FB คุณพงษ์นรินทร์ Transfer Pricing Specialist

Thin Capitalization คืออะไร? ตอนที่ 1
| เรื่อง | Thin Capitalization คืออะไร? ตอนที่ 1 |
| แหล่งที่มา | FB คุณพงษ์นรินทร์ Transfer Pricing Specialist |
| วันที่ | |
| ประเภทภาษี | |
| ข้อกฎหมาย | |
| คำถาม | Thin Capitalization คืออะไร? ตอนที่ 1 |
| คำตอบ | Thin Capitalization เป็นสถานะทางการเงินที่บริษัทจัดหาเงินทุนจากการกู้ยืมเกินส่วนกว่าระดับเงินทุนของผู้ถือหุ้นมาก ในทางการเงิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt-to-Equity Ratio) นี้เป็นตัวชี้วัดความสามารถในการก่อหนี้ของบริษัท โดยอัตรา D/E ที่เหมาะสมอาจแปรผันตามลักษณะของอุตสาหกรรม เช่น ห้างค้าส่ง Cash-and-carry แทบจะไม่มีส่วนของหนี้สินเลย ขณะที่สถาบันการเงินจะมีสัดส่วนหนี้สินสูงมากๆ หากบริษัทต้องประกอบการโดยใช้เพียงเงินทุนจดทะเบียนย่อมจำกัดโอกาสในการเติบโต ตรงกันข้าม หากบริษัทสามารถกู้ยืมเงินเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าทุนจดทะเบียนได้มากๆ ก็ย่อมมีโอกาสธุรกิจสูงตามไปด้วย แต่การมีอัตราส่วน D/E สูงเกินไป ที่เรียก High gearing ratio หรือ Excessive leverage ก็จะมีความเปราะบางต่อสภาพเศรษฐกิจสูง เพราะมีภาระจากการชำระดอกเบี้ยและจ่ายคืนเงินต้นสูง จึงอาจเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินได้ง่าย ถ้าจะอธิบายผลกระทบของ Thin Capitalization ในมุมมองของประมวลรัษฎากร ผมขออนุญาตใช้คำอธิบายของอาจารย์สุเทพ พงษ์พิทักษ์ในโครงการศึกษามาตรการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรเพื่อการแก้ไขปรับปรุงประมวลรัษฎากรเกี่ยวกับ Thin Capitalization แต่ดัดแปลงฉากทัศน์เป็นบริษัทแม่ในต่างประเทศกำหนดนโยบายให้บริษัทย่อยในไทยใช้เงินกู้ยืมจากบริษัทแม่ (จากที่อาจารย์ใช้ตัวอย่างเป็นกรรมการบริษัท) แทนที่จะเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทในการดำเนินงาน เมื่อบริษัทย่อยจ่ายดอกเบี้ยให้กับบริษัทแม่จะต้องหักภาษี ณ ทีจ่าย 15% ขณะที่รายจ่ายดอกเบี้ยนี้ถือเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ทำให้กำไรลดลง เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลน้อยลงไปตามส่วน หากบริษัทย่อยใช้เงินทุนหมุนเวียนของตนเอง ก็จะไม่มีรายจ่ายดอกเบี้ย มีกำไรเพิ่มขึ้น เสียภาษีมากขึ้น คิดเป็น 20% เมื่อจ่ายเงินปันผลไปให้บริษัทแม่ก็ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอีก 10% ดังนั้น บริษัทแม่จึงเลือกที่จะเสียภาษี 15% แทนที่จะเสียภาษี 22% เมื่อครั้งที่การตรวจสอบภาษีราคาโอนโดยใช้อำนาจตามมาตรา 65 ทวิ และ 65 ตรี กฎหมายไม่ได้ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ฯ ตรวจสอบภาษีหากบริษัทใช้ Thin Capitalization เป็นเครื่องมือเลี่ยงภาษี ผมขออธิบายโดยยกตัวอย่างต่อไปนี้ บริษัท ก. มีทุนเรือนหุ้น 100 ล้านบาท มีโครงการขยายธุรกิจโดยจัดหาเงินทุนด้วยการกู้ยืมเงินจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ เมื่อเปรียบเทียบจำนวนเงินต้น และอัตราดอกเบี้ยเป็น 3 กรณี จะทำให้มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยต่างกันไป ดังนี้ (1) เงินต้น 200 ล้านบาท อัตรา 7% = ดอกเบี้ยจ่าย 14 ล้านบาท/ปี (2) เงินต้น 200 ล้านบาท อัตรา 9% = ดอกเบี้ยจ่าย 18 ล้านบาท/ปี (3) เงินต้น 400 ล้านบาท อัตรา 7% = ดอกเบี้ยจ่าย 28 ล้านบาท/ปี ในกรณี (1) บริษัทแม่ให้กู้ยืมระยะยาวกับบริษัทย่อย โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ย 7% เท่ากับอัตรา MLR ของสินเชื่อระยะยาวที่ธนาคารพาณิชย์ให้กับกลุ่มฯ ในกรณี (2) บริษัทแม่กำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า MLR ที่ 9% บริษัทย่อยจึงต้องจ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้น 4 ล้านบาทต่อปี จึงเหมือนกับการส่งกำไรก้อนนี้ไปให้บริษัทแม่ กรณี (2) นี้สรรพากรสามารถประเมินภาษีตามมาตรา 65 ตรีได้ แต่กรณี (3) อัตรา D/E ของบริษัทย่อยเพิ่มสูงขึ้นถึง 4:1 แม้กำหนดอัตราดอกเบี้ยตาม MLR ที่ 7% ตามอัตราตลาด ถ้าธุรกิจที่ทำอยู่ควรมีอัตรา D/E ที่ 2:1 เท่ากับบริษัทย่อยส่งออกกำไรในรูปดอกเบี้ยเกินไปถึง 14 ล้านบาท โดยที่ยังกำหนดราคาโอนตามราคาตลาดอยู่ ในปัจจุบัน มาตรา 71 ทวิ เจ้าหน้าที่ฯ สามารถประเมินภาษีราคาโอนในกรณีที่บริษัทมี “ข้อกำหนดทางด้านการพาณิชย์หรือการเงิน” แตกต่างจากบริษัทอิสระได้ แต่ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนิยามของ “ข้อกำหนดทางการเงิน” จะมีความหมายกว้างไปกว่า “อัตราดอกเบี้ย” หรือไม่? ถ้าใช่ เจ้าหน้าที่ฯ ก็อาจมีอำนาจตรวจสอบ Thin Capitalization ได้ ครั้งหน้าเรามาศึกษาคำแนะนำใน OECD TP Guidelines เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินที่อาจเกี่ยวพันถึงเรื่อง Thin Capitalization รวมถึงตัวอย่างกฎหมายเกี่ยวกับ Thin Capitalization ในต่างประเทศกันครับ phongnarin_r@drkilaw.com
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB: Phongnarin Ratanarangsikul ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ " Phongnarin Ratanarangsikul " |
