Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การปันส่วนภาษีซื้อ รายได้จากการขายสินค้าที่นำเข้าสินค้า และโอนสิทธิ์ให้ลูกค้าชำระภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมศุลกากร
| เรื่อง | การปันส่วนภาษีซื้อ รายได้จากการขายสินค้าที่นำเข้าสินค้า และโอนสิทธิ์ให้ลูกค้าชำระภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมศุลกากร |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 06/10/2025 - วันที่ตอบ 07/10/2025 |
| ประเภทภาษี | ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 164/2568 ฯ, มาตรา 79 วรรคสาม (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ฯ |
| ปุจฉา | กรณีที่ทางกิจการ มีรายได้จากการขายสินค้า อยู่ 3 ประเภท 1. รายได้จากการขายสินค้าเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% 3. รายได้จากการขายสินค้าที่นำเข้าสินค้า และโอนสิทธิ์ให้ลูกค้าชำระภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมศุลกากร ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 164/2568 หากกิจการมีรายได้ตามข้อ 2 ให้ปันส่วนภาษีซื้อตามสัดส่วนของรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มออกก่อน อยากสอบถามว่า “รายได้จากการขายสินค้าที่นำเข้าและโอนสิทธิให้ลูกค้าชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตามข้อ 3)” ถือเป็นฐานในการคิดสัดส่วนรายได้หรือไม่ และถือเป็นรายได้ประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มใช่หรือไม่คะ |
| วิสัชนา | โดยความเคารพแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ “การปันส่วนภาษีซื้อ” ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 164/2568 ฯ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 89/2542 ฯ ลงวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2542 นั้น กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope) ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการขายสินค้าหรือการให้บริการที่เกิดขึ้นเนื่องจากแหล่งรายได้ภายในประเทศ หรือจากแหล่งรายได้ในต่างประเทศ นั้น ประการที่ 1 เฉพาะภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope) เท่านั้น ที่ไม่อาจนำภาษีซื้อมาใช้เป็นเครดิตหักจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม ได้ตามมาตรา 82/5 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขเกี่ยวกับภาษีซื้อที่ไม่ให้นำไปหักในการคำนวณภาษี ตามมาตรา 82/5 (1) (2) (3) และ (4) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ประการที่ 2 สำหรับภาษีซื้อที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope) และผู้ประกอบการจดทะเบียนได้นำสินค้าหรือบริการที่ได้มาหรือได้รับมาในการประกอบกิจการของตนไปใช้หรือจะใช้ในกิจการทั้งสองประเภท ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นเฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535 ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับการประกอบกิจการก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2546 ประการที่ 3 นับแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา อธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 153) ฯ ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 แก้ไขเพิ่มเติมความตามวรรคสองของข้อ 4 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป กำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องนำ “(ง) รายได้ที่เกิดขึ้นจากกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีการประกอบกิจการประเภทที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร” มาใช้เป็นฐานในการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้น แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับ “การปันส่วนภาษีซื้อ” ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 89/2542 ฯ ลงวันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 164/2568 ฯ ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติ (ไม่ใช่กฎหมายที่มีสภาพบังคับ) จึงไม่มีผลใช้บังคับ เนื่องจากขัดแย้งกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) ฯ ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535 แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 153) ฯ ลงวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งมีสภาพบังคับเป็นกฎหมายที่ออกตามความในมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ มีรายได้จากการประกอบกิจการ 3 ประเภท ดังนี้ 1. รายได้จากการขายสินค้าเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ของมูลค่าสินค้า 2. รายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope) 3. รายได้จากการขายสินค้าที่นำเข้าสินค้า และโอนสิทธิ์ให้ลูกค้าชำระภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมศุลกากร ซึ่งไม่นับรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี ในเดือนภาษีที่บริษัทฯ มีรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Out of VAT Scope) ตามข้อ 2 บริษัทฯ จึงไม่พึงต้องปันส่วนภาษีซื้อตามสัดส่วนของรายได้ที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มออกก่อน แต่อย่างใด สำหรับ “รายได้จากการขายสินค้าที่นำเข้าและโอนสิทธิให้ลูกค้าชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม (ตามข้อ 3)” เข้าลักษณะเป็นรายได้ที่ไม่นับรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79 วรรคสาม (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 (9) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 40) ฯ ลงวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |