1. ตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับมาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548 “มาตรา 4 มูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมตามมาตรา 81/1 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องไม่เกินหนึ่งล้านแปดแสนบาทต่อปี มาตรา 5 คำว่า “ปี” ตามมาตรา 4 หมายความว่า (1) ในกรณีที่ผู้ประกอบการเป็นบุคคลธรรมดาหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลให้นับตามปีประดิทิน เว้นแต่ในกรณีที่เริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เริ่มนับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นปีประดิทิน (2) ในกรณีที่ผู้ประกอบการเป็นนิติบุคคล ให้นับตามรอบระยะเวลาบัญชี เว้นแต่ในกรณีที่เริ่มประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เริ่มนับตั้งแต่วันเริ่มประกอบกิจการถึงวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี”
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 2. ตามมาตรา 85/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการ ต้องยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลา 30 วันนับแต่วันที่มีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกินมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม กล่าวคือ 1.8 ล้านบาท ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการกำหนดมูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อมซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 432) พ.ศ. 2548
3. ผู้ประกอบการต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับรายได้ในส่วนที่เกิน 1.8 ล้านบาท/ปี และแม้จะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีมูลค่าของฐานภาษีในการประกอบกิจการเกิน 1.8 ล้านบาท/ปี เข้าลักษณะเป็นการประกอบกิจการโดยมิได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 85/1 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับสองเท่าของเงินภาษีที่ต้องเสียในเดือนภาษีที่ไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติดังกล่าวหรือเป็นเงินหนึ่งพันบาทต่อเดือนภาษี แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า ตามมาตรา 89 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
4. อย่างไรก็ตามผู้ประกอการจดทะเบียนที่ยื่นแบบ ภ.พ.30 สำหรับเดือนภาษีที่มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ก่อนที่จะได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายได้เกินกว่า 1.8 ล้านบาท ย่อมได้สิทธิงดเบี้ยปรับตามข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 121/2545 เรื่อง มอบหมายให้สั่งและดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณางดหรือลดเบี้ยปรับภาษีเงินได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ลงวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2545 ดังนี้ "ข้อ 2 มอบหมายให้บุคคลดังต่อไปนี้ สั่งงดหรือลดเบี้ยปรับภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 89 และมาตรา 91/21 (6) แห่งประมวลรัษฎากร ตามหลักเกณฑ์ทีอธิบดีกรมสรรพากรกำหนด โดยไม่จำกัดจำนวนเบี้ยปรับ (1) ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภาษีกลาง สำหรับเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (2) ผู้อำนวยการสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ตามที่กรมสรรพากรกำหนด (3) สรรพากรภาค และนักวิชาการภาษี 9 ชช. ที่ปฏิบัติราชการ ณ สำนักงานสรรพากรภาค สำหรับเขตท้องที่สำนักงานสรรพากรภาคนั้น การสั่งและปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรของนักวิชาการภาษี 9 ชช. ตามวรรคหนึ่ง สรรพากรภาคจะกำหนดหลักเกณฑ์ในการสั่งและปฏิบัติราชการแทนตามความเหมาะสมในแต่ละกรณีก็ได้ (4) สรรพากรพื้นที่ สำหรับเขตท้องที่สำนักงานภาษีสรรพากรพื้นที่นั้น (5) สรรพากรพื้นที่สาขา สำหรับเขตท้องที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขานั้น"
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์" |