Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บริษัทจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้น
เรื่อง | บริษัทจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้น |
แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
วันที่ | วันที่ถาม 01/12/2023 - วันที่ตอบ 24/12/2023 |
ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร |
ปุจฉา | ผมมีประเด็นปัญหาสอบถามท่านอาจารย์ 1. กรณีบริษัทจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามารถกระทำได้หรือไม่ 2. หากสามารถกระทำได้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายด้วยหรือไม่ 3. และผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลเป็นหุ้นต้องนำมูลค่าหุ้นถือเป็นเงินได้มาคำนวณภาษีเงินได้ด้วยหรือไม่ครับ |
วิสัชนา | ปัจจุบันบริษัทนิยมจ่ายเงินปันผล 2 แบบ • จ่ายเป็นเงินสด (Cash Dividend) เป็นรูปแบบที่บริษัทนิยมมากที่สุด โดยเงินปันผลนำมาจากกำไรหรือกำไรสะสมของบริษัท โดยเป็นการจ่ายเงินปันผลจากการดำเนินงานปกติ • จ่ายเป็นหุ้น (Equity Stock Dividend) ด้วยการเพิ่มทุนเป็นหุ้นสามัญแล้วนำมาจ่ายปันผล โดยกำหนดจ่ายเป็นอัตราส่วนที่กำหนด เช่น จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นปันผลในอัตราส่วน 10:1 หมายความว่า ผู้ถือหุ้นเดิมจะได้รับหุ้นปันผล 1 หุ้นทุก ๆ หุ้นเดิมที่ถือจำนวน 10 หุ้น ดังนั้น หากถือหุ้นสามัญ 1,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 100 หุ้น หากถือหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น จะได้รับหุ้นปันผล 1,000 หุ้น เป็นต้น สำหรับความแตกต่างระหว่างการจ่ายปันผลเป็นเงินสดกับจ่ายเป็นหุ้น • หากเลือกรับเป็นเงินสด หมายถึง รายได้และเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีนักลงทุนโดยตรง จากนั้นก็นำไปใช้จ่ายได้ตามความต้องการ ส่วนบริษัทที่เลือกจ่ายปันผลด้วยวิธีนี้ต้องมีกระแสเงินสดเพียงพอเพื่อนำมาจ่ายปันผล หมายความว่า บริษัทต้องรักษาโครงสร้างทางการเงินให้มีเสถียรภาพสม่ำเสมอ ซึ่งข้อดี คือ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ถือหุ้น ด้านผู้ถือหุ้นมองว่าบริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินดี ผลประกอบการแข็งแกร่ง ไว้วางใจว่าบริษัทจะสร้างความมั่งคั่งไปพร้อม ๆ กับการสร้างธุรกิจให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น ที่สำคัญจะไม่เกิด Dilution Effect (จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้น และราคาหุ้นลดลง) • ขณะที่รับปันผลเป็นหุ้น หุ้นก็จะถูกโอนเข้าพอร์ตลงทุนของนักลงทุนโดยตรง ซึ่งบริษัทมักจะเก็บเงินสดเอาไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) เตรียมขยายการลงทุนโดยไม่ต้องไปกู้ยืม หรือเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายหุ้น (เพิ่ม Free Float) อีกทั้ง ประเมินว่าในปีถัดไปธุรกิจมีโอกาสฟื้นตัวและผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และไม่กังวลเกี่ยวกับการเกิด Dilution Effect แต่ข้อกังวล คือ หากในปีถัดไปผลประกอบการเติบโตน้อยกว่า Dilution Effect จะทำให้กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ลดลง และหากกำไรในปีถัดไปเติบโตน้อยกว่าการเกิด Dilution Effect อาจต้องประเมินว่าบริษัทจะจ่ายปันผลเป็นหุ้นลดลงหรือไม่ หากพูดถึงความนิยม นักลงทุนส่วนใหญ่ยังชื่นชอบหุ้นปันผลที่จ่ายเป็นเงินสด โดยเฉพาะผู้ที่มีความต้องการเงินสดเพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เช่น วัยเกษียณ หรือมีแผนนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ เช่น กองทุนรวม ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนักลงทุนหลายคนชื่นชอบการได้รับเงินปันผลเป็นหุ้น เพราะหุ้นปันผลที่ได้รับอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ทำให้ได้รับอัตราผลตอบแทนที่ดี หมายความว่า เมื่อเวลาผ่านไปหากราคาหุ้นขยับขึ้น เช่น วันที่รับปันผลเป็นหุ้น ราคาหุ้นอยู่ที่ 2 บาท วันนี้ราคาหุ้นอยู่ที่ 5 บาท มูลค่าเพิ่มที่ได้รับอาจมากกว่าการได้เงินปันผลเป็นเงินสด ซึ่งเหมาะกับนักลงทุนที่เชื่อมั่นว่าธุรกิจจะเติบโตในระยะยาว หรือผู้ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงิน เช่น ผู้ที่มีรายได้ประจำและต้องการให้หุ้นปันผลอยู่ในแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ เป็นต้น ที่มา: 1. กรณีบริษัท A จ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามัญ ในอัตรา 10 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้นใหม่ ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลธรรมดาและบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย หุ้นปันผลดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร และเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับมูลค่าหุ้นปันผลที่ผู้ถือหุ้นได้รับจะมีค่าเท่ากับจำนวนเงินกำไรสะสมที่บริษัทA ผู้จ่ายหุ้นปันผลตัดออกจากบัญชีเพื่อโอนไปเป็นทุนหารด้วยจำนวนหุ้นปันผลทั้งหมดที่ออกในคราวนั้น 2. กรณีผู้รับเป็นบริษัทจำกัดที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ถือหุ้นในบริษัท A ผู้จ่ายหุ้นปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทA ผู้จ่าย หุ้นปันผล และบริษัท A ไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดผู้รับหุ้นปันผลไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม และได้ถือหุ้นที่ก่อให้เกิดเงินปันผลไว้ถึงสามเดือนนับแต่วันที่ได้หุ้นนั้นมาถึงวันที่มีเงินได้ดังกล่าว หรือได้โอนหุ้นนั้นไปก่อน สามเดือนนับแต่วันที่มีเงินได้ บริษัทผู้รับหุ้นปันผลย่อมได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมูลค่าหุ้นปันผลดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นเงินได้ ตามมาตรา 65 ทวิ (10)(ข) และวรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร หากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขดังกล่าว บริษัทผู้รับหุ้นปันผลต้องนำมูลค่าหุ้นปันผลตามข้อ 1. มารวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเพียงกึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับหุ้นปันผล ตามมาตรา 65 ทวิ (10) แห่งประมวลรัษฎากร 3. บริษัท A ผู้จ่ายหุ้นปันผลมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ดังนี้ 3.1 กรณีบริษัท A จ่ายหุ้นปันผลให้แก่บุคคลธรรมดา บริษัท A มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10.0 ของมูลค่าหุ้นปันผลตามมาตรา 50 (2) (จ) แห่งประมวลรัษฎากร 3.2 กรณีบริษัท A จ่ายหุ้นปันผลให้แก่บริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย บริษัทA มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10.0 แต่ไม่รวมถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทจำกัด ซึ่งถือหุ้นในบริษัท A ผู้จ่ายหุ้นปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัท A ผู้จ่ายหุ้นปันผล และบริษัท A ผู้จ่ายหุ้นปันผลไม่ได้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดผู้รับหุ้นปันผลไม่ว่าโดยทางตรงหรือ โดยทางอ้อม ตามข้อ 5 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตาม มาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 หนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากรเลขที่ 0702/9238 ลงวันที่ 9 ตุลาคม 2558 เลขตู้ : 78/39896 ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 1. กรณีบริษัทจ่ายเงินปันผลเป็นหุ้นสามารถกระทำได้ 2. บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายในอัตรา 10% ของมูลค่าหุ้นปันผล และ 3. ผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลเป็นหุ้น หากเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย หรือเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย มีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยเลือกเสียภาษีเงินได้เท่าที่ถูกหัก ณ ที่จ่าย หรือนำมูลค่าหุ้นถือเป็นเงินได้มาคำนวณภาษีเงินได้ และได้สิทธิในเครดิตภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |