Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การติดอากรแสตมป์
เรื่อง | การติดอากรแสตมป์ |
แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
วันที่ | วันที่ถาม 31/01/2022 - วันที่ตอบ 01/03/2022 |
ประเภทภาษี | อากรแสตมป์ |
ข้อกฎหมาย | มาตรา 109 แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 153/2559ฯ |
ปุจฉา | สอบถามเกี่ยวกับการติดอากรแสตมป์ค่ะ ทางบริษัทฯ เป็นบริษัทก่อสร้าง ซึ่งจะมีปัญหาเกี่ยวกับการติดอากรแสตมป์งานซ่อมแซม ที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านบาท ซึ่งลูกค้าจะไม่ทำสัญญา ไม่ออกใบสั่งซื้อ และบางครั้งก็ออกใบสั่งซื้อ แต่ส่งให้เกิน 15 วันไปแล้ว และเอกสารการสั่งซื้อก็ส่งทาง e-mail ไม่ได้รับตัวจริงเมื่อก่อนทางบริษัทฯ แก้ไขปัญหาโดยการทำใบประเมินโดยลงวันที่ตามวันที่ได้รับแจ้งงาน โดยเซ็นต์รับเอกสารวันนั้นๆ แล้วนำไปติดอากร ซึ่งตอนนี้ ทางสรรพากรไม่อนุญาตการติดแบบนี้แล้วและต้องใช้ใบสั่งซื้อตัวจริงเท่านั้นในการไปติด 1. หนูรบกวนอาจารย์แนะนำวิธีการไปขอติดอากรแสตมป์ด้วยค่ะ 2. รบกวนถามเกี่ยวกับการนำใบกำกับภาษีไปติดว่าได้ไหมค่ะ และต้องนำตัวจริงไปติดภายในวันที่ออกใบกำกับภาษีด้วยหรือไม่ค่ะ 3. การติด e-duty stamp ยังติดได้อยู่ไหมค่ะ |
วิสัชนา | ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 153/2559ฯ กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเสียอากรแสตมป์ สำหรับตราสารจ้างทำของ โดยให้ผู้รับจ้างมีหน้าที่เสียอากรแสตมป์เมื่อมีการ “กระทำ” ตราสารจ้างทำของ ซึ่งหมายถึงกรณที่แทน โดยคู่สัญญาได้ลงลายมือชื่อครบถ้วนทั้งสองฝ่าย ดังนี้ “ข้อ 5 ตราสารจ้างทำของที่ต้องเสียอากร หมายถึง เอกสารการจ้างทำของซึ่งผู้รับจ้างตกลงทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จให้แก่ผู้ว่าจ้าง และผู้ว่าจ้างตกลงจะให้สินจ้างเป็นการตอบแทน โดยคู่สัญญาได้ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย ตัวอย่าง (1) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซึ่งประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ให้สร้างอาคารสำนักงานโดยบริษัท ก จำกัด แจ้งให้บริษัท ข จำกัด ประเมินราคางานเบื้องต้นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และบริษัท ข จำกัด ทำใบเสนอราคา (Quotation) ให้แก่บริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ต่อมาบริษัท ก จำกัด และบริษัท ข จำกัด ได้ทำสัญญาจ้างและลงลายชื่อทั้งสองฝ่ายในวันที่ 1 เมษายน 2559 บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้างจึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 เมษายน 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทำตราสารจ้างทำของ (2) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซ่อมเครื่องจักร โดยบริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้างออกใบเสนอราคา (Quotation) ให้บริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 และบริษัท ก จำกัดได้ลงนามในใบเสนอราคาฉบับดังกล่าวในวันที่ 1 มีนาคม 2559 บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ซึ่งเป็นวันที่ได้จัดทำตราสารจ้างทำของ (3) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซ่อมเครื่องถ่ายเอกสาร โดยบริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้าง ออกใบเสนอราคา (Quotation) ให้บริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 แต่บริษัท ก จำกัด ไม่ได้ลงนามในใบเสนอราคาดังกล่าว ต่อมาบริษัท ก จำกัด ออกใบสั่งจ้าง (Purchase Order) แจ้งให้บริษัท ข จำกัด ทราบในวันที่ 1 มีนาคม 2559 ใบสั่งจ้างตามใบเสนอราคาเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารจ้างทำของ บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 มีนาคม 2559 (4) บริษัท ก จำกัด ว่าจ้างบริษัท ข จำกัด ซ่อมหลังคาอาคารโรงงาน บริษัท ข จำกัด ได้ซ่อมหลังคาอาคารโรงงานตามที่ตกลงแล้วเสร็จในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 ต่อมาบริษัท ก จำกัด ออกใบสั่งจ้าง (Purchase Order) ให้แก่บริษัท ข จำกัด ในวันที่ 1 มีนาคม 2559 และบริษัท ข จำกัดออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) พร้อมแนบใบสั่งจ้างเรียกเก็บเงินจากบริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 เมษายน 2559 ใบแจ้งหนี้ตามใบสั่งจ้างเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารจ้างทำของ บริษัท ข จำกัด ผู้รับจ้าง จึงมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 เมษายน 2559” ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ เป็นบริษัทก่อสร้าง ซึ่งจะมีปัญหาเกี่ยวกับการติดอากรแสตมป์งานซ่อมแซม ที่มีมูลค่าเกิน 1 ล้านบาท นั้น 1 กรณีลูกค้าจะไม่ทำสัญญา ไม่ออกใบสั่งซื้อ หากไม่มีการจัดทำสัญญาจ้างซ่อม บริษัทฯ ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่อย่างใด 2. กรณีที่ในบางครั้งลูกค้าออกใบสั่งซื้อ แต่ส่งให้เกิน 15 วันไปแล้ว หากทางฝ่ายบริษัทฯ ไม่มีการลงนามหรือมีหนังสือโต้ตอบจนก่อให้เกิดเป็นตราสารจ้างทำของ ตามความในมาตรา 109 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่อย่างใด 3. กรณีลูกค้าส่งเอกสารการสั่งซื้อทาง e-mail โดยบริษัทฯ ไม่ได้รับต้นฉบับ (ตัวจริง) เช่นนี้ ก็ถือได้ว่า ยังมิได้มีการกระทำตราสารจ้างทำของ บริษัทฯ จีงไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่อย่างใด 4. กรณีทางบริษัทฯ แก้ไขปัญหาโดยการทำใบประเมินโดยลงวันที่ตามวันที่ได้รับแจ้งงาน โดยเซ็นรับเอกสารวันนั้น ๆ แล้วนำไปติดอากร ซึ่งตอนนี้ ทางสรรพากรไม่อนุญาตการติดแบบนี้แล้วและต้องใช้ใบสั่งซื้อตัวจริงเท่านั้นในการไปติด เช่นนี้ ถือได้ว่า ยังมิได้มีการกระทำตราสารจ้างทำของ บริษัทฯ จีงไม่มีหน้าที่ต้องเสียอากรแสตมป์ แต่อย่างใด 5. กรณีบริษัทฯ ได้ดำเนินการซ่อมแซมตามที่ตกลง ซึ่งถือว่าบริษัทฯ ได้ตกลงทำสัญญาจ้างทำของแล้ว แต่ไม่ได้มีการ “กระทำตราสาร” ที่ต้องเสียอากรแสดตมป์ เมื่องานซ่อมแซมแล้วเสร็จเช็นในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ต่อมาบริษัทผู้ว่าจ้าง ออกใบสั่งจ้าง (Purchase Order) ให้แก่บริษัทฯ ในวันที่ 1 มีนาคม เนื่องจากระบบบัญชีของบริษัทผู้ว่าจ้างไม่สามารถบันทึกบัญชีได้หากไม่มี P/O ทั้งนี้ เพื่อการควบคุมภายใน โดยบริษัทฯ ได้ออกใบแจ้งหนี้ (Invoice) พร้อมแนบใบสั่งจ้างเรียกเก็บเงินจากบริษัท ก จำกัด ในวันที่ 1 เมษายน เช่นนี้ ใบแจ้งหนี้ตามใบสั่งจ้างเป็นหนังสือโต้ตอบระหว่างกันและก่อให้เกิดตราสารจ้างทำของ ตามมาตรา 109 แห่งประมวลบรัษฎากร เป็นผลให้บริษัทฯ ในฐานะผู้รับจ้างมีหน้าที่ต้องเสียอากรในวันที่ 1 เมษายน โดยสามารถเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ 1 เมษายน 6. การติด e-duty stamp ยังติดได้อยู่ ภายในปี พ.ศ. 2565 ตามแถลงข่าวของกรมสรรพากร ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |