Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บันทึกบัญชี ซื้อรถยนต์นั่งราคา 7 ล้าน เงินประกันสัญญา 3 ล้าน เหลืออีก 4 ล้าน ทำสัญญาเช่าลิซซิ่งทางการเงิน
| เรื่อง | บันทึกบัญชี ซื้อรถยนต์นั่งราคา 7 ล้าน เงินประกันสัญญา 3 ล้าน เหลืออีก 4 ล้าน ทำสัญญาเช่าลิซซิ่งทางการเงิน |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 17/04/2023 - วันที่ตอบ 23/04/2023 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 |
| ปุจฉา | 1. กิจการซื้อรถยนต์นั่งราคา 7 ล้าน รวม VAT เงินประกันสัญญา 3 ล้าน เหลืออีก 4 ล้าน ทำสัญญาเช่าลิซซิ่งทางการเงิน ไม่ทราบว่า หนูจะลงบัญชีด้วยยอด 4 ล้าน หรือ 7 ล้าน บันทึกเงินประกันตอนทำสัญญาเลยใช่มั้ยคะ 2. หากหนูผ่อนหมดแล้วหนูจะซื้อมูลค่าซากของรถคันนี้ด้วยเงิน 3 ล้านบาท หนูจะบันทึกบัญชีอย่างไรคะ |
| วิสัชนา | คำว่า leasing หรือการเช่า กฎหมายไทยจะรู้จักแต่ operating lease (เช่าดำเนินงาน, rent) ตามหลักการบัญชี แต่ไม่รู้จัก finance lease (เช่าการเงิน) ดังนั้น ถ้าเนื้อหาคือการซื้อสินทรัพย์ (โดยวิธีทางการเงิน) ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้บริษัทต้องบันทึกตามหลักบัญชี กล่าวคือ ตามเนื้อหา ต้องรับรู้เป็นสินทรัพย์ (รายจ่ายฝ่ายทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายประจำงวด) เช่นเดียวกับวิธีเช่าซื้อ แม้รูปแบบทางกฎหมายจะรู้จักแต่การเช่า (ดำเนินงาน) ทำให้ตอนคำนวณภาษีเงินได้ต้องมาปรับปรุงกำไรตามงบการเงินที่ทำตามหลักบัญชี ด้วยการบวกกลับ ค่าเสื่อมราคา และดอกเบี้ยจ่าย (ที่เกิดจากวิธีตามหลักบัญชี) และหักเพิ่มด้วยค่าเช่า (เช่าดำเนินงาน ตามที่กฎหมายไทยรู้จัก) ตัวเลขจากโจทย์ที่ให้มาไม่พอที่จะบันทึกบัญชี (ตามหลักบัญชี) ได้ เพราะค่างวดดังกล่าวได้รวมดอกเบี้ยจ่ายของแต่ละงวดเข้าไปด้วย (ต้องขอจากทางบริษัท leasing ว่าแต่ละงวดมีดอกเบี้ยแฝงอยู่ด้วยจำนวนเท่าไร) รถยนต์ซื้อมาก็พร้อมใช้ จึงไม่สามารถเลือกวิธีรวมดอกเบี้ยเป็นต้นทุนสินทรัพย์ได้ จะต้องบันทึกดอกเบี้ยจ่ายจาก finance lease ออกมาเป็นรายจ่ายประจำงวด ส่วนรถยนต์ก็คำนวณค่าเสื่อมตามปกติ เมื่อจัดทำงบการเงินได้กำไรสุทธิ (ตามหลักบัญชี) พอจะมาคำนวณภาษีเงินได้ ต้องนำค่าเสื่อมราคา และดอกเบี้ยจ่ายมาบวกกลับ และหักเพิ่มด้วยค่าเช่า (ค่างวด) แต่ละงวด การเช่ารถยนต์นั่ง ภาษีซื้อไม่สามารถนำไปเครดิตภาษีขายได้ ต้องรวมเป็นค่าเช่า แต่ค่าเช่าสำหรับรถยนต์นั่งที่กรมสรรพากรอนุญาตให้นำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้ต้องไม่เกินวันละ 1,200 บาท หรือเดือนละ 36,000 บาท ส่วนที่เกินก็นำมาหักไม่ได้ ตามมาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 1. กรณีบริษัทฯ ซื้อรถยนต์นั่งราคา 7 ล้านรวม VAT เงินประกันสัญญา 3 ล้าน เหลืออีก 4 ล้านทำสัญญาเช่าลิสซิ่งทางการเงิน นั้น 1.1 ตามหลักการบัญชี ซึ่งยึดหลัก “เนื้อหาสำคัญกว่ารูปแบบ” (Substance over Form) (1) ให้บันทึกราคารถยนต์นั่งดังกล่าวตามราคาเงินสด เช่น 7 ล้านบาท เพื่อการคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา (2) สำหรับดอกเบี้ยของส่วนที่ทำสัญญาลิสซิ่งให้รับรู้เป็นดอกเบี้ยรอตัดจ่าย และรับรู้ดอกเบี้ยตัดจ่ายตามงวดที่ถึงกำหนดชำระราคาแต่ละงวด เป็นรายจ่ายในการดำเนินงาน 1.2 ในทางภาษีอากร (1) ให้บริษัทฯ รับรู้ค่าเช่าแบบลิสซิ่งสำหรับจำนวนเงิน 4 ล้านบาท เป็นรายจ่ายในการดำเนินงาน แต่ไม่เกิน 36,000 บาทต่อคันต่อเดือน (2) สำหรับเงินประกันสัญญาให้ถือเป็นสินทรัพย์ (รายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (5) แห่งประมวลรัษฎากร – รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน) (3) ให้บริษัทฯ ปรับปรุงบวกกลับค่าเสื่อมราคารถยนต์ตามข้อ 1.1 (1) และ ดอกเบี้ยตัดจ่ายตาม ข้อ 1.1 (2) ข้างต้น 2. เมื่อบริษัทฯ ได้ผ่อนชำระตามสัญญาลีสซิ่ง และตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ 2.1 ตามหลักการบัญชี ก็ให้ดำเนินการตามข้อ 1.1 (1) ในส่วนของค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาต่อไป จนกว่าจะหมดอายุการใช้งานหรือขายรถยนต์นั่งคันดังกล่าวออกไป 2.2 ในทางภาษีอากร (1) ให้รับรู้เงินประกันเป็นต้นทุนรถยนต์ทางภาษีอากร แล้วเริ่มคำนวณหักค่าสีกหรอและค่าเสื่อมราคา โดยให้คำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาจากมูลค่าต้นทุนไม่เกิน 1,000,000 บาท เพื่อรับรู้เป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (2) ให้บริษัทฯ ปรับปรุงบวกกลับค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทางบัญชีตามข้อ (1) ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |