Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บริษัทฯ ขาดทุนเกินทุน ต้องการปิดกิจการ มีเงินกู้ยืมในเครือและกรรรมการ ยกหนี้ให้ หรือ ฟ้องล้มละลาย


เรื่อง บริษัทฯ ขาดทุนเกินทุน ต้องการปิดกิจการ มีเงินกู้ยืมในเครือและกรรรมการ ยกหนี้ให้ หรือ ฟ้องล้มละลาย
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 18/03/2024 - วันที่ตอบ 30/03/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483
ปุจฉา
      ถ้าบริษัทฯ ขาดทุนเกินทุนติดต่อกันมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว เนื่องจากลักษณะของธุรกิจปรับตัวไม่ทันกับเทคโนโลยี แต่ที่อยู่มาได้นั้นอยู่ได้ด้วยเงินกู้ยืมกรรมการ และเงินกู้ยืมจากบริษัทในเครืออื่นที่กรรมการบริหาร บริษัทได้รับการตรวจสอบจากสรรพากรในระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา ผลการตรวจสอบไม่ติดประเด็นใดๆ กับสรรพากร ตรวจไม่พบความผิดปกติจากการหลบเลี่ยงผิดกฎหมายใดๆ แต่เป็นการบริหารงานที่ผิดพลาดสรรพากรก็มีให้ adjust ผลขาดทุนยกมาออกบ้างแค่นั้นค่ะ
    วันนี้กรรมการตัดสินใจจะปิดบริษัท จึงยกหนี้เงินกู้ยืมกรรมการให้ทั้งหมด โดยบริษัทนำมาบันทึกเป็นรายได้ แต่ก็ยังคงขาดทุนเกินทุนมากอยู่ค่ะ (ขาดทุนเกินทุนเป็นหลักหลายสิบล้านบาทค่ะ)
ปัจจุบันบริษัทได้ขายสินค้า สินทรัพย์ตีตามสภาพ และเคลียร์เงินกู้ยืมธนาคาร และเจ้าหนี้ทุกรายแล้ว คงเหลือแต่เงินกู้ยืมบริษัทในเครือค่ะ (ซึ่งยังเป็นหนี้ก้อนใหญ่)
ขอสอบถามดังนี้ค่ะ
    1. การขาดทุนเกินทุนทำให้ไม่สามารถปิดบริษัทโดยขั้นตอนปกติได้ใช่ไหมคะ มีทางเดียวคือต้องล้มละลายเท่านั้นใช่ไหมคะ
    2. บริษัทขอยื่นฟ้องล้มละลายตัวเองได้ไหมคะ (ไม่มีแผนฟื้นฟูกิจการค่ะ) หรือต้องรอให้บริษัทในเครือยื่นฟ้องบริษัทเอง ในกรณีที่บริษัทไม่มีทรัพย์สินเงินสดคงเหลือใดๆ ที่จะชำระแม้แต่ดอกเบี้ย และบริษัทในเครือไม่ยอมยกหนี้ให้
    3. ในกรณีที่บริษัทในเครือตกลงยอมยกหนี้ให้โดยการตัดหนี้สูญ ยอดเงินที่ให้ยืมนั้นจำนวนมาก ทางบริษัทนำมาบันทึกเป็นรายได้ จะเป็นวิธีที่ดีกว่าข้อ 2 ไหมคะ แต่ประเด็นคือยังเจรจากันไม่ได้เลยค่ะ 
    4. ขณะนี้บริษัทได้ทำการปิดโรงงาน และคงเหลือไว้แค่สำนักงาน ยื่น ภพ.09 ยุบสาขา ย้ายออก ย้ายเข้า หยุดดำเนินกิจการเกินสามสิบวันแล้ว บริษัทได้จ้างพนักงานออกตามกฎหมาย ยังคงเหลือรายจ่ายคือค่าเช่าสำนักงาน ค่าสอบบัญชี และค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ถ้ามี) แค่นั้นค่ะ บริษัทยังต้องบันทึกบัญชีต่อไปตามปกติ และยื่นแบบ ภงด. 1/2/53 ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้ยอดจะเป็น 0 ใช่ไหมคะ
วิสัชนา
1. การขาดทุนเกินทุน ทำให้ไม่สามารถปิดบริษัทโดยขั้นตอนปกติได้ มีทางเดียวคือต้องล้มละลายเท่านั้น ถูกต้องแล้วครับ

2. ผู้ชำระบัญชีของบริษัทฯ มีสิทธิยื่นฟ้องล้มละลายบริษัทฯ ในฐานะลูกหนี้ได้ ตามมาตรา 88 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483
    “มาตรา 88 ในกรณีที่ลูกหนี้เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญซึ่งได้จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือนิติบุคคลอื่น นอกจากเจ้าหนี้จะฟ้องขอให้ล้มละลายได้ตามความในหมวด ๑ แล้ว ผู้ชำระบัญชีของนิติบุคคลนั้น ๆ อาจยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้สั่งให้นิติบุคคลนั้นล้มละลายได้ถ้าปรากฏว่าเงินลงทุนหรือเงินค่าหุ้นได้ใช้เสร็จหมดแล้วสินทรัพย์ก็ยังไม่พอกับหนี้สิน
         เมื่อศาลได้รับคำร้องขอแล้ว ให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของนิติบุคคลนั้นเด็ดขาดโดยทันที และให้ที่ประชุมเจ้าหนี้แต่งตั้งเจ้าหนี้คนหนึ่งขึ้น ให้มีสิทธิและหน้าที่เสมือนเจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์”  

3. ในกรณีที่บริษัทในเครือตกลงยอมยกหนี้ให้โดยการตัดหนี้สูญ ยอดเงินที่ให้ยืมนั้นจำนวนมาก ทางบริษัทนำมาบันทึกเป็นรายได้ ไม่ถือว่า เป็นวิธีที่ดีกว่าข้อ 2 เลย หากแต่จะเลวร้ายกว่า ดังนี้  
    (1) บริษัทฯ ต้องบันทึกรับรู้เป็นรายได้ หากปรากฏเป็น “กำไรสุทธิทางภาษีอากร” บริษัทฯ ย่อมมีหน้าที่ต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% ของกำไรสุทธิ ทั้งที่ไม่เงิน (ปัญญา!!!) จะเสีย  
    (2) เจ้าหนี้บริษัทในเครือ ที่ยกหนี้ให้แก่บริษัทฯ ถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2543) 

4. ขณะนี้บริษัทฯ ได้ทำการปิดโรงงาน และคงเหลือไว้แค่สำนักงาน ยื่น ภพ.09 ยุบสาขา ย้ายออก ย้ายเข้า หยุดดำเนินกิจการเกินสามสิบวันแล้ว บริษัทได้จ้างพนักงานออกตามกฎหมาย ยังคงเหลือรายจ่าย คือ ค่าเช่าสำนักงาน ค่าสอบบัญชี และค่าธรรมเนียมอื่นๆ (ถ้ามี) แค่นั้นค่ะ บริษัทยังต้องบันทึกบัญชีต่อไปตามปกติ และยื่นแบบ ภ.ง.ด. 1 3 53 (ถ้ามีการหัก และนำส่ง) ภ.พ.30 ทุกเดือน แม้ยอดจะเป็น 0 ถูกต้องแล้วครับ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ