Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

เปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชีต้องแจ้งสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
| เรื่อง | เปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชีต้องแจ้งสรรพากรและกรมพัฒนาธุรกิจการค้า |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 17/07/2025 - วันที่ตอบ 03/08/2025 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 |
| ปุจฉา | ขออนุญาตเปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชีเดิมรอบ 30/3/67-29/3/68 เป็นปีตามปฏิทิน 30/3/67-31/12/67 สรรพากรอนุญาตแล้ว แต่ไม่ได้ยื่นขอเปลี่ยนในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ต้องทำยังไงคะ |
| วิสัชนา | ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีต้องปิดบัญชีครั้งแรกภายในสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชีที่กำหนดตามมาตรา 8 วรรคหก หรือวันเริ่มทำบัญชีตามมาตรา 9 (วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย) แล้วแต่กรณี และปิดบัญชีทุกรอบ 12 เดือนนับแต่วันปิดบัญชีครั้งก่อน เว้นแต่เมื่อได้รับอนุญาตจากสารวัตรใหญ่บัญชีหรือสารวัตรบัญชีให้เปลี่ยนรอบปีบัญชีแล้วอาจปิดบัญชีก่อนครบรอบ 12 เดือน 1.1 การเปลี่ยนรอบปีบัญชีแบ่งเป็น 2 กรณีดังนี้ (1) กรณีเป็นการปิดรอบปีบัญชีปีแรกของผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี หากเปลี่ยนรอบปีบัญชีแล้วไม่เกินสิบสองเดือนนับแต่วันเริ่มทำบัญชีตามกฎหมาย (วันที่ได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย) สามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชี แต่ต้องแก้ไขข้อบังคับของบริษัท (ถ้ามี) จากรอบระยะเวลาบัญชีเริ่มวันที่ 1 เมษายน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี เป็นเริ่มวันที่ 1 มกราคม สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งรอบปีบัญชีแรกที่ปิดในกรณีนี้จะเป็นรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคมของปีเดียวกัน (2) กรณีเปลี่ยนรอบปีบัญชีหลังจากที่เคยปิดรอบปีบัญชีในปีก่อนๆ มาแล้ว ต้องขออนุญาตเปลี่ยนรอบปีบัญชี 1.2 กรณีนี้ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชีขอเปลี่ยนรอบปีบัญชีจากระยะเวลาบัญชีเริ่มวันที่ 1 เมษายน สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม ของทุกปี เป็นเริ่มวันที่ 1 มกราคม สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี สามารถทำได้ โดยนำเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาต ดังนี้ (1) สำเนาหนังสือรับรองรายการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (2) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี (3) สำเนาหนังสือของกรมสรรพากรที่อนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี (ถ้ามี) ทั้งนี้ให้ยื่นขอต่อกรมสรรพากรก่อน ซึ่งกรณีนี้ไม่ต้องให้สรรพากรอนุญาต (4) สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท หรือสำเนาข้อบังคับของบริษัทอย่างใดอย่างหนึ่ง (ถ้ามี) (5) สำเนาแบบนำส่งงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน (ส.บช.3) ครั้งสุดท้ายก่อนการขออนุญาต (6) หนังสือมอบอำนาจที่ติดอากรครบถ้วนพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (กรณีผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลมอบหมายให้ผู้อื่นทำการแทน) การปิดงบการเงิน รอบปีบัญชีแรก คือ 1 ตุลาคม 2554 – 31 ธันวาคม 2554 รอบปีบัญชีถัดไป 1 มกราคม 2555 – 31 ธันวาคม 2552 โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะพิจารณาและแจ้งให้กรมสรรพากรทราบ และต้องขออนุญาตก่อนวันปิดรอบปีบัญชีที่เปลี่ยน มิฉะนั้นจะถือว่าเป็นการเปลี่ยนรอบปีบัญชีโดยมิได้ขออนุญาต ทั้งนี้ สามารถโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลข 0-2547-5981 และ 0-2547-4408 2. รอบระยะเวลาบัญชี ในทางภาษีอากร ผู้มีหน้าที่เสียภาษีจากกำไรสุทธิ ต้องคำนวณกำไรสุทธิ จากรายได้จากกิจการ หรือเนื่องจาก กิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชี หักด้วยรายจ่ายตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี ซึ่งประมวลรัษฎากรได้กำหนดรอบระยะเวลาบัญชีหนึ่งๆ ไว้ดังนี้ 2.1 รอบระยะเวลาบัญชีโดยทั่วไปตามบทบัญญัติมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร รอบระยะเวลาบัญชี สำหรับการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องเท่ากับ 12 เดือน โดยจะเริ่มต้นและสิ้นสุดลงเมื่อใดก็ได้ 2.2 รอบระยะเวลาบัญชีซึ่งน้อยกว่า 12 เดือน กรณีที่กฎหมายยอมให้รอบระยะเวลาบัญชีน้อยกว่า 12 เดือน ได้ มีเฉพาะกรณีดังต่อไปนี้ คือ (1) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเริ่มตั้งใหม่ จะถือวันเริ่มตั้งถึงวันหนึ่งวันใดเป็นรอบระยะ เวลาบัญชีแรกก็ได้ แต่รอบระยะเวลาบัญชีต่อไปต้องเท่ากับ 12 เดือน (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอาจยื่นคำร้องขอเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีก็ได้ ตามที่อธิบดีกรมสรรพากรจะเห็นสมควรและสั่งอนุญาตซึ่งรอบระยะเวลาบัญชีแรกที่ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนจะน้อยกว่า 12 เดือน (3) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เลิกกันให้ถือเอาวันที่เจ้าพนักงานจดทะเบียนเลิกเป็น วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี (4) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลควบเข้ากัน ให้ถือว่าบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเลิกกัน รอบระยะเวลาบัญชีที่ควบเข้ากันจึงเป็นไปตาม (ค) ซึ่งอาจน้อยกว่า 12 เดือน ในกรณีที่บริษัทเลิกกิจการและยังชำระบัญชีไม่เสร็จ หากมีกำไรสุทธิเกิดขึ้น จะต้องนำมาเสียภาษีเงินได้ นิติบุคคลเพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ถือว่าบริษัทยังมีสภาพเป็นนิติบุคคลอยู่ตราบเท่าที่ยังชำระบัญชีไม่เสร็จสิ้น อนึ่ง กรณีรอบระยะเวลาบัญชีมากกว่า 12 เดือน (ไม่เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ จึงไม่ขอนำมากล่าวในที่นี้) ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมสรรพากรให้เปลี่ยนแปลงวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีเดิมซึ่งมีรอบระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 30/3/67 – 29/3/68 เป็นปีตามปฏิทินคือ 30/3/67 – 31/12/67 ซึ่งหมดภาระทางกรมสรรพากรแล้วนั้น แต่ไม่ได้ยื่นขอเปลี่ยนในกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้บริษัทฯ นำเอกสารหลักฐานประกอบคำขออนุญาต ไปยื่นต่อเจ้าพนักงานกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ดังนี้ (1) สำเนาหนังสือรับรองรายการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (2) สำเนารายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี (3) สำเนาหนังสือของกรมสรรพากรที่อนุญาตให้เปลี่ยนรอบปีบัญชี ทั้งนี้ให้ยื่นขอต่อกรมสรรพากรก่อน (4) สำเนารายงานการประชุมจัดตั้งบริษัท หรือสำเนาข้อบังคับของบริษัทอย่างใดอย่างหนึ่ง (ถ้ามี) (5) สำเนาแบบนำส่งงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน (ส.บช.3) ครั้งสุดท้ายก่อนการขออนุญาต (6) หนังสือมอบอำนาจที่ติดอากรครบถ้วนพร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ (กรณีผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคลมอบหมายให้ผู้อื่นทำการแทน) ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |