Case study

การ Write off สินทรัพย์ถาวร เครื่องจักร เครื่องมือ ที่ใช้งานไม่ได้
| เรื่อง | การ Write off สินทรัพย์ถาวร เครื่องจักร เครื่องมือ ที่ใช้งานไม่ได้ | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| แหล่งที่มา | Case study | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| วันที่ | 24/06/2026 | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ข้อกฎหมาย | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำถาม | รบกวนขอสอบถามว่า ในกรณีที่สินทรัพย์ถาวร ใช้มานานจน NBV=0 ทั้งทางบัญชีและภาษี แล้วบริษัทฯ ต้องการ write off ออกจากรายการสินทรัพย์ของบริษัท 1. ถ้าต้องการทำลายทิ้ง โดยมีผู้มีอำนาจอนุมัติ มีภาพถ่าย ไม่มีผู้สอบบัญชีเป็นพยานในการทำลาย - เอกสารดังกล่าวเพียงพอสำหรับวัตถุประสงค์ทางภาษีหรือไม่ และมีผลกระทบด้านภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือ VAT หรือไม่ 2. ถ้าบริษัทฯ สามารถขายเป็นเศษซากได้ ทางบริษัทฯ ต้องนำส่ง VAT อย่างไร - ต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายนี้หรือไม่ - บริษัทจะทำการ write off ก่อนขายได้หรือไม่คะ เพราะอาจหาผู้รับซื้อนาน 3. กรณีข้อ 1 ถ้าเราทำลายทิ้ง และ NBV=0 เราจำเป็นต้องตีราคาตลาด หรือตีราคาซากหรือไม่คะ เพื่อนำส่ง vat และไม่ต้องมีใบกำกับภาษีใช่หรือไม่ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| คำตอบ | ในกรณีที่สินทรัพย์ถาวรหักค่าเสื่อมราคาครบจนเหลือมูลค่าสุทธิ (Net Book Value: NBV) เท่ากับ 0 บาท (หรือ 1 บาทในงบการเงิน) แล้ว และบริษัทฯ ประสงค์จะจำหน่ายออกจากบัญชี (Write-off) มีประเด็นทางภาษี ที่ต้องพิจารณาดังนี้ 1. การทำลายทิ้ง มีภาพถ่าย (ไม่มีผู้สอบบัญชีเป็นพยาน)คำตอบ : ในทางบัญชี : “เพียงพอ” ในแง่ของการพิสูจน์ว่าสินทรัพย์เสื่อมสภาพจริง เพื่อบันทึกขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ แต่ก็ควรมีเอกสารตรวจสอบและอนุมัติภายในประกอบเพิ่มด้วย ในทางภาษีอากร : "ยังไม่เพียงพอ" กรมสรรพากรวางหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการทำลายสินค้า/ทรัพย์สิน ตามแนวทางคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 79/2541 เรื่อง แนวทางปฏิบัติ กรณีการทำลายของเสีย สินค้าที่เสื่อมคุณภาพ สินค้าที่มีตำหนิสินค้าที่หมดสมัยนิยม สินค้าที่หมดอายุ และเศษซาก ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 การมีเพียงรูปถ่ายหรือวิดีโอไม่สามารถนำมาใช้เป็นรายจ่ายทางภาษีได้อย่างสมบูรณ์ และอาจถูกประเมินเป็นรายได้เสมือนมีการขายทรัพย์สินออกไปด้วยราคาตลาด ณ วันที่ทำลาย (แม้ NBV จะเป็น 0 ก็ตาม)
ตาม คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 58/2538 ข้อ 1 ระบุว่า กรณีการทำลายทรัพย์สินที่ชำรุดไม่สามารถใช้การได้อย่างมีประสิทธิภาพหากบริษัทฯสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการทำลายทรัพย์สินดังกล่าวจริง และมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ รับรองการกระทำดังกล่าว ถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการโดยตรงไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร จึงมีสิทธินำมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินที่เหลืออยู่ดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ถึงแม้ไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่สรรพากรทราบล่วงหน้าก่อนก็ตาม จะเห็นว่า ไม่มีกฎหมาย หรือ คำสั่งใดเขียนระบุชัดเจนไว้ว่า การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ถาวร บริษัทจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่สรรพากร แต่อย่างไรก็ตาม ได้มีข้อหารือกค 0811/09658 ระบุไว้เป็นแนวทางว่าเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ให้บริษัทฯ ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป.79/2541 ฯ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 ดังนั้น เพื่อความชัดเจน และ ลดข้อโต้แย้งในอนาคต จึงแนะนำให้บริษัท ปฏิบัติตาม ป.79/2541 ดังนี้ 1. มีมติที่ประชุมกรรมการอนุมัติให้ตัดจำหน่าย Write off โดยมีการอธิบายเหตุผลที่ต้อง Write off เช่น สินทรัพย์ไม่สามารถใช้งานได้แล้ว เนื่องจาก........... สินทรัพย์ยังใช้งานได้ แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะใช้แล้ว และไม่สามารถขายได้ เป็นต้น 2. เมื่อได้รับอนุมัติให้ Write off แล้ว บริษัทฯ พึงต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานประเมินสำนักงานสรรพากรพื้นที่ท้องที่ที่บริษัทฯ ตั้งอยู่ ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวัน Write off ซึ่งสรรพากรพื้นที่จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกมาสังเกตการณ์การทำลายหรือไม่ก็สุดแต่จะเห็นสมควร โดยมีรายละเอียดในการแจ้งดังนี้ (1) รายละเอียดเกี่ยวกับรายการ สินทรัพย์ถาวรที่ ที่จะทำลาย เข่น ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่า (2) วันเวลา สถานที่ที่จะทำลาย (3) วิธีการทำลาย (4) เหตุผลความจำเป็นที่ต้องทำลาย 3. ในการทำลายบริษัทฯ ต้องเชิญผู้สอบบัญชีร่วมสังเกตการณ์การ Write off และลงลายมือชื่อเป็นพยานในการทำลาย
สรุปประเด็น การตัดจำหน่าย (Write-off) สินทรัพย์ถาวรที่ไม่ได้ใช้งาน
• ต้องมีเอกสารอื่นเพิ่มเติมเพื่อให้สรรพากรยอมรับเป็นรายจ่ายได้โดยไม่ต้องห้าม ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทจำเป็นต้องจัดทำและเตรียมเอกสารเพิ่มเติม ดังนี้ :
2. การขายเป็นเศษซากบริษัทฯ ต้องออกใบกำกับภาษีหรือไม่ |
||||||||||||||||||||||||||||||||||||
มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (8) “ขาย” หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้าไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้ มาตรา 78 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการขายสินค้า ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ มาตรา 79/3 การคำนวณมูลค่าของฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการตามมาตรา 79 ให้ถือมูลค่าของฐานภาษีเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ ....... ราคาตลาดตามมาตรานี้ให้ถือราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริงทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ทั้งนี้ ตามที่ได้มีการตรวจสอบราคาตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด และในกรณีที่ไม่อาจทราบราคาตลาดได้แน่นอนให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศใช้เกณฑ์คำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่งราคาตลาดได้ |
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 58/2538 ข้อ 1 กรณีที่ทรัพย์สินชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะนำมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินนั้น ตัดเป็นรายจ่ายทั้งจำนวนไม่ได้ แต่หากได้ทำลายหรือขายไปซึ่งทรัพย์สินนั้น ก็มีสิทธิ์ตัดต้นทุนที่เหลืออยู่เป็นรายจ่ายได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีที่ขายทรัพย์สินนั้นไป บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น ต้องนำราคาขายทรัพย์สินดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วย |
--------------------------------------------- เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบและแนะนำการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการทำลายของเสีย สินค้าที่เสื่อมคุณภาพ สินค้าที่มีตำหนิ สินค้าที่หมดสมัยนิยม สินค้า ที่หมดอายุ และเศษซาก กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้ ข้อ 1 ในคำสั่งนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น (1) ของเสียตามปกติ หมายถึงของเสียที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรรมวิธีการผลิต ซึ่งได้มีการกำหนดอัตราของเสียที่ถือว่าเป็นอัตราปกติของกรรมวิธีการผลิต (2) ของเสียเกินปกติหมายถึงของเสียที่เกิดขึ้นมากกว่าอัตราปกติที่ได้กำหนดไว้ในกระบวนการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ (3) เศษซาก หมายถึงเศษวัตถุที่เกิดจากกระบวนการผลิตบางประเภทซึ่งมีมูลค่ากลับคืนที่อาจวัดได้ แต่มีจำนวนน้อย ข้อ 2 การพิจารณาต้นทุนหรือรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับผลิตภัณฑ์ หน่วยที่ดี ให้ถือว่าต้นทุนของของเสียตามปกติที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต เป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนของผลิตภัณฑ์หน่วยที่ดีด้วย ข้อ 3 การลงรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสำหรับของเสียเกินปกติที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต สินค้าที่เสื่อมคุณภาพ สินค้าที่มีตำหนิ สินค้าที่หมดสมัยนิยม สินค้าที่หมดอายุ และเศษซาก ถ้าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลประสงค์จะตัดต้นทุนดังกล่าวเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้ทำลายนั้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้ (1) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอยู่ในเขตอุตสาหกรรมส่งออก ให้ถือปฏิบัติตามวิธีการเกี่ยวกับการทำลายของเสีย สินค้า และเศษซากที่การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกำหนดและให้เชิญผู้สอบบัญชีมาเป็นพยานในการทำลาย หรือจัดทำรายงานการทำลายให้ผู้สอบบัญชีรับทราบ ทั้งนี้ ให้ผู้สอบบัญชีรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรแนบงบดุลไว้ด้วย (2) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่มีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมาใช้ในการผลิตเพื่อส่งออก การควบคุมปริมาณวัตถุดิบนำเข้าซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนนั้น ในการทำลายวัตถุดิบ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกำหนด และให้เชิญผู้สอบบัญชีมาเป็นพยานในการทำลาย หรือจัดทำรายงานการทำลายให้ผู้สอบบัญชีรับทราบ ทั้งนี้ ให้ผู้สอบบัญชีรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรแนบงบดุลไว้ด้วย สำหรับการทำลายสินค้าอื่นนอกจากวัตถุดิบดังกล่าวข้างต้น ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตาม (3) (3) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น (3.1) การทำลายของเสียหรือสินค้าหรือเศษซากที่โดยสภาพไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร เวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เป็นต้น บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ดังนี้ (ก)ต้องมีการตรวจสอบสภาพสินค้าดังกล่าวว่า เสียหายตามเงื่อนไขที่แต่ละกิจการได้กำหนดไว้หรือไม่ และต้องได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจในการพิจารณาให้เป็นสินค้าเสียหายตามเงื่อนไข ที่กำหนดดังกล่าวกรณีสินค้าที่ได้รับคืน บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องมีเอกสารหลักฐานการรับคืนสินค้าซึ่งระบุรายละเอียดของสินค้าที่รับคืน เช่น วันเดือนปีที่รับคืน ปริมาณสินค้า ชนิดสินค้าหรือรหัสสินค้า สาเหตุที่รับคืนสินค้า เลขที่อ้างอิงของการสั่งซื้อสินค้าที่รับคืนนั้น และให้มีการลงลายมือชื่อของลูกค้าที่คืนสินค้า พนักงานที่รับคืนสินค้าด้วย เมื่อมีการนำสินค้าที่รับคืนมาเก็บไว้เพื่อรอทำลาย ให้พนักงานฝ่ายคลังสินค้าที่เก็บรักษาสินค้าเสียหายตรวจนับและลงลายมือชื่อกำกับไว้ พร้อมทั้งแจ้งให้ฝ่ายบัญชีทราบด้วย (ข)เมื่อได้รับอนุมัติให้ทำลายของเสียหรือสินค้าหรือเศษซากจากผู้มีอำนาจอนุมัติให้ทำลายแล้ว ให้มีบุคคลอย่างน้อยประกอบด้วยฝ่ายคลังสินค้า ฝ่ายบัญชี ฝ่ายขาย หรือฝ่ายตรวจสอบ (ถ้ามี) ร่วมสังเกตการณ์ และลงลายมือชื่อเป็นพยานในการทำลาย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการบันทึกบัญชี พร้อมทั้งให้เชิญผู้สอบบัญชีมาเป็นพยานในการทำลาย ทั้งนี้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไม่จำเป็นต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่กรมสรรพากรร่วมเป็นพยานในการทำลายก็ได้ (3.2) การทำลายของเสียหรือสินค้าหรือเศษซากที่โดยสภาพสามารถเก็บรักษาและรอการทำลายพร้อมกันได้เมื่อมีปริมาณที่เหมาะสม บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตาม (3.1) และให้แจ้งการทำลายให้สรรพากรพื้นที่หรือสรรพากรจังหวัด หรือสรรพากรจังหวัด (สาขา) ในท้องที่ที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วันก่อนวันทำลายซึ่งสรรพากรพื้นที่ หรือสรรพากรจังหวัด หรือสรรพากรจังหวัด (สาขา) อาจส่งเจ้าหน้าที่ไปดูการทำลายด้วยก็ได้ตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี ข้อ 4 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือตอบข้อหารือ หรือแนวทางปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ให้เป็นอันยกเลิก |
มาตรา 65 ทวิการคำนวณกำไรสุทธิและขาดทุนสุทธิในส่วนนี้ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ 4) ในกรณีโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน โดยไม่มีค่าตอบแทน ค่าบริการหรือดอกเบี้ย หรือมีค่าตอบแทน ค่าบริการหรือดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินค่าตอบแทน ค่าบริการหรือดอกเบี้ยนั้นตามราคาตลาดในวันที่โอน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน |
อ้างอิงคำตอบ
เรื่อง | ขาย & Write off สินทรัพย์ถาวร เครื่องใช้สำนักงาน เครื่องจักร เครื่องมือ ที่ใช้งานไม่ได้ |
แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
วันที่ | วันที่ถาม 16/02/2024 - วันที่ตอบ 16/03/2024 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
ข้อกฎหมาย | คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 58/2538ฯ, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 79/2541, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 |
ปุจฉา | ขอสอบถาม เรื่อง สินทรัพย์ถาวร ค่ะ บริษัทฯ มีเครื่องใช้สำนักงาน เครื่องจักร เครื่องมือ ที่ใช้งานไม่ได้ อยากถามว่า สินทรัพย์บางอย่าง เช่น เครื่องมือ เครื่องจักร ไม่สามารถขายได้ ทางบริษัทฯ ต้องการทำลายสินทรัพย์ดังกล่าว ต้องแจ้งสรรพากร หรือผู้สอบ เหมือนทำลายสินค้าไหมคะและต้องทำอย่างไรบ้างคะทางบัญชีและภาษีเนื่องจากปัจจุบันทางบริษัทเคยแต่ทำการขายรวมๆ เปิดใบกำกับภาษี ยื่นภาษีขายปกติค่ะ หรือ write off ออกจากบัญชี ทางบริษัทฯ ก็จะทำการประเมินราคาและบวกกลับทางภาษีค่ะ ไม่แน่ใจว่าทำถูกไหมคะ |
วิสัชนา | 1.กรณีที่ทรัพย์สินชำรุด ไม่สามารถใช้งานได้ บริษัทฯ ได้ทำการขายในราคาตลาด นำส่งภาษีขาย ออกใบกำกับภาษี นำมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ตามบัญชี ตัดเป็นรายจ่าย และนำราคาขายมารวมคำนวณกำไรสุทธิ เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามข้อ 1. ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 58/2538ฯ ลงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2538 กรณีที่ทรัพย์สินชำรุดจนไม่สามารถใช้งานได้ หากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ได้ขายไปซึ่งทรัพย์สินนั้น ก็มีสิทธิ์ตัดต้นทุนที่เหลืออยู่เป็นรายจ่ายได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร 2. กรณีที่ตรวจนับไม่พบทรัพย์สินสูญหาย บริษัทฯ ได้ตัดจำหน่ายออกจากบัญชี สินทรัพย์ที่หายถือว่าเป็นการขาย โดยใช้ราคาตลาด นำส่งภาษีขาย ไม่ออกใบกำกับภาษี ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 และนำภาษีขายที่นำส่ง และมูลค่าทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของทรัพย์สินที่บริษัทฯ ได้ตัดจำหน่าย (write off) บวกกลับไม่ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล 3. กรณีที่ทรัพย์สินไม่มีตัวตน ประเภทโปรแกรม Software ต่างๆ ที่เลิกใช้งาน และตัดจำหน่ายเต็มมูลค่าคงเหลือ 1 บาท ไม่สามารถขายได้ บริษัทฯ ตัดออกจากบัญชี และนำมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ตามบัญชีถือเป็นรายจ่ายปกติ 4.กรมสรรพากรอนุโลมให้นำหลักเกณฑ์การทำลายสินค้าไปปรับใช้กับการทำลายทรัพย์ ซึ่งตามข้อ 3.2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 79/2541 กำหนดหลักเกณฑ์การแจ้งการทำลายให้สรรพากรพื้นที่ในท้องที่ที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วันก่อนวันทำลาย ดังนี้ “(3.2) สำหรับของเสียหรือสินค้าหรือเศษซากที่โดยสภาพสามารถเก็บรักษาและรอการทำลายพร้อมกันได้เมื่อมีปริมาณที่เหมาะสม ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลจะต้องแจ้งการทำลายให้สรรพากรพื้นที่... ในท้องที่ที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 30 วันก่อนวันทำลาย ซึ่งสรรพากรพื้นที่... อาจส่งเจ้าหน้าที่ไปดูการทำลายด้วยก็ได้ตามความเหมาะสมแล้วแต่กรณี” อนึ่ง กรณีการทำลายทรัพย์สินที่ชำรุดไม่สามารถใช้การได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากบริษัทฯ สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการทำลายทรัพย์สินดังกล่าวจริง และมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ รับรองการกระทำดังกล่าว ถือเป็นผลเสียหายจากการประกอบกิจการโดยตรงไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (13) แห่งประมวลรัษฎากร จึงมีสิทธินำมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินที่เหลืออยู่ดังกล่าวมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ ถึงแม้ไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่สรรพากรทราบล่วงหน้าก่อนก็ตาม แต่ในการทำลายครั้งต่อไปเพื่อไม่ให้มีปัญหากับการตรวจของเจ้าหน้าที่จึงขอให้บริษัทฯ ปฏิบัติให้เป็นไปตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 79/2541 ฯ ลงวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2541 (หนังสือกรมสรรพากรที่ กค 0811/09658 ลงวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2542) 5. สำหรับแบบฟอร์มการทำลายสินค้าหรือทรัพย์สินนั้น กรมสรรพากรมิได้กำหนดไว้แต่อย่างใด ให้กระทำเป็นคำร้องตามแบบฟอร์มหนังสือราชการทั่วไป โดยต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าหรือทรัพย์สินที่จะทำลาย ดังต่อไปนี้เป็นอาทิ (1) ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือทรัพย์สินที่ต้องการทำลาย ซึ่งได้รับอนุมัติให้ทำลายของเสียหรือสินค้าหรือเศษซากหรือทรัพย์สินจากผู้มีอำนาจอนุมัติให้ทำลาย (2) วิธีการทำลาย (3) วัน เวลา สถานที่ที่ใช้ในการทำลาย (4) เหตุผลที่ต้องการทำลาย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |