องนำส่ง VAT แต่จะยังถูกหัก ณ ที่จ่าย เช่นกันใช่หรือไม่คะ

2. รบกวนสอบถามเกี่ยวกับเงินบริจาคที่จะได้รับสิทธิลดหย่อน 2 เท่า ดังนี้ ค่ะ
    2.1  เงินบริจาคเพื่อการศึกษา ถ้าเป็นการบริจาคให้โรงเรียน ต้องผ่านระบบ E-donation เท่านั้น ถึงจะหักลดหย่อนได้ 2 เท่าใช่หรือไม่คะ และในใบรับเงินบริจาคต้องระบุว่าเป็นการบริจาค 1. เพื่อจัดหาสื่อการเรียนการสอน 2. เพื่อจัดหาอาคารสถานที่ 3. เพื่อจัดหาบุคคากร ด้วยหรือไม่คะ จึงสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อน 2 เท่าได้ค่ะ
    2.2 ถ้าเป็นการบริจาคให้โรงเรียนเอกชนผ่านระบบ E-donation ต้องมีรายชื่ออยู่ในรายชื่อสถานศึกษาที่สามารถหักลดหย่อนเงินบริจาค ให้ 1 ได้ 2 ถึงจะสามารถหักเงินบริจาคได้ 2 เท่าใช่หรือไม่คะ และถ้าไม่มีอยู่ในรายชื่อสามารถหัก 1 เท่าได้ตามปกติใช่หรือไม่คะ
    2.3 เงินบริจาคโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง สามารถหักลดหย่อน ได้ 2 เท่า โดยบริจาคแบบปกติ หรือผ่าน E-donation ก็ได้ ใช่หรือไม่คะ
วิสัชนา
1. เกี่ยวกับรายได้ค่าเช่า ดังนี้ค่ะ
    1.1 บริษัทฯ เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT โดยทั่วไปประกอบกิจการขายสินค้า บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริษัทอื่นเช่ารถบรรทุก 100,000 บาทต่อปี และรายได้จากการให้เช่าเครื่องจักร 150,000 บาทต่อปี เช่นนี้ รายได้ดังกล่าวบริษัทฯ ต้องนำส่ง VAT ด้วย และจะต้องถูกหัก ณ ที่จ่าย 5% ถูกต้องแล้วครับ 
    1.2 ถ้าเป็นบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT เช่น ประกอบกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือรายได้จากการประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ เนื่องจากรายได้ค่าเช่าดังกล่าว มีจำนวนไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จึงยังคงได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร แต่จะยังถูกหัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 5% เช่นกัน ถูกต้องแล้วครับ 

2. เกี่ยวกับเงินบริจาคที่จะได้รับสิทธิลดหย่อน 2 เท่า ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 768) พ.ศ. 2566 ซึ่งมีเงื่อนไขดังนี้
    “มาตรา 4 ในพระราชกฤษฎีกานี้
         “สถานศึกษา” หมายความว่า 
          (1) สถานศึกษาของรัฐ
          (2) โรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน
          (3) สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน
          (4) สถานศึกษาที่จัดตั้งขึ้นในประเทศไทยตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างรัฐบาลไทย กับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ
          (5) สถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษา
ที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามค าสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560 
         “ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ระบบที่ใช้สร้างและเก็บรักษาข้อมูลการบริจาคในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร ตามประมวลรัษฎากร
    มาตรา 5 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 และส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่สถานศึกษาที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 ดังต่อไปนี้ 
         (1) สำหรับบุคคลธรรมดา ให้ยกเว้นสำหรับเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนเงินที่บริจาค 
         (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ยกเว้นสำหรับเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายที่บริจาค ไม่ว่าจะได้จ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สิน
     มาตรา 6 การยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 5 (1) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
         (1) ต้องนำเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 5 (1) มารวมคำนวณกับเงินได้ที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากรกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของเงินที่ได้จ่ายตามกรณีที่กำหนดไว้และไม่เกินร้อยละสิบของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่าย และหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร
         (2) เมื่อรวมคำนวณเงินได้ตาม (1) แล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสิบของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร 
         (3) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 50) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไข เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการบริจาคให้สถานศึกษาผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ ลงวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566 ประกอบ)
    มาตรา 7 การยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 5 (2) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังต่อไปนี้
         (1) ต้องนำเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 5 (2) มารวมคำนวณกับรายจ่ายที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความในประมวลรัษฎากรกำหนดให้มีการยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายและไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะ หรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร 
         (2) เมื่อรวมคำนวณรายจ่ายตาม (1) แล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร 
(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 50) ฯ ลงวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566 ประกอบ)
         (3) หลักเกณฑ์และเงื่อนไขอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด 
     มาตรา 8 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 และส่วน 3 หมวด 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด 4 ภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด 5 และอากรแสตมป์ตามหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่สถานศึกษา โดยผู้โอนจะต้องไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้า ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้งนี้ สำหรับการบริจาคที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2567 และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
     มาตรา 9 บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกานี้ ต้องไม่นำเงินบริจาคที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ดังกล่าวไปหักลดหย่อนเป็นเงินบริจาคตามมาตรา 47 (7) แห่งประมวลรัษฎากร หรือต้องไม่นำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ดังกล่าวไปหักเป็นรายจ่ายตามมาตรา 65 ตรี (3) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร และยกเว้นภาษีเงินได้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 แล้วแต่กรณี อีก
(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 50) ฯ ลงวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566 ประกอบ)

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
    2.1 เงินบริจาคเพื่อการศึกษา ถ้าเป็นการบริจาคให้โรงเรียน ต้องผ่านระบบ E-donation เท่านั้น ถึงจะหักลดหย่อนได้ 2 เท่า ถูกต้องแล้วครับ และในใบรับเงินบริจาค ไม่ต้องระบุว่าเป็นการบริจาค 1. เพื่อจัดหาสื่อการเรียนการสอน 2. เพื่อจัดหาอาคารสถานที่ 3. เพื่อจัดหาบุคคากร แต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 768) พ.ศ. 2566 ดังกล่าวข้างต้น 
    2.2 ถ้าเป็นการบริจาคให้โรงเรียนเอกชนผ่านระบบ E-donation ไม่ต้องมีรายชื่ออยู่ในรายชื่อสถานศึกษาดังเช่นกรณีตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2538 แต่อย่างใด ขอเพียงเป็น “โรงเรียนเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน” เท่านั้น ก็สามารถหักลดหย่อนเงินบริจาค ให้ 1 ได้ 2 แล้ว
    2.3 เงินบริจาคให้แก่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่ง สามารถหักลดหย่อน ได้ 2 เท่า โดยบริจาคแบบปกติ หรือผ่าน E-donation ก็ได้ ถูกต้องแล้วครับ ทั้งนี้ ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 663) พ.ศ. 2561 โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ดังนี้ 
         “มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 และส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลของทางราชการ ที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป ดังต่อไปนี้ 
              (1) สำหรับบุคคลธรรมดา ให้ยกเว้นสำหรับเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่าย และหักลดหย่อนตามมาตรา 47 (1) (2) (3) (4) (5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจำนวนสองเท่าของจำนวนเงินที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับเงินได้ที่ได้รับยกเว้นสำหรับการจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา สำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสิบของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนนั้น
             (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ยกเว้นสำหรับเงินได้เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายที่บริจาค ไม่ว่าจะได้จ่ายเป็นเงินหรือทรัพย์สิน แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบและรายจ่ายที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างและการบำรุงรักษาสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ หรือสนามกีฬาของเอกชนที่เปิดให้ประชาชนใช้เป็นการทั่วไปโดยไม่เก็บค่าบริการใดๆ หรือสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ หรือสนามกีฬาของทางราชการแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละสิบของกําไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬาตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร
             “สถานพยาบาลของทางราชการ” ตามวรรคหนึ่ง หมายความว่า สถานพยาบาลซึ่งเป็นส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน และให้หมายความรวมถึง
             (1) สถานพยาบาลของสถาบันการศึกษาของรัฐ
             (2) สถานพยาบาลขององค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน
             (3) สถานพยาบาลของรัฐวิสาหกิจที่เป็นองค์การของรัฐบาลหรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ 
             (4) สถานพยาบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
             (5) สถานพยาบาลของหน่วยงานอื่นของรัฐ
             (6) สถานพยาบาลของสภากาชาดไทย
             การได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด 
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 10) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สำหรับการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลของทางราชการ ลงวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2562 ประกอบ)
         มาตรา 4 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 และส่วน 3 หมวด 3 ภาษีมูลค่าเพิ่มตามหมวด 4  ภาษีธุรกิจเฉพาะตามหมวด 5 และอากรแสตมป์ตามหมวด 6 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่บุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน หรือการขายสินค้า หรือสำหรับการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้แก่สถานพยาบาลของทางราชการตามมาตรา 3 โดยผู้โอนจะต้องไม่นําต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้า ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคํานวณภาษีเงินได้ของบุคคลธรรมดาหรือบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ทั้งนี้ สำหรับการบริจาคที่ได้กระทำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด”



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ