Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การคำณวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเงินได้จากขายอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งค้าหากำไร
| เรื่อง | การคำณวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเงินได้จากขายอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งค้าหากำไร |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 03/03/2024 - วันที่ตอบ 17/03/2024 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 50 (5) ประกอบกับมาตรา 48 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 100/2543 |
| ปุจฉา | การคำณวนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเงินได้จากขายอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งค้าหากำไร มีหลักคิดคำณวนอย่างไรครับ |
| วิสัชนา | 1. มาตรา 48 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดหลักเกณฑ์ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากไร เช่นเดียวกับการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยอื่นที่มิใช่โดยทางมรดก หรือที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาไว้ดังนี้ “มาตรา 48 เงินได้พึงประเมินต้องเสียภาษีเงินได้ดังต่อไปนี้ ... (4) ผู้มีเงินได้จะเลือกเสียภาษีโดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตาม (1) และ (2) ก็ได้ เฉพาะเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดก หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ดังต่อไปนี้ ... (ข) เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อันเป็นมรดก หรืออสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาให้หักค่าใช้จ่ายตามพระราชกฤษฎีกา เหลือเท่าใดถือเป็นเงินได้สุทธิ แล้วหารด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ได้ผลลัพธ์เป็นเงินเท่าใด ให้คำนวณภาษีตามอัตราภาษีเงินได้ ได้เท่าใดให้คูณด้วยจำนวนปีที่ถือครอง ผลลัพธ์ที่ได้เป็นเงินภาษีที่ต้องเสีย” อย่างไรก็ตาม ผู้มีเงินได้ที่ถูกหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 48 (4)(ข) และนำส่งไว้แล้วดังกล่าว เฉพาะผู้มีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในการค้าหรือหากำไร จะเลือกเสียภาษีเงินได้เท่าที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากลางปีหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีก็ได้ ทั้งนี้ จำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายที่จะเลือกเสียดังกล่าวให้เสียไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาขาย (มาตรา 48 (4)) จากบทบัญญัติดังกล่าว อาจสรุปวิธีการคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ได้ดังนี้ ราคาขายอสังหาริมทรัพย์ (ตามราคาประเมินฯ) xxx หัก ค่าใช้จ่ายตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 165) xxx โดยเลือกหักได้ดังนี้ 1. ค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร หรือ 2. ค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาตามจำนวนปีที่ถือครอง ดังนี้ จำนวนปีที่ถือครอง 1 ปี 2 ปี 3 ปี 4 ปี 5 ปี 6 ปี 7 ปี 8 ปีขึ้นไป อัตราค่าใช้จ่าย % 92 84 77 71 65 60 55 50 เงินได้สุทธิ xxx หาร จำนวนปีที่ถือครอง (นับตามปี พ.ศ. ที่ถือครองแต่ไม่เกิน 10 ปี) xxx เงินได้สุทธิถัวเฉลี่ยต่อปีที่ถือครอง xxx คำนวณภาษีเงินได้ตามอัตราภาษีเงินได้ (อัตราก้าวหน้า) ..... ภาษีเงินได้ต่อปีที่ถือครอง xxx คูณ จำนวนปีที่ถือครอง (นับตามปี พ.ศ. ที่ถือครองแต่ไม่เกิน 10 ปี) xxx ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย xxx (จำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของราคาขาย เฉพาะการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร) 2. ผู้ที่ได้อสังหาริมทรัพย์โดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ไม่มิสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเท่าที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (5) ประกอบกับมาตรา 48 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งตามข้อ 9 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 100/2543 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและอากรแสตมป์ กรณีการขาย การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในอสังหาริมทรัพย์ ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ดังนี้ “ข้อ 9 ผู้มีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร ซึ่งได้ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งไว้ตามข้อ 6 ต้องนำเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มา รวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่นตามมาตรา 48 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยต้องคำนวณ หักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร” โดยความเห็นส่วนตัว เงินได้พึงประเมินจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมุ่งในทางการค้าหรือหากำไร นั้น ต้องเป็นเงินได้พึงประเมินตามที่ได้รับจริง ไม่สามารถใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมายที่ดินได้ เนื่องจากราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎหมายที่ดินถูกกำหนดให้ใช้เฉพาะกับกรณีการคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกรมสรรพากรได้ฝากให้กรมที่ดินช่วยจัดเก็บแทน จึงต้องกำหนดหลักเกณฑ์ที่ง่ายและสะดวกที่สุด เท่านั้น ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |