Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

สวัสดิการพนักงาน บริษัทฯ จัดงานกีฬาสีภายในเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพนักงานแผนกต่าง ๆ


เรื่อง สวัสดิการพนักงาน บริษัทฯ จัดงานกีฬาสีภายในเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพนักงานแผนกต่าง ๆ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 29/08/2024 - วันที่ตอบ 07/10/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
เรียนถามอาจารย์ เรื่อง การจัดงานกีฬาสีบริษัท ค่ะ 
1. หากบริษัทฯ จัดงาน และบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณ CIT เพื่อไม่ให้นำไปเป็นเงินได้ส่วนหนึ่งเพื่อรวมคำนวณ PIT ของพนักงาน เช่นนี้ ทำได้หรือไม่คะ
2. ขอคำแนะนำจากอาจารย์ค่ะ ถ้าจัดงานกีฬาสีเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ สร้างความสามัคคี แล้วถือเป็นเงินได้ส่วนเพิ่มพนักงาน เกรงว่าจะมีปัญหากับทางสหภาพแรงงานบริษัทค่ะ
วิสัชนา
1. สวัสดิการ หมายถึง บริการหรือกิจกรรมใดๆ ที่หน่วยงานราชการหรือองค์กรธุรกิจเอกชนจัดให้มีขึ้น เพื่อให้ข้าราชการ พนักงาน หรือผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์กรนั้นๆ ได้รับความสะดวกสบายในการทำงาน มีความมั่นคงในอาชีพ มีหลักประกันที่แน่นอนในการดำเนินชีวิตหรือได้รับประโยชน์อื่นใด นอกเหนือจากเงินเดือน หรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้ผู้ปฏิบัติงานมีขวัญและกำลังใจที่ดี เพื่อจะได้ใช้กำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาความสามารถของตนในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ 
    ทั้งนี้ โดยได้ระบุสวัสดิการนี้ไว้ในระเบียบสวัสดิการของกิจการที่ให้แก่พนักงานทุกคนเป็นการทั่วไป ไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติแก่พนักงานเป็นบางคน กิจการย่อมสามารถลงเป็นรายจ่ายในคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ใช่รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร

2. ตามมาตรา 42 (28) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสเฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น  
    “มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ 
         (28) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสเฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น” 

3. ตัวอย่างการจัดสวัสดิการพนักงานที่ไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน 
    3.1 ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง    
         สำหรับค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้
         (1) ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าพาหนะ ซึ่งลูกจ้างหรือผู้รับหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือผู้รับทำงานให้ ได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจําเป็นเฉพาะ ในการที่ต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น (มาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร) 
         (2) ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดไว้ โดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยอัตราค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง (มาตรา 42 (2) แห่งประมวลรัษฎากร) 
         (3) เงินค่าเดินทาง ซึ่งนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง เฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมดโดยจําเป็นเพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้รวมถึงเงินค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิม ภายใน 365 วัน นับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อนได้สิ้นสุดลง (มาตรา 42 (2) แห่งประมวลรัษฎากร) 
         (4) ค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราไม่เกินอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย ให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าว เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น โดยไม่ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินมาพิสูจน์ (ข้อ 1 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 59/2538ฯ )
    3.2 สวัสดิการพนักงานตามข้อ 2 (4) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) 
         (1) เงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้ หรือจ่ายแทนลูกจ้างเป็นค่ารักษาพยาบาล สำหรับ 
               (ก) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการีหรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับการรักษาพยาบาลที่กระทำในประเทศไทย 
               (ข) ลูกจ้างในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศในขณะที่ปฏิบัติการตามหน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งคราว 
              ทั้งนี้ เงินจำนวนดังกล่าวได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น   
         (2) สวัสดิการจัดให้มีสถานรับเลี้ยงบุตรของพนักงาน 
    3.3 เบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักร สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มที่มีกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปี เฉพาะในส่วนที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับ
           (ก) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการีหรือผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง ทั้งนี้ เฉพาะการรักษาพยาบาลในประเทศไทย
           (ข) ลูกจ้าง ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศ ในขณะที่ปฏิบัติการตามหน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งคราว
           ทั้งนี้ สำหรับเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป
    3.4 สวัสดิการค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา หรือฝึกอบรมลูกจ้าง ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง (ข้อ 6 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 122/2545ฯ )
    3.5 สวัสดิการจัดเลี้ยงในเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นเงินได้ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (10) แห่งประมวลรัษฎากร (ปัจจุบัน แก้ไขเพิ่มเติมเป็นมาตรา 42 (28) แห่งประมวลรัษฎากร) ทั้งนี้ ตามแนวคำวินิจฉัยของกรมสรรพากรตามหนังสือเลขที่ กค 0706/9276 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548  
    3.6 สวัสดิการอาหารเนื่องในการเข้าร่วมประชุมในกิจการงานของนายจ้าง 
    3.7 สวัสดิการกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำกว่าราคาตลาด 
    3.8 สวัสดิการซื้อสินค้าหรือรับบริการราคาถูก 
    3.9 สวัสดิการของเยี่ยมไข้ที่ให้แก่พนักงานในกรณีพนักงานเจ็บป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป
    3.10 สวัสดิการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดหรือโรคระบาดอื่น ๆ พนักงานประจำ และสมาชิกครอบครัวสามารถเบิกค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินยอดวงเงินที่กำหนด  
    3.11 สวัสดิการรถรับส่งพนักงาน 
    3.12 สวัสดิการเครื่องใช้ ของใช้เฉพาะที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่การงานของนายจ้าง
    3.13 สวัสดิการสนามกีฬา เครื่องออกกำลังกาย 
    3.14 เงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่จ่ายไปในลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อการได้มาซึ่งสิทธิในการเป็นสมาชิกสนามกอล์ฟ สโมสรการกีฬา (Sport Club) หรือสโมสรเพื่อการพักผ่อนหรือสันทนาการ (Member Club) ซึ่งจ่ายตามข้อกำหนดเพื่อให้การรับรองลูกค้าหรือบุคคลตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ.2522) ออกตามความประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้ ตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522)
    3.15 สวัสดิการสถานปฏิบัติธรรมตามศาสนาของพนักงาน 
    3.16 ค่าโทรศัพท์ให้แก่พนักงาน เนื่องจากพนักงานได้นำโทรศัพท์ส่วนตัวมาใช้ในกิจการของบริษัทฯ ตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินของบริษัทฯ นั้น หากบริษัทฯ มีหลักฐานพิสูจน์ได้โดยชัดแจ้งว่า ค่าโทรศัพท์นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการแล้วกรณีดังกล่าว ไม่ถือเป็นประโยชน์เพิ่มของพนักงาน ฉะนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าโทรศัพท์คืนให้พนักงานบริษัทฯ ไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรที่ กค 0702/1121 ลงวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.  2557 
    3.17 กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าใช้จ่าย sport complex สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ รอบข้างบริษัทฯ ทุกบริษัทจะมีการนำเงินมาลงขันเพื่อการสนับสนุนการจัดกีฬาครั้งนี้ นั้น หากเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ โดยเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และพิสูจน์ได้ว่า มีเหตุผลอันสมควรที่จะจ่ายรายการรายจ่ายนั้น และการมีหลักฐานการจ่ายเงินที่พิสูจน์ผู้รับได้ โดยบริษัทฯ ต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นในการจ่ายรายจ่ายดังกล่าว และการก่อประโยชน์แก่บริษัทฯ โดยประการใดบ้าง
    ฯลฯ

4. ตัวอย่างการจัดสวัสดิการพนักงานที่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน
    4.1 เงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้เป็นเงินค่าเช่าบ้าน หรือเงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินช่วยการศึกษาบุตร เงินช่วยเหลือบุตรเงินค่าเบี้ยกันดาร เงินยังชีพ หรือเงินค่าอาหารทำการนอกเวลา 
    4.2 ค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราเกินกว่าอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการ ตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วแต่กรณี โดยไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น ให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงในส่วนที่เกินอัตราดังกล่าวเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงาน  
    4.3 ค่ารักษาพยาบาลของสามี ภริยา คู่สมรส บุพการี หรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้างในต่างประเทศ 
    4.4 เงินได้ที่เป็นของรางวัลหรือบริการที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเนื่องในโอกาสต่างๆ 
    4.5 มูลค่าของอาหารและเครื่องดื่มที่นายจ้างจัดหาให้กับพนักงานหรือลูกจ้างในระหว่างเวลาปฏิบัติงาน ตามระเบียบเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานหรือลูกจ้าง โดยมูลค่าของอาหารและเครื่องดื่มดังกล่าวต้องมีราคาไม่เกินสมควร
    4.6 มูลค่าของเครื่องแบบที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นนายจ้างได้มอบให้แก่ลูกจ้างในจำนวนคนละเกินกว่าสองชุดต่อปี และเสื้อนอกในจำนวนคนละเกินกว่าหนึ่งตัวต่อปี
          "เครื่องแบบ" หมายความว่า เครื่องแต่งกายรวมทั้งสิ่งประกอบเครื่องแต่งกายที่กำหนดให้แต่งเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน แต่ไม่รวมถึงรองเท้าที่อาจใช้งานได้ทั่วไป ชุดชั้นใน หรือสิ่งประกอบเครื่องแต่งกายที่ทำด้วยโลหะ หรืออัญมณีมีค่า เช่น เงิน ทองคำ ทับทิม หยก
          "เสื้อนอก" หมายความรวมถึงชุดไทยพระราชทาน และเสื้อที่นิยมใช้ในการแต่งกายไปในงานสำคัญต่าง ๆ  
    4.7 ค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายให้พนักงาน 
    4.8 เงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่จ่ายไปในลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อการได้มาซึ่งสิทธิในการเป็นสมาชิกสนามกอล์ฟ สโมสรการกีฬา (Sport Club) หรือสโมสรเพื่อการพักผ่อนหรือสันทนาการ (Member Club) ซึ่งจ่ายตามข้อกำหนดในลักษณะเป็นการจำกัดเฉพาะตัวบุคคลบางคนซึ่งเป็นกรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือบุคคลอื่นในตำแหน่งในลักษณะทำนองเดียวกันของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้เข้าไปใช้บริการได้ เป็นการส่วนตัว 
    4.9 เงินรางวัลที่กลุ่มบุคคลหรือทีมงาน ทั้งที่เป็นพนักงานของบริษัท ก. หรือพนักงานของบริษัทในเครือเดียวกันได้รับจากการประกวด เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้ต้องนำเงินรางวัลที่ได้รับนั้นไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้เมื่อสิ้นปีภาษีในนามคณะบุคคลสำหรับการคำนวณภาษีเงินได้ นั้น (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/2841 ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549) 
    4.10 แจกหุ้นพนักงานฟรี หรือให้สิทธิพนักงานซื้อหุ้นราคาถูก
    ฯลฯ 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
กรณีบริษัทฯ จัดงานกีฬาสีภายในเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพนักงานแผนกต่าง ๆ สร้างความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่พนักงาน ถือเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) หรือ (13) แห่งประมวลรัษฎากร 
1. ค่าใช้จ่ายในการจัดงานกีฬาสีดังกล่าว บริษัทฯ ไม่พึงต้องบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อไม่ให้นำไปเป็นเงินได้ส่วนหนึ่งเพื่อรวมคำนวณ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงาน 

2. การที่ค่าใช้จ่ายในการจัดงานกีฬาสีจะไม่ต้องถือเป็นเงินได้ของพนักงานนั้น 
    ประการแรก ต้องเป็นกรณีที่บริษัทฯ ได้ระบุสวัสดิการนี้ไว้ในระเบียบสวัสดิการของบริษัทฯ 
    ประการที่สอง ต้องเป็นสวัสดิการที่ที่จัดให้แก่พนักงานทุกคนเป็นการทั่วไป ไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติแก่พนักงานเป็นบางคน 
    ประการที่สา เป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ โดยเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ โดยรายจ่ายในการจัดกิจกรรมกีฬาสีก่อให้เกิดประโยชน์โดยส่วนรวม อาทิ เป็นช่องทางในการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพนักงานแผนกต่าง ๆ ก่อให้เกิดการประสานงาน ความร่วมมือ และสร้างความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่พนักงาน ไม่ใช่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของพนักงานคนหนึ่งคนใด 
    ประการที่สี่ พนักงานแต่ละคนไม่ได้รับประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน สิ่งของ หรือประโยชน์ที่อาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ