Case study

BOI สิทธประโยชน์ กรณีของเสียในสูตร และของเสียนอกสูตร


เรื่อง BOI สิทธประโยชน์ กรณีของเสียในสูตร และของเสียนอกสูตร
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 25/02/2026
ประเภทภาษี
ข้อกฎหมาย
คำถาม

กรณีบริษัท ได้รับการส่งเสริม ซึ่งบัตร ระบุว่าไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 5 ปี และในเคสคำถามในครั้งนี้ ก็อยู่ในปีที่ 3 นับจากวันที ที่ได้รับการส่งเสริมตามบัตร บริษัท มีเคสที่ต้องขายส่วนสูญเสียในสูตร และนอกสูตร คำถามคือถ้าส่วนสูญเสียในสูตรคือ 1,000,000 บาท สอบถามว่าส่งขาย ตปท ได้หรือไม่ และถ้าได้ จะมีภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ และส่วนสูญเสียนอกสูญมียอด 12,000,000 บาท สอบถามว่าส่งขาย ตปท ได้หรือไม่ และถ้าได้ จะมีภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ ข้อเสียของส่วนสูญเสียนอกสูตร มีผลกับทางภาษีในด้านอื่น ๆ หรือไม่

คำตอบ

สำหรับการได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ในช่วงที่ยังได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ปีที่ 3 จาก 5 ปี) เรื่อง "ส่วนสูญเสีย" (Scrap/Waste) มีประเด็นที่ต้องพิจารณาแยกตามประเภท ดังนี้ :

1. ส่วนสูญเสียในสูตรการผลิต (1,000,000 บาท)

คือส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นตามปกติในกระบวนการผลิต และได้แจ้งไว้ในสูตรการผลิตที่อนุมัติโดย BOI แล้ว

  • การส่งออก : 
     ส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต (ในสูตร) 
    สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ แต่ต้องขออนุญาตจาก BOI ก่อน เมื่อส่งออกแล้ว วัตถุดิบที่ใช้ผลิตสินค้าตามสูตรนั้นจะได้รับการปลดภาระภาษีนำเข้าตามสิทธิยกเว้นอากรขาเข้า


  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม : 
     การขายเศษซากในสูตรไปต่างประเทศ หาก
    บริษัทฯ ได้ดำเนินพิธีการส่งออกที่ศุลกากร จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เหมือนกับสินค้าส่งออกอื่นๆ

      
  • ภาษีเงินได้นิติบุคคล : 
     เนื่องจากอยู่ในช่วงยกเว้นภาษีเงินได้ รายได้จากการขายส่วนสูญเสียที่เกิดจากกระบวนการผลิตที่ได้รับการส่งเสริม มักจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย (ต้องตรวจสอบรายละเอียดในบัตรส่งเสริมการลงทุน BOI และเงื่อนไขท้ายบัตรส่งเสริมอีกครั้ง)


2. ส่วนสูญเสียนอกสูตรการผลิต (12,000,000 บาท)

คือส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่กำหนดไว้ในสูตร หรือไม่ได้ระบุไว้ในสูตรการผลิตที่ได้รับอนุมัติ

  • การส่งออก : 
     ส่วนสูญเสียนอกสูตร (เศษซากที่ไม่อยู่ในสูตรการผลิต) 
    ก็สามารถจำหน่ายไปต่างประเทศได้เช่นกัน แต่มีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่า โดยต้องดำเนินตามขั้นตอนที่กำหนด คือ ขออนุญาต BOI เพื่อส่งออก และให้บริษัทผู้ได้รับมอบหมายจาก BOI (inspector) ตรวจสอบและรับรองชนิดและปริมาณส่วนสูญเสียก่อน หลังได้รับอนุมัติ จึงจัดส่งออกไปต่างประเทศตามกำหนด
    • บริษัทฯ ต้องทำเรื่องขออนุมัติ "ตัดบัญชีวัตถุดิบ" สำหรับส่วนสูญเสียนอกสูตรกับทาง BOI เสียก่อน
    • หากส่งออกโดยไม่ได้ทำเรื่องตัดบัญชีให้ถูกต้อง จะมีปัญหาเรื่องยอดสต็อกวัตถุดิบไม่ตรงกับที่นำเข้าโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า
       
  • ภาษีนำเข้า (เศษซาก) และ ภาษีมูลค่าเพิ่ม : 
     เมื่อส่งออกเศษซากนอกสูตรไปต่างประเทศ จะ ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าสำหรับเศษซากนั้น(ต่างจากการจำหน่ายในประเทศที่จะต้องชำระภาษีเศษซากก่อนขาย) หาก
    บริษัทฯ ได้ดำเนินพิธีการส่งออกที่ศุลกากร จะได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร เหมือนกับสินค้าส่งออกอื่นๆ
     
  • ข้อควรระวัง : ส่วนสูญเสียนอกสูตรมีขั้นตอนจัดการซับซ้อนกว่าส่วนสูญเสียในสูตร (ต้องแยกเก็บ แยกขออนุมัติ และดำเนินการตรวจสอบก่อนจำหน่าย/ทำลาย) รวมทั้งหากเศษซากดังกล่าวมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ บริษัทต้องชำระภาษีเศษซากตามสภาพให้เรียบร้อยก่อนจึงจะจำหน่ายได้ ข้อเสียของกระบวนการนี้คือเพิ่มภาระต้นทุนและงานเอกสารในการจัดการเศษซาก อย่างไรก็ตาม รายได้จากการจำหน่ายส่วนสูญเสีย (หลังหักภาษีเศษซากแล้ว) จะถูกนับเป็นรายได้ของโครงการและได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 31 อยู่แล้ว ซึ่งเท่ากับไม่มีภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมนอกเหนือจากภาษีเศษซาก

3. ข้อเสียและผลกระทบของ "ส่วนสูญเสียนอกสูตร"

    ยอด 12 ล้านบาท ถือเป็นจำนวนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับส่วนในสูตร (1 ล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลกระทบดังนี้ :

  1. ภาระอากรขาเข้าวัตถุดิบ : 
    หากส่วนสูญเสียนอกสูตรนั้นเกิดจากวัตถุดิบที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นอากร (มาตรา 36(1)) ทาง BOI อาจมองว่าเป็นการใช้วัตถุดิบผิดวัตถุประสงค์ หรือใช้เกินความจำเป็น บริษัทฯ อาจต้อง ชำระภาษีอากรขาเข้าย้อนหลัง ตามสภาพเศษซากหรือตามสภาพวัตถุดิบ (แล้วแต่กรณี) พร้อมเงินเพิ่ม
  2. ความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบ : 
    ยอดส่วนสูญเสียนอกสูตรที่สูงผิดปกติ อาจทำให้เจ้าหน้าที่ BOI หรือศุลกากรเข้ามาตรวจสอบ "ประสิทธิภาพการผลิต" หรือสงสัยว่ามีการลักลอบนำวัตถุดิบไปขายต่อโดยไม่ผ่านกระบวนการผลิตจริง
  3. เตรียมคำอธิบาย (Technical Explanation) : 
    ทำไมถึงเกิดส่วนสูญเสียนอกสูตรสูงขนาดนี้? เช่น เครื่องจักรเสีย, วัตถุดิบ Lot นั้นไม่ได้มาตรฐาน, หรือมีการเปลี่ยน Model สินค้า
  4. ภาษีเงินได้นิติบุคคล : 
    รายได้จากการขายส่วนสูญเสียนอกสูตร 
    "อาจไม่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้" หากเจ้าหน้าที่ตีความว่าไม่ใช่ผลพลอยได้ (By-product) ที่เกิดจากกรรมวิธีการผลิตที่ได้รับอนุมัติตามปกติ ทำให้ต้องนำรายได้ส่วนนี้มาคำนวณเสียภาษีในอัตราภาษีปกติ (แม้บริษัทจะมีบัตรส่งเสริมก็ตาม)

ข้อแนะนำเพิ่มเติม

  1. ปรับปรุงสูตรการผลิต : หากยอด 12 ล้านบาทนี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงและเลี่ยงไม่ได้ ควรยื่นคำร้องขอ "ปรับปรุงสูตรการผลิต" (Formula Revision) กับ BOI เพื่อให้ครอบคลุมส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นจริงในอนาคต
  2. การทำลาย : หากไม่ส่งออกและจะขายในประเทศ ต้องขออนุมัติทำลายหรือชำระภาษีตามสภาพเศษซากก่อนขาย มิเช่นนั้นจะผิดระเบียบ BOI 


มาตรา 78 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(4) การขายสินค้าโดยส่งออก ให้ความรับผิดเกิดขึ้นดังต่อไปนี้

(ก) การส่งออกนอกจากที่ระบุใน (ข) หรือ (ค) ให้ความรับผิดเกิดขึ้นเมื่อชำระอากรขาออก วางหลักประกันอากรขาออก หรือจัดให้มีผู้ค้ำประกันอากรขาออก เว้นแต่ในกรณีที่ไม่ต้องเสียอากรขาออก หรือได้รับยกเว้นอากรขาออก แล้วแต่กรณีก็ให้ถือว่าความรับผิดเกิดขึ้นในวันที่มีการออกใบขนสินค้าขาออก ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

มาตรา 79/1 ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการในกิจการเฉพาะอย่างให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
   
(1) ฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าโดยการส่งออก ได้แก่ มูลค่าของสินค้าส่งออก โดยให้ใช้ราคา เอฟ.โอ.บี.ของสินค้าบวกด้วยภาษีสรรพสามิตตามที่กำหนดในมาตรา 77/1 (19) และภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นตามที่จะได้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา แต่ทั้งนี้ไม่ให้รวมอากรขาออก
   ราคา เอฟ.โอ.บี. ได้แก่ 
ราคาสินค้า ณ ด่านศุลกากรส่งออก โดยไม่รวมค่าประกันภัยและค่าขนส่งจากด่านศุลกากรส่งออกไปต่างประเทศ


 
มาตรา 80/1 ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ 0ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
              (1) การส่งออกสินค้าที่มิใช่การส่งออกสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 81 (3)



อ้างอิงคำตอบ

สำหรับกฎหมายและเงื่อนไขเกี่ยวกับ BOI สามารถศึกษาได้เพิ่มเติม ที่ Website BOI หรือสอบถามเจ้าหน้าที่ BOI ที่ดูแลบริษัทฯ โดยตรงอีกครั้งนะคะ  ทางเราค้นหาข้อมูลเบื้องต้นมาให้ตามด้านล่าง

 >> วิธีปฏิบัติสำหรับส่วนสูญเสีย ตามประกาศ ป.5/2543 มาตรา 36(1)

>> ประกาศสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ที่ ป.5/2543 เรื่อง เงื่อนไขและวิธีการสำหรับส่วนสูญเสียและเศษซากของวัตถุดิบตามมาตรา 36(1)

>> Q&A BOI

ส่วนสูญเสียในสูตรส่งออกไปยังต่างประเทศจะต้องชำระภาษีกับศุลกากรรึเปล่าหรือต้องทำเอกสารแจ้งกับกรมศุลกากรอย่างไรบ้าง

ส่วนสูญเสียในสูตร หากจะส่งออก จะต้องขออนุญาตจาก BOI ก่อน ซึ่งเมื่อส่งออก ก็จะปลดภาระภาษีของวัตถุดิบที่นำเข้ามาโดยใช้สิทธิยกเว้นอากรขาเข้า ส่วนขั้นตอนต่างๆเกี่ยวกับการส่งออก ขอให้สอบถามจากกรมศุลกากรโดยตรง


ทางบริษัทฯ ได้รับสิทธิตามมาตรา 36(1) โดยนำเข้าวัตถุดิบผ่าน BOI แล้วนำไปผลิตชิ้นส่วนพลาสติกโดยขายภายใต้ BOI จึงมีคำถามว่า เศษหรือของเสียจากการกระบวนการผลิต ต้องดำเนินการอย่างไร จำเป็นต้องส่งออกอย่างเดียวหรือไม่ ถ้าไม่ต้องดำเนินการอย่างไร ถ้าจะขาย scrap ภายในประเทศดำเนินการได้หรือไม่ ถ้าได้ต้องดำเนินการอย่างไร

ส่วนสูญเสียของวัตถุดิบ แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ

1. ส่วนสูญเสียในสูตร

- รวมปริมาณการสูญเสียไว้ในสูตรการผลิตแล้ว

- ไม่ต้องยื่นตัดบัญชีส่วนสูญเสีย เนื่องจากถูกตัดไปพร้อมกับการตัดบัญชีสินค้าตามใบขนหรือ report-v แล้ว

- แต่เนื่องจากเศษซากยังอยู่ในประเทศ ดังนั้น หากเศษซากมีมูลค่าเชิงพาณิชย์ ต้องขอส่งออกต่างประเทศ หรือหากจะจำหน่ายในประเทศ ต้องขอชำระภาษีตามสภาพเศษซาก

2. ส่วนสูญเสียนอกสูตร

- ไม่รวมปริมาณการสูญเสียไว้ในสูตรการผลิต

- ต้องแยกเก็บ ห้ามปะปนกับส่วนสูญเสียในสูตร

- ต้องขอส่งออกไปต่างประเทศ หรือหากไม่ส่งออก ต้องขอทำลายและชำระภาษีตามสภาพเศษซากหลังทำลาย จากนั้นจึงนำมาปรับยอด (ตัดบัญชีส่วนสูญเสียนอกสูตร)


 




เรื่อง

ซื้อสารเคมีในประเทศเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าจากวัตถุดิบที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้วมีเศษของเสียเหลือจากกระบวนการผลิตจะจำหน่ายให้ผู้รับซื้อในประเทศต้องเสียภาษีศุลกากรหรือไม่

แหล่งที่มา

FAQ กรมศุลกากร

วันที่

05/06/2018

ประเภทภาษี


ข้อกฎหมาย


คำถาม

ซื้อสารเคมีในประเทศเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตสินค้าจากวัตถุดิบที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน แล้วมีเศษของเสียเหลือจากกระบวนการผลิตจะจำหน่ายให้ผู้รับซื้อในประเทศต้องเสียภาษีศุลกากรหรือไม่

คำตอบ

    เนื่องจากเป็นกรณีบริษัทเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน การกำกับดูแลเป็นอำนาจของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน อีกทั้งสารเคมีในประเทศเป็นของที่ซื้อจากในประเทศ ไม่ใช่ของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ หากเศษของเสียสามารถแยกได้ว่าเป็นแต่เฉพาะสารเคมีในประเทศ การดำเนินการใดๆ กับเศษดังกล่าวจะไม่เกี่ยวข้องกับศุลกากร ขอให้สอบถามคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนก่อน แต่หากเศษของเสียได้จากการผสมระหว่างสารเคมีในประเทศกับของวัตถุดิบที่นำเข้ามาจากต่างประเทศที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอากร การดำเนินการใดๆ จะต้องขออนุญาตกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนและหากคณะกรรมการฯสั่งให้ชำระค่าภาษี กรณีนี้จึงบริษัทจึงจะมาดำเนินการกับศุลกากร หรือหากสั่งให้ทำลายก็จะเป็นกรณีอยู่ในความควบคุมของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน


หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ