Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การใช้พื้นที่อาคารในการเฉลี่ยภาษีซื้อ


เรื่อง การใช้พื้นที่อาคารในการเฉลี่ยภาษีซื้อ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 14/03/2018 - วันที่ตอบ 16/03/2018
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร และ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29)
ปุจฉา

     ขอสอบถามเรื่องการเฉลี่ยภาษีซื้อกรณีที่ซื้อที่ดินแล้วแบ่งการใช้งานเป็นส่วนๆ โดยเป็นส่วนของการก่อสร้างอาคารเพื่อขาย (เป็นธุรกิจ SBT) ส่วนที่จะสร้างเป็น club house ซึ่งบริษัทจะดำเนินการเองในส่วนนี้ซึ่งเป็นธุรกิจ VAT ในการออกแบบภูมิสถาปัตจะทำสัญญากับผู้ออกแบบเป็นสัญญารวมทั้ง 2 ธุรกิจรวมทั้งมีถนนส่วนกลางซึ่งเชื่อมต่อระหว่างอาคารและเชื่อมต่อกับ Club house และทางออกถนนใหญ่ นอกจากนี้ในการซื้อที่ดินมามีค่ารื้อถอนอาคารเดิมด้วย และการทำสัญญาตอกเสาเข็ม ถมดินก็เป็นสัญญารวมเนื่องจากเป็นพื้นที่ติดกันและก่อสร้างไปพร้อมกัน 

จึงขอสอบถามอาจารย์ว่า

การเฉลี่ยภาษีซื้อดังกล่าวต้องเฉลี่ยตามหลักเกณฑ์รายได้หรือพื้นที่คะ เพราะถ้าเฉลี่ยตามพื้นที่ต้องใช้พื้นที่ของอาคารแต่ละอาคารใช่หรือไม่คะ และขอสอบถามเพิ่มเติมในการใช้พื้นที่อาคารในการเฉลี่ยภาษีซื้อ ทางวิศวะแจ้งมาว่าพื้นที่มี 3 แบบคือ CFA NFA GFA จะต้องใช้แบบไหนในการใช้เฉลี่ยภาษีซื้อคะ

วิสัชนา

เกี่ยวกับเรื่องการเฉลี่ยภาษีซื้อ ตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) กำหนดหลักเกณฑ์ในการเฉลี่ยภาษีซื้อไว้ดังนี้
1. สำหรับภาษีซื้อที่เกิดจากการก่อสร้างอาคาร ที่ใช้ในทั้งสองประเภทกิจการ คือ ทั้งกิจการที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและกิจการที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียหรือได้รับยกเว้นภาษีธุกิจเฉพาะ ให้เฉลี่ยภาษีซื้อตามพื้นที่การใช้อาคาร
2. สำหรับภาษีซื้อที่เกิดจากการอื่นใดที่มิใช่การก่อสร้างอาคาร ที่ใช้ในทั้งสองประเภทกิจการ คือ ทั้งกิจการที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มและกิจการที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียหรือได้รับยกเว้นภาษีธุกิจเฉพาะ ให้เฉลี่ยภาษีซื้อตามสัดส่วนของรายได้

กรณีตามข้อเท็จจริง เป็นการสร้างปัญหาให้เกิดความยุ่งยากวุ่นวาย หากสามารถแก้ไขให้ชัดเจน โดยแยกเป็นสัดส่วน ว่าเป็นค่าใช้จ่ายของส่วนใด ตามสัญญาใด ด้วยการบริหารจัดการที่ชาญฉลาด ก็ย่อมจะไม่มีปัญหาให้ต้องขบคิดให้เปลืองพลังงาน และไม่เลี่ยงทีจะผิด เพราะฟังคำตอบจากผมหรือท่านอื่นๆ ซึ่งอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้อง และก่อให้เกิดปัญหาขึ้นในภายภาคหน้าเมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง

จึงขอแนะนำให้แยกสัญญาออกเป็นส่วนๆ ตามแต่กิจกรรมที่ก่อให้เกิดรายได้ที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือรายได้ที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
เฉพาะส่วนที่ไม่อาจแยกได้ว่า เป็นของกิจการใดเป็นจำนวนเท่าใดจึงค่อยนำมาเฉลี่ยภาษีซื้อ ตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวข้างต้น เช่น
- ภาษีซื้อสำหรับรายจ่ายในการออกแบบภูมิสถาปัตย์จะทำสัญญากับผู้ออกแบบเป็นสัญญารวมทั้ง 2 ธุรกิจ รวมทั้งมีถนนส่วนกลางซึ่งเชื่อมต่อระหว่างอาคารและเชื่อมต่อกับ Club house และทางออกถนนใหญ่ ให้หาทางแยกสัดส่วนให้ได้โดยชัดแจ้งว่าเป็นของส่วนใดเท่าใด แม้การออกแบบดังกล่าวจะต้องออกแบบรวมกันก็ตาม แต่ให้บริษัทสถาปนิกที่รับจ้างออกแบบจำแนกตามส่วนของแต่ละกิจการให้ชัดแจ้ง ก็ย่อมแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่แท้จริง
- ภาษีซื้อสำหรับค่าตอกเสาเข็ม และถมดิน ก็ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับค่าออกแบบภูมิสถาปัตย์
- ภาษีซื้อสำหรับค่ารื้อถอนอาคารเดิม ซึ่งเป็นสัญญารวมเนื่องจากเป็นพื้นที่ติดกันและก่อสร้างไปพร้อมกัน ให้เฉลี่ยภาษีซื้อตามสัดส่วนของรายได้

     อนึ่ง ในการใช้พื้นที่อาคารในการเฉลี่ยภาษีซื้อ ทางวิศวะแจ้งมาว่าพื้นที่มี 3 แบบคือ CFA NFA GFA เมื่อบริษัทฯ ได้เลือกใช้แบบไหนในการใช้เฉลี่ยภาษีซื้อ ก็ให้ใช้วิธีนั้นตลอดไป


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ