Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การเฉลี่ยภาษีซื้อ กรณีได้รับใบกับภาษีค่าซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวและการเคลมจากบริษัทประกัน


เรื่อง การเฉลี่ยภาษีซื้อ กรณีได้รับใบกับภาษีค่าซ่อมแซมความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวและการเคลมจากบริษัทประกัน
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 18/04/2025 - วันที่ตอบ 26/04/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) ฯ
ปุจฉา
ขอคำแนะนำเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวและการเคลมจากบริษัทประกันค่ะ
    ธุรกิจที่ต้องการรบกวนสอบถามนี้สมมติว่าเป็นบริษัท A เป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะที่ประกอบกิจการทั้ง VAT และ non VAT ทำให้ภาษีซื้อจะมีการเฉลี่ยตามอัตราส่วนของรายได้เสมอ หากแยกไม่ได้ชัดเจนว่า ภาษีซื้อเกี่ยวข้องกับธุรกิจอะไร
    ปี 25X1 บริษัท A นี้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว และได้ว่าจ้างผู้รับเหมามาแก้ไขและซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย โดยทางบริษัทผู้รับเหมาที่ให้บริการนั้นก็ได้เรียกเก็บค่าบริการที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีกับทางบริษัทA อย่างไรก็ตามทางบริษัท A มีประกันคุ้มภัยที่สามารถ claim คืนได้จากบริษัทประกัน จึงได้บันทึกค่าบริการพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มนี้เป็นสินทรัพย์รอเรียกเก็บจากบริษัทประกันคู่กับเงินสดที่จ่ายออก 
    สมมติว่า บริษัทประกันแจ้งยอดที่จะจ่ายชดเชยคนละรอบระยะเวลาบัญชีกันกับที่จ่ายค่าบริการซ่อมแซม ปี 25X2

คำถามที่ต้องเรียนปรึกษาค่ะ
1. ภาษีซื้อจากใบกำกับภาษีที่ทางบริษัทผู้รับเหมาได้เรียกเก็บมาในปี 25X1 นั้น ต้องนำมาเฉลี่ยภาษีซื้อหรือไม่ แม้ว่าจะยังไม่ได้รับรู้ค่าบริการนั้นเป็นรายจ่ายก็ตาม (ตั้งเป็นสินทรัพย์รอ claim คืนจากบริษัทประกัน) หรือให้บันทึกภาษีซื้อทั้งก้อนเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์รอ claim คืนแล้วรอล้างออกตอนที่ได้รับเงินจากบริษัทประกัน
    1.1 หากต้องนำภาษีซื้อมาเฉลี่ย ส่วนที่ต้องลงเป็นรายจ่ายภาษีซื้อนั้นสามารถนำมาเป็นรายจ่ายได้ในรอบที่จ่ายได้เลยหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละรอบระยะเวลาบัญชีที่จะรับรู้รายได้จากการ claim คืนจากประกัน
    1.2 ส่วนที่ต้องรับรู้เป็นภาษีซื้อนั้นก็สามารถรับรู้ได้เลยตามปกติใช่หรือไม่

2. หากคำถามข้อแรกเป็นการบันทึกภาษีซื้อทั้งก้อนเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์รอ claim คืน ในกรณีบริษัทประกันจ่ายค่าชดเชยไม่ครอบคลุมทั้งมูลค่าที่จ่ายค่าบริการซ่อมแซมรวม VAT ไป มีส่วนต่างที่ทางบริษัทต้อง absorb จะมีวิธีการปฏิบัติเรื่องภาษีซื้ออย่างไรบ้าง ต้องนำภาษีซื้อที่ฝังอยู่ในสินทรัพย์นั้นแค่ส่วนที่ต่างมาเฉลี่ยหรือไม่อย่างไร หรือหากอาจารย์มีข้อแนะนำเพิ่มเติมสามารถเสนอได้ค่ะ 
วิสัชนา
1. ตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร บัญญัติว่า “ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และผู้ประกอบการจดทะเบียนได้นำสินค้าหรือบริการที่ได้มาหรือได้รับมาในการประกอบกิจการของตนไปใช้หรือจะใช้ในกิจการทั้งสองประเภท ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้นเฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด” ซึ่งได้แก่ ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535 

2. ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2535 อธิบดีกรมสรรพากรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดวิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อไว้ 2 วิธี คือ 
    วิธีที่ 1  การเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ สำหรับภาษีซื้ออื่นใดที่มิใช่ภาษีซื้อสำหรับการก่อสร้างอาคารใหม่ตามวิธีที่ 2 
    วิธีที่ 2  การเฉลี่ยภาษีซื้อตามสัดส่วนพื้นที่การใช้อาคารที่ก่อสร้างใหม่ เพื่อใช้ในทั้งสองประเภทกิจการ 

3. วิธีการเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ เป็นดังนี้ 
    3.1 ผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการทั้งประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและผู้ประกอบการจดทะเบียนได้นำสินค้าหรือบริการที่ได้มาหรือได้รับมาในการประกอบกิจการของตนไปใช้หรือจะใช้ในกิจการทั้งสองประเภท ถ้าไม่สามารถแยกได้อย่างชัดแจ้งว่าภาษีซื้อที่เกิดจากสินค้าหรือบริการดังกล่าวเป็นภาษีซื้อของกิจการประเภทใด ให้เฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ของแต่ละกิจการ ดังนี้
         (1) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเริ่มประกอบกิจการ หรือได้ประกอบกิจการมาแล้วแต่ยังไม่มีรายได้ ให้ประมาณการรายได้ของกิจการทั้งสองประเภทของปีที่เริ่มมีรายได้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของประมาณการรายได้ดังกล่าว และให้นำภาษีซื้อที่เฉลี่ยได้ตามส่วนของประมาณการรายได้ของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มมาหักออกจากภาษีขาย แต่ภาษีซื้อดังกล่าวจะต้องมีจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของภาษีซื้อที่นำมาเฉลี่ย สำหรับในปีถัดจากปีที่เริ่มประกอบกิจการและยังไม่มีรายได้ถึงสิ้นปีของปีที่เริ่มมีรายได้ ให้เฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของประมาณการรายได้ตามเกณฑ์ในวรรคหนึ่งและวรรคสอง
              เมื่อสิ้นปีที่เริ่มมีรายได้ ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนคำนวณภาษีซื้อที่หักได้จริงตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และให้ปรับปรุงภาษีซื้อที่ได้นำมาหักออกจากภาษีขายแล้วตามหลักเกณฑ์ตาม (2)
              ปีที่เริ่มมีรายได้ให้หมายถึง ปีแรกที่มีรายได้เกิดขึ้นจริงไม่น้อยกว่า 6 เดือนภาษี  
         (2) การปรับปรุงภาษีซื้อตาม (1) ให้กระทำในเดือนภาษีถัดจากเดือนภาษีสุดท้ายของปีที่เริ่มมีรายได้ โดยให้ปรับปรุงตั้งแต่เดือนภาษีแรกที่ได้มีการเฉลี่ยภาษีซื้อถึงเดือนภาษีสุดท้ายของปีที่เริ่มมีรายได้ ดังนี้
              (ก) ในกรณีภาษีซื้อที่เฉลี่ยได้และได้นำมาหักออกจากภาษีขายแล้ว มีจำนวนเกินกว่าภาษีซื้อที่หักได้จริง ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนชำระภาษีซื้อส่วนที่เกินนั้นพร้อมกับยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มอีกหนึ่งฉบับ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนภาษีที่มีการปรับปรุงภาษีซื้อและให้นำภาษีซื้อส่วนที่เกินนั้นซึ่งยังมิได้นำไปรวมคำนวณเป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการ ไปรวมคำนวณเป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการในปีที่เกี่ยวข้อง
              (ข) ในกรณีภาษีซื้อที่เฉลี่ยได้และได้นำมาหักออกจากภาษีขายแล้วมีจำนวนน้อยกว่าภาษีซื้อที่หักได้จริง ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนยื่นคำร้องขอคืนภาษีซื้อส่วนที่ขาดนั้น ตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด และให้นำภาษีซื้อส่วนที่ขาด ซึ่งได้นำไปรวมคำนวณเป็นมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการแล้วไปหักออกจากมูลค่าต้นทุนของทรัพย์สินหรือรายจ่ายของกิจการในปีที่เกี่ยวข้อง
         (3) สำหรับปีถัดจากปีที่เริ่มมีรายได้เป็นต้นไป ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเฉลี่ยภาษีซื้อตามส่วนของรายได้ของปีที่ผ่านมาโดยไม่ต้องปรับปรุงภาษีซื้ออีก และในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนประสงค์จะปรับปรุงภาษีซื้อให้เป็นไปตามส่วนของรายได้ที่เกิดขึ้นจริงทั้งปีของกิจการทั้งสองประเภทก็ให้กระทำได้ ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์ตาม (2) มาใช้บังคับโดยอนุโลมและเมื่อได้เลือกปฏิบัติเป็นอย่างใดแล้ว ก็ให้ถือปฏิบัติเป็นอย่างเดียวกันตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้เปลี่ยนแปลงได้
              รายได้ของปีที่ผ่านมาตามวรรคหนึ่ง หมายถึง รายได้ของปีก่อนปีปัจจุบัน 1 ปี
         (4) การปรับปรุงภาษีซื้อตามข้อนี้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามมาตรา 89 และมาตรา 89/1 แห่งประมวลรัษฎากร 
    3.2 รายได้ที่นำมาใช้ในการเฉลี่ยภาษีซื้อ ใช้สัดส่วนรายได้อย่างไร สามารถนำรายได้จาก ภ.พ.30 มาเป็นเกณฑ์ในการเฉลี่ยภาษีซื้อ ตามข้อ 4 ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) ดังนี้ 
         “ข้อ 4 รายได้ตามข้อ 2 และข้อ 3 หมายความว่า
              (1) รายได้ของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายความว่า มูลค่าของฐานภาษีของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม... 
              (2) รายได้ของกิจการประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หมายความว่า มูลค่าของฐานภาษีของกิจการประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม รายรับของกิจการประเภทที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ และรายรับของกิจการประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ …
              รายได้ตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึง
              (ก) รายได้ที่เกิดขึ้นจากกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนนำเงินไปหาประโยชน์โดยการฝากธนาคาร ซื้อพันธบัตรหรือหลักทรัพย์ หรือซื้อตั๋วเงินของสถาบันการเงินอื่น แต่ทั้งนี้ไม่ใช้บังคับสำหรับการประกอบกิจการตามมาตรา 91/2 (1)(2) และ (3) แห่งประมวลรัษฎากร
              (ข) รายได้ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีการกู้ยืมเงินกันเองในระหว่างบริษัทในเครือเดียวกัน
                   คำว่า "บริษัทในเครือเดียวกัน" หมายความว่า บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตั้งแต่สองนิติบุคคลขึ้นไปซึ่งมีความสัมพันธ์กันโดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนอยู่ในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอีกแห่งหนึ่งไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียงในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือนก่อนวันที่มีการกู้ยืม
               (ค) รายได้ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจากกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีระเบียบเกี่ยวกับเงินกองทุนสะสมพนักงานหรือทุนอื่นใดเพื่อพนักงาน และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลได้นำเงินกองทุนนี้ออกให้พนักงานที่เป็นสมาชิกกู้ยืมเป็นสวัสดิการ
              (ง) รายได้ที่เกิดขึ้นจากกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีการประกอบกิจการประเภทที่ไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร” 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวและการเคลมจากบริษัทประกัน กรณีบริษัท A เป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะ บริษัทฯ จึงต้องทำการเฉลี่ยภาษีซื้อที่ใช่ร่วมกันในสองประเภทกิจการดังกล่าวตามอัตราส่วนของรายได้ หากแยกไม่ได้ชัดเจนว่า ภาษีซื้อเกี่ยวข้องกับธุรกิจ
    ปี 25X1 บริษัท A นี้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว และได้ว่าจ้างผู้รับเหมามาแก้ไข และซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย โดยทางบริษัทผู้รับเหมาที่ให้บริการนั้นก็ได้เรียกเก็บค่าบริการที่มีภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีกับทางบริษัท A อย่างไรก็ตามทางบริษัท A มีประกันคุ้มภัยที่สามารถ claim คืนได้จากบริษัทประกัน จึงได้บันทึกค่าบริการพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มนี้เป็นสินทรัพย์รอเรียกเก็บจากบริษัทประกันคู่กับเงินสดที่จ่ายออก
    สมมติว่า บริษัทประกันแจ้งยอดที่จะจ่ายชดเชยคนละรอบระยะเวลาบัญชีกันกับที่จ่ายค่าบริการซ่อมแซม ปี 25X2 เช่นนี้ ภาษีซื้อจากใบกำกับภาษีที่ทางบริษัทผู้รับเหมาได้เรียกเก็บมาในปี 25X1 นั้น ต้องนำมาเฉลี่ยภาษีซื้อตามมาตรา 82/6 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 29) ฯ ส่วนที่ต้องลงเป็นรายจ่ายภาษีซื้อนั้น บริษัทฯ จะยังไม่สามารถนำมาเป็นรายจ่ายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 25X1 ที่จ่ายได้ เนื่องจากเข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (12) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องรอรับรู้เป็นรายจ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีที่บริษัทประกันแจ้งยอดที่จะจ่ายชดเชย
    ในส่วนของภาษีซื้อ นั้นบริษัทฯ สามารถบันทึกรับรู้ได้เลยตามปกติเงื่อนไขของกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ