Case study

รายได้ค่าอบรมสัมมนา และให้คำปรึกษาทั้งในเเละต่างประเทศ ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้ครบ 1.8 ล้าน หรือไม่


เรื่อง รายได้ค่าอบรมสัมมนา และให้คำปรึกษาทั้งในเเละต่างประเทศ ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อรายได้ครบ 1.8 ล้าน หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 25/09/2024
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทนิติบุคคลไทย มีวัตถุประสงค์ของบริษัท รับจัดอบรมสัมนาและให้คำปรึกษาทั้งในและต่างประเทศ

 1.ลูกค้าของบริษัทในประเทศไทย ทางบริษัทจะจัดอบรม สัมมนา ออนไลน์และจัด ณ ห้องประชุมของโรงแรม

 2.ลูกค้าในต่างประเทศ ทางบริษัท มีวิธีการ 2 แบบ

 2.1 บริษัทไทย ได้ส่งลูกจ้างเดินทาง ไปจัดอบรม ณ ห้องประชุมที่ต่างประเทศด้วยตนเอง

 2.2 บริษัทไทย มีการอบรมออนไลน์ ให้กับลูกค้าต่างประเทศ 

คำถาม 

เมื่อรายได้ของบริษัท มี 2 รูปแบบ คือ รายได้ให้บริการในประเทศไทย เเละ  รายได้ให้บริการกับลูกค้าต่างประเทศ   ต้องการทราบว่า ทางบริษัทไทยต้องดำเนินการจดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

คำตอบ

คำตอบ 

รายได้

 VAT

นับรวมเป็นฐาน 

VAT 1.8 ล้านบาท

นำยอดรายได้นำส่ง ภ.พ.30

รายได้อบรมสัมมนา

1. รายได้อบรมสัมมนาให้ลูกค้าบริษัทไทย


VAT อัตรา 7%

(IN to IN)

นับรวมเป็นฐาน VAT

นำส่ง ภ.พ.30


2.1.รายได้อบรมสัมมนา จัดที่ต่างประเทศ 

(ส่งลูกจ้างเดินทาง ไปจัดอบรม ณ ห้องประชุมที่ต่างประเทศ)

Out of vat scope

(OUT to OUT)

ไม่นับรวมเป็นฐาน VAT

ไม่ต้องนำส่ง ภ.พ.30


2.2.รายได้อบรมสัมมนา ออนไลน์ ให้ลูกค้าต่างประเทศ

VAT อัตรา 0%

(IN to OUT)

นับรวมเป็นฐาน VAT

นำส่ง ภ.พ.30

รายได้ค่าที่ปรึกษา

3.1 รายได้ค่าที่ปรึกษาให้ลูกค้า ให้และใช้คำปรึกษาในประเทศไทย

VAT อัตรา 7%

(IN to IN)

นับรวมเป็นฐาน VAT

นำส่ง ภ.พ.30


3.2 รายได้ค่าที่ปรึกษาให้ลูกค้า ส่งผลการให้คำปรึกษาไปที่บริษัทต่างประเทศ

VAT อัตรา 0%

(IN to OUT)

นับรวมเป็นฐาน VAT

นำส่ง ภ.พ.30


สรุป ตามตารางข้างต้น ให้บริษัทคำนวณรวมมูลค่ารายได้ที่ได้รับเงินจาก  ข้อ 1 2.2 3.1 และ 3.2  ถ้าปีใดมีการรับเงินถึง 1.8 ล้านบาท บริษัท มีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายได้จากการให้บริการเกินกว่า 1,800,000 บาท ตามมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร  


1. รายได้อบรมสัมมนา

1.1 บริษัทฯ ส่งลูกจ้างเดินทางไปจัดอบรมสัมมนาที่ต่างประเทศ
       - การให้บริการอบรมดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในต่างประเทศ และใช้บริการที่ต่างประเทศ เป็นกิจกรรม 
Out – Out ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย (Out of VAT Scope) 

       - บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี ออกแค่ Invoice  และไม่ต้องนำรายได้อบรมดังกล่าว มารวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามแบบ ภ.พ.30 แต่ยังมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายได้ ตามมาตรา 66 แห่งประมวลรัษฎากร


1.2 บริษัทฯ จัดอบรมออนไลน์ ให้แก่ลูกค้าต่างประเทศ
       - โดยผู้มีหน้าที่ฝึกอบรมอยู่ที่ประเทศไทย และผู้เข้ารับการฝึกอบรมอยู่ต่างประเทศ กรณีนี้ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ (In - Out) บริษัทฯ ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) 


2. รายได้ค่าที่ปรึกษา

2.1 รายได้ค่าที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้าในประเทศไทย
       - การให้บริการที่ปรึกษาดังกล่าว บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ของค่าบริการ ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร 


2.1 รายได้ค่าที่ปรึกษาให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศ
       - การให้บริการที่ปรึกษาดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ (In - Out) บริษัทฯ ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) 


มาตรา 66  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หรือที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในประเทศไทยต้องเสียภาษีตามบทบัญญัติในส่วนนี้
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.62/2539 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.120/2545 )
             บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศและกระทำกิจการในที่อื่น ๆ รวมทั้งในประเทศไทย ให้เสียภาษีในกำไรสุทธิจากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่ได้กระทำในประเทศไทยในรอบระยะเวลาบัญชี และการคำนวณกำไรสุทธิให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับมาตรา 65 และมาตรา 65 ทวิ แต่ถ้าไม่สามารถจะคำนวณกำไรสุทธิดังกล่าวแล้วได้ ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยการประเมินภาษีตามมาตรา 71 (1) มาใช้บังคับโดยอนุโลม


มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0 ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
             (1) การส่งออกสินค้าที่มิใช่การส่งออกสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3)
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.97/2543 )
             (2) การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศตามประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
 
( ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) )
 การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ให้รวมถึงการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรเพื่อใช้ผลิตสินค้าในเขตปลอดอากรเพื่อส่งออก และการให้บริการที่กระทำในเขตดังกล่าวเพื่อใช้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกด้วย
             ( พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 35) พ.ศ. 2544 )
             ( 
ดูคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.104/2544 )


ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)

เรื่อง    กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่ กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตาม มาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร


ข้อ 2  กำหนดให้การประกอบกิจการดังต่อไปนี้ เป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่ง ประมวลรัษฎากร

  1. การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรแก่ผู้รับบริการในต่างประเทศ และได้มีการใช้บริการนั้น ในต่างประเทศ
            

      กรณีการให้บริการตามวรรคหนึ่งซึ่งมีการใช้บริการบางส่วนในราชอาณาจักรด้วย ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร เฉพาะส่วนที่ได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ


ข้อ 3การประกอบกิจการตามข้อ 2 ต้องมีหลักฐานแสดงการชำระราคา ค่าบริการตามใบแจ้งหนี้ (Invoice) ในนามของผู้ประกอบการจดทะเบียน เช่น หลักฐาน การเปิด L/C (Letter of Credit) หลักฐานการจัดทำ T/T (Telex Transfer) หรือ T/P (Term of Payment) เอกสารใบเสร็จรับเงิน หลักฐานการรับชำระเงิน ตาม L/C (Letter of Credit) หรือ Bank Statement เอกสารที่ระบุว่านำเงิน เข้าบัญชีธนาคารโดยใช้สมุดคู่ฝาก เอกสารการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารโดยไม่มีสมุดคู่ฝาก หลักฐานการรับชำระเงินตามบัตรเครดิต การใช้ E-money หรือ E-cash เว้นแต่ กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนให้บริการโดยไม่มีค่าตอบแทนก็ไม่จำต้องมีหลักฐานแสดงการชำระราคาค่าบริการ




อ้างอิงคำตอบ


เรื่อง

บริษัท A ไทยขายคอร์ส Training ที่ต้องไปอบรมที่ประเทศสิงคโปร์ให้กับบริษัท B ในไทย

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 17/04/2024 - วันที่ตอบ 21/04/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 66 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

บริษัท A ประกอบกิจการอยู่ในประเทศไทย ขายคอร์ส Training ที่ต้องไปอบรมที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 5 วัน (การอบรมทั้งหมดเกิดขึ้นที่บริษัทแม่ ที่สิงคโปร์) ให้กับพนักงานบริษัท B ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย และบริษัท B เป็นผู้จ่ายเงินให้กับบริษัท A 

สอบถามค่ะ

    1.บริษัท A ตอนออกใบกำกับภาษีต้องออก Vat 7% หรือ 0% คะ

    2.บริษัท B สามารถหักภาษี ณ ที่จ่ายได้มั้ยคะ

วิสัชนา

กรณีบริษัท A ประกอบกิจการอยู่ในประเทศไทย ขายคอร์ส Training ที่ต้องไปอบรมที่ประเทศสิงคโปร์เป็นเวลา 5 วัน (การอบรมทั้งหมดเกิดขึ้นที่บริษัทแม่ ที่สิงคโปร์) ให้กับพนักงานบริษัท B ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย และบริษัท B เป็นผู้จ่ายเงินให้กับบริษัท A เช่นนี้ การให้บริการอบรมดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการให้บริการในประเทศสิงคโปร์ และใช้บริการที่ประเทศสิงคโปร์ เป็นกิจกรรม Out – Out ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย (Out of VAT Scope)

    1. บริษัท A ไม่มีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี แต่อย่างใด และไม่ต้องนำรายได้ดังกล่าวมารวมคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.30แต่ยังคงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรายได้ดังกล่าว ตามมาตรา 66 แห่งประมวลรัษฎากร

    2. บริษัท B ไม่มีสิทธิหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายบริษัท A เนื่องจากเงินได้ดังกล่าวเข้าลักษณะเป็น “กำไรจากธุรกิจ” (Business Profit) ตามข้อ 7 แห่งอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – สิงคโปร์


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์



เรื่อง

การเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีมีรายได้จากการอบรมออนไลน์ผ่านโปรแกรม ZOOM

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 15/04/2020 - วันที่ตอบ 28/04/2020

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบก้บประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105)

ปุจฉา

ดิฉันมีคำถามอยากเรียนถามอาจารย์ดังนี้ค่ะ
 เนื่องจากปัญหาไวรัสกำลังระบาดบริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนมาให้บริการฝึกอบรมออนไลน์ผ่านโปรแกรม ZOOM โดยผู้มีหน้าที่ฝึกอบรมอยู่ที่ประเทศไทยและผู้เข้ารับการฝึกอบรมอยู่ต่างประเทศ กรณีแบบนี้
บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่คะ
 ขอบพระคุณค่ะ

วิสัชนา

เนื่องจากปัญหาไวรัสกำลังระบาดบริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนมาให้บริการฝึกอบรมออนไลน์ผ่านโปรแกรม ZOOM โดยผู้มีหน้าที่ฝึกอบรมอยู่ที่ประเทศไทย และผู้เข้ารับการฝึกอบรมอยู่ต่างประเทศ กรณีดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ (In - Out) บริษัทฯ ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะได้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่ กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตาม มาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"



เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ซึ่งได้รับสิทธิในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

16/12/1999

เลขที่หนังสือ

กค 0811/พ.12649

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 80/1 (2)

ข้อหารือ

     บริษัทฯ ประกอบกิจการเป็นที่ปรึกษากฎหมายและมีลูกค้าที่เป็นบริษัทต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก

     บริษัทฯ หารือว่า กรณีที่บริษัทฯ ให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายแก่ลูกค้า ซึ่งเป็นบริษัทต่างประเทศที่มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทยในกรณีดังต่อไปนี้ โดยบริษัทฯ ได้ส่งผลของบริการไปให้ลูกค้าในต่างประเทศทั้งสิ้น จะได้รับสิทธิในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากรหรือไม่

     1. ลูกค้าของบริษัทฯ ในต่างประเทศซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทยประสงค์จะลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้น หุ้นกู้ หรือตราสารหนี้ หรือลักษณะอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน หรือประสงค์ที่จะทำการจัดตั้งบริษัทขึ้นในประเทศไทยเพื่อลงทุน ก่อนหน้าที่ลูกค้าจะทำการลงทุนดังกล่าว ได้หารือปัญหาข้อกฎหมายและข้อแนะนำอันเกี่ยวข้องกับธุรกิจและสัญญา บริษัทฯ ได้ส่งคำปรึกษาที่เกี่ยวข้องให้แก่ลูกค้าในต่างประเทศเป็นหนังสือ และได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าที่ปรึกษาต่าง ๆ จากลูกค้าในต่างประเทศ

     2. ลูกค้าของบริษัทฯ ในต่างประเทศซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทยเป็นผู้ขายสินค้าหรือเป็นผู้ให้บริการที่ปรึกษาแก่บุคคลในประเทศไทย เช่น ได้ให้คำแนะนำทางการเงินแก่ธนาคารในประเทศไทย โดยไม่มีตัวแทนที่ก่อให้เกิดเงินได้ตามมาตรา 76 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ได้ทำการวิเคราะห์กฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องและจัดเตรียมเอกสารสัญญาต่าง ๆ โดยจัดส่งผลงานการวิเคราะห์และเอกสารดังกล่าวให้แก่ลูกค้าของบริษัทฯ ในต่างประเทศ

     3. ลูกค้าของบริษัทฯ ในต่างประเทศ เป็นเจ้าหนี้บุคคลในประเทศไทย และมีความประสงค์ที่จะทำการปรับโครงสร้างหนี้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ลูกค้าได้จ้างบริษัทฯ เป็นที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้ โดยบริษัทฯ ได้จัดส่งรายงานให้ลูกค้าซึ่งเป็นเจ้าหนี้ในต่างประเทศ

     4. ลูกค้าของบริษัทฯ เป็นสำนักงานกฎหมายในต่างประเทศซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย และได้ให้บริการกฎหมายแก่ลูกความในต่างประเทศ หรือแก่ลูกค้าในประเทศไทย และได้ว่าจ้างบริษัทฯ เพื่อให้คำแนะนำทางกฎหมาย โดยบริษัทฯ ได้จัดส่งผลงานให้แก่ลูกความโดยตรง ลูกค้าของบริษัทฯ จะนำผลงานไปวิเคราะห์ประกอบกับผลงานของตนเองเพื่อจัดทำข้อแนะนำให้กับลูกความของลูกค้าต่อไป โดยบริษัทฯ ไม่มีนิติสัมพันธ์กับลูกความของลูกค้าแต่อย่างใด

แนววินิจฉัย

     เนื่องจากการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมาย เข้าลักษณะเป็นการรับจ้างทำของ ดังนั้นกรณีที่บริษัทฯ ให้บริการที่ปรึกษากฎหมายแก่ลูกค้าในต่างประเทศซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวโดยมีการส่งผลของบริการไปให้ลูกค้าในต่างประเทศทั้งสิ้น และโดยการให้บริการนั้น มีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงได้รับสิทธิในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (2) แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฯ (ฉบับที่ 15) ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534

เลขตู้

62/28707


เรื่อง

ประกอบกิจการจำหน่ายเวชภัณฑ์สัตว์ จำหน่ายภายในประเทศ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมาได้มีการทำส่งออก รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 20/03/2024 - วันที่ตอบ 31/03/2024

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

บริษัทฯ ทำธุรกิจเกี่ยวกับจำหน่ายเวชภัณฑ์สัตว์ จำหน่ายภายในประเทศ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมาทางบริษัทฯ ได้มีการทำส่งออกรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท

อยากจะสอบถามอาจารย์ว่า

บริษัทฯ ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มไหมคะ

วิสัชนา

ตามมาตรา 81 (1)(จ) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้การขายยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์เพื่อบำรุงรักษาป้องกัน ทำลายหรือกำจัดศัตรูหรือโรคของพืชและสัตว์ มิใช่การส่งออกได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนี้

    “มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

         (1) การขายสินค้าที่มิใช่การส่งออก หรือการให้บริการดังต่อไปนี้

              (จ) การขายยาหรือเคมีภัณฑ์ที่ใช้สำหรับพืชหรือสัตว์เพื่อบำรุงรักษาป้องกัน ทำลายหรือกำจัดศัตรูหรือโรคของพืชและสัตว์

     มาตรา 81/1 ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และกิจการดังกล่าวมีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

         พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งจะกำหนดจำนวนมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมให้แตกต่างกันในกิจการแต่ละประเภทไม่ได้ แต่จำนวนมูลค่าของฐานภาษีที่กำหนดจะต้องไม่น้อยกว่า 600,000 บาทต่อปี”

2. ตามมาตรา 4 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 กำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี ดังนี้  

    “มาตรา 4 มูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี

     มาตรา 5 คำว่า “ปี” ตามมาตรา 4 หมายความว่า

         (1) ในกรณีที่ผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลให้นับตามปีประดิทิน เว้นแต่ในกรณีที่เริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เริ่มนับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นปีประดิทิน

         (2) ในกรณีที่ผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคล ให้นับตามรอบระยะเวลาบัญชี เว้นแต่ในกรณีที่เริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เริ่มนับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี” 



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีบริษัทฯ ประกอบกิจการจำหน่ายเวชภัณฑ์สัตว์ จำหน่ายภายในประเทศ ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ต่อมาทางบริษัทฯ ได้มีการทำส่งออก นั้น หากรายได้เฉพาะที่เกิดจากการส่งออกสินค้าดังกล่าวมีจำนวนเกินกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม โดยมีจำนวนเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทฯ ย่อมมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายได้เกินกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ทั้งนี้ ตามมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์



เรื่อง

รายได้บริการเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 04/10/2023 - วันที่ตอบ 07/11/2023

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 81/1, มาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

ห้างฯ ประกอบกิจการรับจ้าง ยังไม่จดแวต ปี 2561 มีรายได้ 1,100,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับชำระเงิน ต่อมาห้างฯ รับชำระใน ปี 2562 และรายได้ของปี 2562 อีก 1,200,000 บาท ทำให้การรับเงินในปี 2562 เกิน 1,800,000 บาทต่อปี กรณีแบบนี้จะเข้ากรณีต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไหมคะเพราะรายได้จริงๆ แต่ละปีไม่เกิน 1,800,000 บาท

วิสัชนา

1. ตามมาตรา 77/1 แห่งประมวลรัษฎากร

    “มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

         (10) “บริการ” หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้า และให้หมายความรวมถึงการใช้บริการของตนเอง ไม่ว่าประการใดๆ แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึง

              (ก) การใช้บริการหรือการนำสินค้าไปใช้ เพื่อประกอบกิจการของตนเองโดยตรง ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด

(ดู ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 2) )

              (ข) การนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคารหรือซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์

              (ค) การกระทำตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี”  



 

2. ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร

    “มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักร ให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามบทบัญญัติในหมวดนี้

         (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ

         (2) การนำเข้าสินค้าโดยผู้นำเข้า

         การให้บริการในราชอาณาจักร ให้หมายถึง บริการที่ทำในราชอาณาจักร โดยไม่คำนึงว่าการใช้บริการนั้นจะอยู่ในต่างประเทศหรือในราชอาณาจักร

การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ถือว่าการให้บริการนั้นเป็นการให้บริการในราชอาณาจักร

(ดู คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 104/2544 ประกอบ)



 

3. ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการเป็นไปตามมาตรา 78/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อ “ได้รับชำระราคาค่าบริการ”

    “มาตรา 78/1 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

         (1) การให้บริการนอกจากที่อยู่ในบังคับตาม (2) (3) หรือ (4) ให้ความรับผิดทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระราคาค่าบริการ เว้นแต่กรณีที่ได้มีการกระทำดังต่อไปนี้เกิดขึ้นก่อนได้รับชำระราคาค่าบริการก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อได้มีการกระทำนั้น ๆ ด้วย

              (ก) ได้ออกใบกำกับภาษี หรือ

              (ข) ได้ใช้บริการไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น

              ทั้งนี้ โดยให้ความรับผิดเกิดขึ้นตามส่วนของการกระทำนั้น ๆ แล้วแต่กรณี”

    ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการ เปรียบเสมือนเกณฑ์รับรู้รายได้จากการให้บริการของผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการให้บริการนั่นเอง ดังนั้น ตราบเท่าที่ยังไม่รับชำระราคาค่าบริการ ก็ยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ประกอบการมีรายได้จากการให้บริการ ตราบจนกระทั่งผู้ประกอบการได้รับค่าบริการแล้วจึงจะเกิดความรับผิดหรือรับรู้ว่าผู้ประกอบการมีรายได้จากการให้บริการ อันต่างไปจากเกณฑ์รัรู้รายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคล ที่กำหนดให้ใช้ “เกณฑ์สิทธิ” เพื่อการรับรู้รายได้จากการให้บริการ



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

    กรณีห้างฯ ประกอบกิจการรับจ้าง ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2561 ห้างฯ ยังไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยมีรายได้จากการให้บริการ 1,100,000 บาท แต่ยังไม่ได้รับชำระราคาค่าบริการจากการให้บริการดังกล่าว

    ต่อมาในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 ห้างฯ ได้รับชำระค่าบริการที่ได้ให้บริการทั้งหมดในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 และได้รับชำระราคาค่าบริการสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 อีก 1,200,000 บาท ทำให้ห้างฯ มีการรับชำระราคาค่าบริการในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2562 รวมกันเกินกว่า 1,800,000 บาทต่อปี ซึ่งเกินว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบการพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 กรณีเช่นนี้ ห้างฯ จึงมีหน้าที่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายได้จากการให้บริการเกินกว่า 1,800,000 บาท ตามมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น  กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ