Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

จดทะเบียนกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับกรมสรรพากร ต้องทำอย่างไรบ้าง


เรื่อง จดทะเบียนกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับกรมสรรพากร ต้องทำอย่างไรบ้าง
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 07/05/2023 - วันที่ตอบ 07/05/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร, มาตรา 3 เอกาทศ หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0702/8592
ปุจฉา

ขอเรียนถามอาจารย์ว่าจะจดทะเบียนกิจการร่วมค้า (Joint Venture) กับกรมสรรพากร ต้องทำอย่างไรบ้าง มีกรอบเวลากี่วันคะ พยายามหาคู่มือประชาชน ตาม พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ ใน Website กรมสรรพากร และที่อื่นๆ แล้ว ไม่พบเลยค่ะ

วิสัชนา
1. กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติตามหนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0702/8592 ลงวันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558 ดังนี้ 
    “1.1 กิจการร่วมค้าตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ กิจการที่ดำเนินการร่วมกันเป็นทางค้าหรือหากำไร ระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งกิจการที่จะเข้าลักษณะเป็นกิจการร่วมค้าจะต้องมีลักษณะ ดังนี้
           (1) ได้ตกลงเข้าร่วมทุนกันไม่ว่าจะเป็นเงิน ทรัพย์สิน แรงงาน หรือเทคโนโลยี หรือ ร่วมกันในผลกำไรหรือขาดทุนอันจะพึงได้ตามสัญญาที่กระทำร่วมกันกับบุคคลภายนอก หรือ
           (2) ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอก โดยระบุไว้ในสัญญาว่าเป็นกิจการร่วมค้า หรือ
           (3) ได้ร่วมกันทำสัญญากับบุคคลภายนอก โดยสัญญากำหนดให้ต้องรับผิดร่วมกันในงานที่ทำไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน และต้องรับค่าตอบแทนตามสัญญาร่วมกัน โดยสัญญาไม่ได้แบ่งแยกงานและค่าตอบแทนระหว่างกันไว้อย่างชัดเจน
     1.2 กรณีกิจการร่วมค้าฯ ได้มีการจัดทำสัญญาจัดตั้งกิจการร่วมค้า และดำเนินการเข้าลักษณะใดลักษณะหนึ่งตาม 1. พร้อมกับดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งกิจการร่วมค้าต่อสำนักงานสรรพากรพื้นที่ของกรมสรรพากรแล้ว กิจการร่วมค้าฯ จะเข้าลักษณะเป็น "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 66 แห่งประมวลรัษฎากร” 

2. ตามมาตรา 3 เอกาทศ แห่งประมวลรัษฎากร 
    “มาตรา 3 เอกาทศ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร และผู้มีหน้าที่จ่ายเงินได้มีและใช้เลขประจำตัวในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากรได้ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่อธิบดีกำหนด ทั้งนี้โดยอนุมัติรัฐมนตรี
         การกำหนดตามวรรคหนึ่งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

3. ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เรื่อง กำหนดให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และผู้จ่ายเงินได้ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย มีและใช้เลขประจำตัวในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2545 กำหนดให้ 
    3.1 ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนในกิจการร่วมค้า ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นคำร้องขอมีเลขประจำตัวและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด (ล.ป.10.3) ภายใน 60 วันนับแต่วันที่ทำสัญญาประกอบกิจการร่วมค้า 
    3.2 ให้ผู้เป็นหุ้นส่วนในกิจการร่วมค้า ตาม 3.1 ยื่นคำร้องต่อสรรพากรพื้นที่หรือสรรพากรพื้นที่สาขา ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ 
    3.3 ให้หน่วยงานที่รับคำร้องดังกล่าวข้างต้น เป็นหน่วยออกเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร หรือผู้จ่ายเงินได้ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 
    3.4 ให้กิจการร่วมค้าแจ้งเลขประจำตัวและแสดงบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของตนในการปฏิบัติการตามประมวลรัษฎากร ให้ผู้จ่ายเงินได้ซึ่งมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายแจ้งเลขประจำตัวของผู้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ในแบบแสดงรายการนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกกรณี

4. การขอมีและใช้เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร 
    ตามคำร้องขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/แก้ไขรายละเอียดผู้เสียภาษี ประเภทนิติบุคคล (ล.ป.10.3) กำหนดรายการหลักฐานที่แนบพร้อมคำร้อง (สำเนาภาพถ่ายจำนวน ..... ฉบับ)
    4.1 หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล
    4.2 หนังสือรับรองการประกอบกิจการในประเทศไทย
    4.3 หนังสือสัญญาประกอบกิจการร่วมกัน **(ปิดอากรแสตมป์ 100 บาท) 
    4.4 หนังสือสัญญาแต่งตั้งลูกจ้างหรือผู้ทำการแทนฯ ในประเทศไทย
    4.5 สำเนาทะเบียนบ้านที่ใช้เป็นสถานประกอบการของสำนักงานใหญ่
    4.6 บัตรประจำตัวประชาชน/ใบสำคัญคนต่างด้าว/หนังสือเดินทาง ของกรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจจัดการหรือลูกจ้าง
    4.7 ผู้ทำการแทนฯ ในประเทศไทย 
    4.8 หลักฐานการเปลี่ยนชื่อนิติบุคคล หรือหลักฐานการเปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานใหญ่ 
    4.9 ภาพถ่ายบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร (13 หลัก) ของผู้มีอำนาจจัดการ / ลูกจ้างผู้ทำการแทนฯ ในประเทศไทย  
    4.10 หนังสือจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการ / ควบกิจการ / โอนกิจการทั้งหมด (ไม่ต้องมี) 
    4.11 หนังสือมอบอำนาจ 
    4.12 บัตรประจำตัวประชาชน/ ใบสำคัญคนต่างด้าว / หนังสือเดินทางของผู้รับมอบอำนาจ 
    4.13 อื่น ๆ................................................................................
คำร้องขอมีเลขและบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีอากร/แก้ไขรายละเอียดผู้เสียภาษี ประเภทนิติบุคคล (ล.ป.10.3)



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ "

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ