Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การฝากขายสินค้า
| เรื่อง | การฝากขายสินค้า |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 03/06/2022 - วันที่ตอบ 26/06/2022 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 78 (3) แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | รายการฝากขาย กรณีไม่ได้จดขอเป็นตัวแทนกับทางสรรพากรไว้ ทุกสิ้นเดือนจำเป็นต้องออกใบลดหนี้ สำหรับสินค้าที่คงค้างอยู่ ปรากฎว่าลูกค้าไม่ออกใบลดหนี้ ซึ่งทำให้ผิดหลักบัญชี รับรู้รายได้ไม่ถูกต้อง ไปรับรู้รายได้ตามใบกำกับภาษีที่ออกไป เหตุการณ์นี้คือ งบ 31/12/64 ดังนั้น ทางออก มี 2 ทาง คือ 1. ไม่อยากให้หน้ารายงานมีปัญหา ปรับงบตามผู้สอบ กลับรายการยอดขาย 11 ล้านบาท ลูกหนี้ ต้นทุน สินค้า แต่ในทางภาษีออกใบลดหนี้ย้อนหลังก็ไม่ได้ จะรับรู้รายได้ใน ภ.ง.ด.50 ตามบัญชี หรือ ตามใบกำกับดี 2. ปล่อยให้หน้ารายงานมีปัญหาไป แล้วปรับวิธีการใหม่ในปี 65 เราจะเลือกอันไหนดีครับ |
| วิสัชนา | ในการปฏิบัติการทางภาษีอากร กรณีการฝากขายสินค้านั้น 1. กรณีภาษีมูลค่าเพิ่ม หากไม่มีสัญญาแต่งตั้งตัวแทนตามมาตรา 78 (3) แห่งประมวลรัษฎากร หรือมีสัญญาแต่งตั้งตัวแทนแต่ไม่เป็นไปหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขสัญญาการตั้งตัวแทน ตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ย่อมเป็นผลให้ถือเป็นการขายสินค้าทั่วไป ผู้ฝากขายมีความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในทันทีที่ได้ส่งมอบสินค้าให้ตัวแทนผู้รับฝากขายตามมาตรา 78 (1) แห่งประมวลรัษฎากร 2. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล การฝากขายสินค้าที่ไม่มีสัญญาแต่งตั้งตัวแทนเป็นหนังสือ เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าทั่วไป บริษัทผู้ฝากขายสินค้าต้องรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิตามข้อ 3.3 วรรคหนึ่ง ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528 ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528 ที่กำหนดให้ การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลซึ่งประกอบกิจการฝากขายสินค้าซึ่งผู้รับฝากสินค้า (Consignee) ทำหน้าที่ขายสินค้าแทนผู้ฝากสินค้า (Consignor) ให้ใช้เกณฑ์สิทธิ โดยบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องนำรายได้จากการขายสินค้ามารวมคำนวณเป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการฝากขายสินค้า ดังนั้น จะเห็นได้ว่า กรณีที่ไม่มีสัญญาแต่งตั้งตัวแทน หรือมีสัญญาแต่งตั้งตัวแทนแต่ไม่เป็นไปหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ของสัญญาการตั้งตัวแทนจะทำให้เกิดความแตกต่างในการรับรู้รายการทางบัญชีและภาษีอากร เนื่องจากทางภาษีถือเสมือนว่าไม่มีการฝากขายเกิดขึ้น การรับรู้รายได้ทางภาษี (ความรับผิดในภาษี) จะเกิดขึ้นเมื่อผู้ฝากขายส่งมอบสินค้าให้แก่ผู้รับฝากขาย ไม่ใช่เมื่อผู้รับฝากขายสินค้าให้แก่ลูกค้า ซึ่งแตกต่างจากหลักการบัญชี ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีรายการรับฝากขาย กรณีที่ผู้ฝากขายไม่ได้จดแจ้งตัวแทนต่อเจ้าพนักงานสรรพากรตามมาตรา 78 (3) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ ฯ ไว้ Supplier ผู้ฝากขายไม่ได้ออกใบลดหนี้ ซึ่งทำให้แตกต่างไปจากหลักการบัญชี ต้องรับรู้รายได้ตามใบกำกับภาษีที่ออกไป นั้น โดยปกติของธุรกรรมการฝากขายสินค้าที่ไม่มีการทำสัญญาแต่งตั้งตัวแทนย่อมเกิดความแตกต่างระหว่างการรับรู้รายได้ทางบัญชีและทางภาษีอยู่แล้ว จะฝืนให้เหมือนกันคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น คำแนะนำ คือ ต้องรับรู้รายได้ให้ถูกต้องทั้งทางบัญชีและทางภาษี ซึ่งมีผลทำให้จำนวนรายได้ที่รับรู้จะแตกต่างกัน ทางบัญชีจะรับรู้จำนวนเงินของรายได้น้อยกว่าทางภาษีเนื่องจากจะรับรู้รายได้เมื่อผู้รับฝากขายได้ขายสินค้าให้กับลูกค้าแล้ว ในขณะที่ทางภาษีจะรับรู้จำนวนรายได้เมื่อผู้ฝากขายได้ส่งสินค้าให้กับผู้รับฝากขาย ดังนั้น ในการปรับปรุงกำไรทางบัญชีให้เป็นกำไรทางภาษีเพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล กิจการจะต้องบวกเพิ่มกำไรด้วยมูลค่าขายของสินค้าที่ยังคงค้างอยู่ที่ผู้รับฝากขายเข้าไปด้วย เครดิต อาจารย์ ดร. ก้อย Sirada Jarutakanont ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |