เงินได้จากการรับจ้างจัดการแข่งขันรถ ตามสนามแข่งรถต่าง ๆ เช่น สนามบุรีรัมย์ฯ สนามพัทยาเซอร์กิจ ถือเป็นรายได้จากการให้บริการที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อมีรายได้ทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท จึงต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาท ตามมาตรา 85/1 แห่งประมวลรัษฎากร รายได้จากการรับจ้างจัดการแข่งขัน กับรายได้จากการจัดการแข่งขันต่างกันที่ รายได้จากการรับจ้างจัดมิได้เป็นเจ้าของผู้จัดการแข่งขันเอง หากแต่รับจ้างเจ้าของมาจัดการแข่ง แม้การแข่งขันนั้นจะเป็นการแข่งขันกีฬาสมัครเล่น ก็ยังคงเป็นรายได้จากการให้บริการที่อยู่ในข่ายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร เสมอ อนึ่ง การแข่งขันรถตามสนามแข่งต่างๆ ดังกล่าวนั้น ไม่ปรากฏว่าเป็นการแข่งขันกีฬาสมัครเล่น เพราะหากเป็นกีฬาสมัครเล่น ก็จะจัดการแข่งขันทั้งในระดับภูมิภาค เช่น การจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ และการแข่งขันระดับทวีป เช่น การจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ หรือการจัดการแข่งขันระดับสากลทั่วโลก เช่น การจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เป็นต้น
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น ห้างฯ เป็นผู้จัดการแข่งขันกีฬาเทควันโด จึงย่อมเข้าลักษณะเป็นการให้บริการจัดแข่งขันกีฬาสมัครเล่น ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ฑ) แห่งประมวลรัษฎากร ห้างฯ ที่เป็นผู้จัดการแข่งขัน จึงไม่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาสมัครเล่นดังกล่าว แต่สำหรับ "รายได้จากการให้รับจ้างจัดการแข่งขันกีฬา" ทุกชนิด ย่อมเป็นการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งแตกต่างไปจากรายได้จากการให้บริการจัดแข่งขันกีฬาสมัครเล่น ที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 81 (1) (ฑ) แห่งประมวลรัษฎากร โดยสิ้นเชิง อนึง ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 293) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ที่นักกีฬา และผู้ฝึกสอนกีฬา ได้รับจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อเป็นรางวัล อันเนื่องมาจากการเข้าร่วมการแข่งขันรายการมหกรรมกีฬาและรายการแข่งขันกีฬาสมัครเล่นระดับนานาชาติ เฉพาะส่วนที่เกินสิบล้านบาท ลงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560 โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เป็นต้นไป อธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 (93) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 325 (พ.ศ. 2560) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้ สำหรับเงินได้ที่นักกีฬา และผู้ฝึกสอนกีฬาได้รับจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อเป็นรางวัลอันเนื่องมาจากการเข้าร่วมการแข่งขันรายการมหกรรมกีฬาและรายการแข่งขันกีฬาสมัครเล่นระดับนานาชาติ เฉพาะส่วนที่เกินสิบล้านบาท ได้กล่าวถึง “การแข่งขันรายการมหกรรมกีฬา” หมายความว่า การแข่งขันกีฬา ที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย ส่งเข้าแข่งขันดังต่อไปนี้ (1) โอลิมปิกเกมส์ (ฤดูร้อน – ฤดูหนาว) (2) พาราลิมปิกเกมส์ (3) เอเชี่ยนเกมส์ (ฤดูร้อน – ฤดูหนาว) (4) อาเซียนพาราเกมส์ (5) เอเชี่ยนพาราเกมส์ (6) เอเชี่ยนอินดอร์มาเชี่ยลอาร์ทเกมส์ (7) เอเชี่ยนบีชเกมส์ (8) ซีเกมส์ “การแข่งขันกีฬาสมัครเล่นระดับนานาชาติ” หมายความว่า การแข่งขันกีฬา ที่สมาคมกีฬาส่งเข้าแข่งขัน ดังนี้ (1) การแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งโลก (2) การแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย (3) การแข่งขันชิงชนะเลิศแห่งอาเซียน หรือ (4) รายการแข่งขันระดับนานาชาติที่สหพันธ์กีฬานานาชาติเป็นเจ้าของการจัดการแข่งขัน
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |