กรณีบริษัทฯ ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ได้เปิดสำนักงานผู้แทน (Representative Office) ณ ประเทศเวียดนาม 1. ประเด็นการจ่ายค่านายหน้า (Commission) บริษัทฯ มีความประสงค์ที่จะจ่ายค่านายหน้าให้แก่ชาวญี่ปุ่น ที่พำนักในประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในงานเฟอนิเจอร์ญี่ปุ่น และรู้จักผู้จำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ในญี่ปุ่นหลายราย เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการหาลูกค้าให้มาสั่งทำเฟอร์นิเจอร์กับบริษัทฯ เพื่อนำส่งขายไปที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ ทางสำนักงานที่กรุงเทพฯ ไม่ประสงค์จะโอนเงินค่านายหน้าดังกล่าวไปให้นายหน้าชาวญี่ปุ่น ผู้รับค่านายหน้าโดยตรง เช่นนี้ เนื่องจากค่าคอมมิซชั่นดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินเนื่องจากหน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศ หากปรากฏข้อเท็จจริงว่า บุคคลธรรมดาชาวญี่ปุ่นที่ประกอบกิจการเป็นนายหน้าในต่างประเทศ มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีที่ได้รับเงินได้พึงประเมิน บุคคลธรรมดาผู้นั้นไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้จากเงินได้พึงประเมินดังกล่าวในประเทศไทยแต่อย่างใด ทั้งนี้ ตามนัยมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินดังกล่าวจึงไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร แต่อย่างใด (อ้างอิง แนวคำตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/1799 ลงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2557) บริษัทฯ สามารถบันทึกค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ ได้ ในการจ่ายค่านายหน้าให้บุคคลชาวญี่ปุ่นดังกล่าว บริษัทฯ ต้องมีเอกสารประกอบการบันทึกรายการค่าใช้จ่ายดังนี้ (1) บริษัทฯ พึงต้องมีสัญญาว่าจ้างให้เป็นนายหน้าตัวแทนในการหาลูกค้าใน (2) ในการจ่ายค่านายหน้า จะใช้เงินที่ทางสำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ โอนไปให้สำนักงานผู้แทน (Rep. Office) ที่เวียดนามทุกเดือน เพื่อจ่ายให้แก่นายหน้าชาวญี่ปุ่นโดยตรง แทนบริษัทฯ โดยมีรายงานการปฏิบัติงานของ Rep. Office ที่รายงานให้แก่บริษัทฯ สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ ทราบเป็นรายเดือน (3) หลักฐานการรับเงินค่านายหน้าที่นายหน้าชาวญี่ปุ่นออกให้แก่บริษัทฯ โดยไม่ถือเป็นค่าใช้จ่ายของสำนักงานผู้แทนในประเทศเวียดนาม
2. กรณีบริษัท มีโครงการจะส่งพนักงานคนไทยไปประจำที่สำนักงานผู้แทนที่ประเทศเวียดนาม เนื่องจากพนักงานเวียดนามลาออก สำหรับเงินเดือนที่บริษัทฯ ต้องจ่ายให้แก่พนักงานคนไทย (จ่ายเป็น VD) เพื่อดำรงชีพในประเทศเวียดนาม นั้น (1) หากการไปปฏิบัติงานในเวียดนามโดยไม่ได้รับเงินเดือนจากสำนักงานใหญ่ในประเทศไทย (ก) หากพนักงานด้งกล่าวเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 180 วัน ในปีภาษีที่ไปปฏิบัติงานในประเทศเวียดนาม บริษัทฯ ก็ไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้ในประเทศไทย (ข) หากพนักงานด้งกล่าวเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยถึง 180 วัน ในปีภาษีที่ไปปฏิบัติงานในประเทศเวียดนาม และมีการแบ่งจ่ายเงินได้นั้นในประเทศไทยบางส่วน บริษัทฯ ต้องนำได้ส่วนที่แบ่งจ่ายในประเทศไทย มารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงานคนดังกล่าว ในประเทศไทย ทั้งนี้ โดยถือเป็นค่าใช้จ่ายของสำนักงานผู้แทนในประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทฯ ต้องนำมาแสดงในงบการเงินรวม (Consolidate) ของบรัษัทฯ (2) หากการปฏิบัติงานในประเทศเวียดนาม โดยได้รับเงินเดือนประจำ เป็นการตอบแทนในตำแหน่งหน้าที่งานที่ทำกับบริษัทฯ สำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ บริษัทฯ ต้องนำเงินได้ที่จ่ายให้แก่พนักงานคนดังกล่าว โดยถือเป็นเงินได้เนื่องจากกิจการของนายจ้างในประเทสไทย ตามมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร มารวมคำนวณกับเงินเดือนที่จ่ายในประเทศไทยด้วย และสามารถลงบัญชีเป็น คชจ. บริษัทได้ตามปกติ
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์ " |