ข้อหารือ กรมสรรพากร

ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 76) ฯ ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2541 Practice understanding of compliance with the Director-General of the Revenue Department’s Announcement on Value Added Tax (No.
| เรื่อง | ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 76) ฯ ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2541 Practice understanding of compliance with the Director-General of the Revenue Department’s Announcement on Value Added Tax (No. |
| แหล่งที่มา | ข้อหารือ กรมสรรพากร |
| วันที่ | 01/05/1998 |
| เลขที่หนังสือ | กค 0811/พ.05254 |
| ประเภทภาษี | |
| ข้อกฎหมาย | |
| ข้อหารือ | หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข กรณีภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษี เพราะมีเหตุจำเป็นให้มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2541 นั้น มีแนวทางปฎิบัติอย่างไรบ้าง |
| แนววินิจฉัย | ที่ กค 0811/พ.05254 กรมสรรพากร อาคารธนาคารทหารไทย จำกัด 34 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กท 10400
1 พฤษภาคม 2541 เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 76) ฯ ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2541 เรียน ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภาษี สรรพากรพื้นที่ (ทุกพื้นที่) ตามที่กรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 76) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข กรณีภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษี เพราะมีเหตุจำเป็นให้มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2541 นั้น เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกัน และแนะนำให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง กรมสรรพากรจึงขอซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรดังกล่าว ดังต่อไปนี้ 1. ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมิได้นำภาษีซื้อไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีเพราะมีเหตุจำเป็น ได้แก่ เหตุจำเป็นซึ่งเกิดขึ้นตามประเพณีทางการค้า เหตุสุดวิสัย หรือได้รับใบกำกับภาษีในเดือนภาษีอื่นที่มิใช่เดือนภาษีที่ระบุไว้ในใบกำกับภาษี ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธินำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าวไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ แต่ต้องไม่เกินหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษี ตัวอย่างเช่นใบกำกับภาษีลงวันที่เดือนพฤษภาคา 2541 ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีมิถุนายน 2541 ถึงเดือนพฤศจิกายน 2541 เดือนภาษีหนึ่งเดือนภาษีใด ซึ่งเป็นเดือนที่ได้รับใบกำกับภาษีนั้นก็ได้ 2. การนำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีไปหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือนภาษีอื่นตาม 1. ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องระบุข้อความว่า “ถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษี...” ไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว โดยข้อความดังกล่าวจะตีพิมพ์ จัดทำขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทำให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันก็ได้ 3. ในกรณีที่ใบกำกับภาษีที่ได้รับมิได้นำไปหักในการคำนวณภาษีภายในกำหนดระยะเวลาหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษีตาม 1. ผู้ประกอบการจดทะเบียนยังคงมีสิทธิยื่นแบบแสดงรายการภาษีเพิ่มเติมสำหรับเดือนภาษีที่ออกใบกำกับภาษีได้ ตามมาตรา 83/4 แห่งประมวลรัษฎากร 4. ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมิได้นำภาษีซื้อไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีเพราะเหตุจำเป็นตาม 1. และได้นำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีภายในกำหนดระยะเวลาไม่เกินหกเดือนนับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษีนั้นผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องแสดงหลักฐานพิสูจน์ต่อเจ้าพนักงานสรรพากรว่าไดรับใบกำกับภาษีในเดือนใด 5. การลงรายการในรายงานภาษีมูลค่าเพิ่ม 5.1 กรณีผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ขายสินค้าหรือให้บริการมีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีและส่งมอบใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น และมีหน้าที่ลงรายการในรายงานภาษีขายภายในสามวันทำการ นับแต่วันที่จำหน่ายออกไปซึ่งสินค้าหรือบริการนั้น เช่น ผู้ขายสินค้าออกใบกำกับภาษีในวันที่ 28 มีนาคม 2541 แต่ส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้ซื้อในวันที่ 1 เมษายน 2541 ผู้ขายมีหน้าที่ลงรายการในรายงานภาษีขายภายในวันที่ 31 มีนาคม 2541 แต่วันที่ 29 มีนาคม 2541 เป็นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดทำการของผู้ขาย วันครบสามวันทำการ คือ วันที่ 1 เมษายน 2541 ส่วนการลงรายการในรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ให้ลงตามที่ส่งมอบสินค้าจริง ภายในวันที่ 4 เมษายน 2541 5.2 กรณีผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ซื้อสินค้าหรือรับบริการมีหน้าที่ลงรายการในรายงานภาษีซื้อภายในสามวันทำการนับแต่วันที่ได้มาซึ่งสินค้าหรือบริการนั้น ถ้าผู้ขายออกใบกำกับภาษีในวันที่ 28 มีนาคม 2541 แต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ซื้อสินค้าได้รับใบกำกับภาษีในวันที่ 2 เมษายน 2541 ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีหน้าที่ลงรายการในรายงานภาษีซื้อภายในวันที่ 5 เมษายน 2541 ซึ่งผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวอาจนำใบกำกับภาษีลงวันที่ 28 มีนาคม 2541 ไปลงรายการในรายงานภาษีซื้อของเดือนเมษายน 2541 หรืออาจจัดทำรายงานภาษีซื้อสำหรับใบกำกับภาษีที่ได้รับในเดือนภาษีอื่นที่มิใช่เดือนภาษีที่ระบุในใบกำกับภาษีแยกต่างหากขึ้นอีกฉบับหนึ่งก็ได้ ส่วนการลงรายการในรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ให้ลงตามที่ได้รับสินค้าจริงภายในวันที่ 4 เมษายน 2541 6. การยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับเดือนภาษีพฤษภาคม 2541 ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับใบกำกับภาษีลงวันที่เดือนพฤศจิกายน 2540 ถึงเดือนเมษายน 2541 ผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสิทธินำภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีดังกล่าวไปหักในการคำนวณภาษีในเดือนภาษีพฤษภาคม 2541 ได้ 7. ในการตรวจสอบภาษีอากรของเจ้าพนักงานประเมิน ไม่ว่าการตรวจคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม การตรวจปฏิบัติการ หรือตรวจสอบทั่วไป ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2541 ถึงเดือนตุลาคม 2541 ถ้าผู้ประกอบการจดทะเบียนนำใบกำกับภาษีของเดือนภาษีอื่นที่มิใช่เดือนที่ระบุในใบกำกับภาษีไปหักในการคำนวณภาษีในช่วงระยะเวลาไม่เกินหกเดือน นับแต่เดือนถัดจากเดือนที่ออกใบกำกับภาษีนั้น แต่ผู้ประกอบการจดทะเบียนมิได้ระบุข้อความว่า “ถือเป็นภาษีซื้อในเดือนภาษี ...” ไว้ในใบกำกับภาษีดังกล่าว ก็อนุโลมให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนแก้ไขให้ถูกต้องได้ และเมื่อแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ก็ให้ถือเป็นภาษีซื้อของเดือนภาษีที่นำไปหักในการคำนวณภาษีนั้นได้ 8. ให้เจ้าพนักงานสรรพากรชี้แจงประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 76)ฯ ลงวันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2541 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนทราบโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนปฏิบัติได้อย่างถูกต้องต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อทราบ และถือปฏิบัติต่อไป ขอแสดงความนับถือ ร้อยเอกสุชาติ เชาว์วิศิษฐ (สุชาติ เชาว์วิศิษฐ) อธิบดีกรมสรรพากร |
| เลขตู้ |