Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การใช้อัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการนำส่ง ภ.พ.36 และ ภ.ง.ด.54


เรื่อง การใช้อัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการนำส่ง ภ.พ.36 และ ภ.ง.ด.54
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 31/05/2022 - วันที่ตอบ 01/06/2022
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 79/4 (1) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 132/2548
ปุจฉา
สอบถาม เรื่อง การใช้อัตราแลกเปลี่ยนสำหรับการนำส่ง ภ.พ.36 และ ภ.ง.ด.54

    ถ้าหากบริษัทฯ ได้ชำระค่าบริการไปในวันที่ 23 พ.ค. 2565 ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารพานิชย์แห่งหนึ่ง ณ วันที่บริษัทฯ จะนำส่งภาษี บริษัทฯ ต้องใช้อัตราขายถั่วเฉลี่ยประจำธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศวันที่ 23 พ.ค. 2565 ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่ายเงินได้ เข้าใจถูกต้องไหมคะ ที่ปรีกษาไปข้างต้น เนื่องจากได้อ่านข้อหารือแล้วพบว่า ทางสรรพากรให้แนววินิจฉัย นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิง (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้เป็นอัตราแลกเปลี่ยนในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยของวันถัดไป ทั้งนี้ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร โดย (กค 0811/พ.5933 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2543)
วิสัชนา
1. ตามมาตรา 79/4 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ได้บัญญัติกำหนดให้ถือเงินตราไทยจากการขายนั้นเป็นมูลค่าของฐานภาษีที่ได้รับ หรือพึงได้รับจากการขายสินค้า หรือการให้บริการแล้วแต่กรณี ในกรณีได้รับเงินตราต่างประเทศจากการ ขายสินค้าหรือการให้บริการ และได้มีการขายเงินตราต่างประเทศ ที่ได้รับชำระนั้น เป็นเงินตราไทยในเดือนที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ดังนี้ 
        "มาตรา 79/4 ในกรณีที่มูลค่าของฐานภาษีที่ได้รับหรือ พึงได้รับจากการขายสินค้า การให้บริการ หรือการนำเข้าเป็นเงินตราต่างประเทศ ให้คำนวณเงินตราต่างประเทศนั้น เป็นเงินตราไทยตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
              (1) ในกรณีได้รับเงินตราต่างประเทศจากการ ขายสินค้าหรือการให้บริการ และได้มีการขายเงินตราต่างประเทศ ที่ได้รับชำระนั้น เป็นเงินตราไทยในเดือนที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ให้ถือเงินตราไทยจากการขายนั้นเป็นมูลค่าของฐานภาษีที่ได้รับ หรือพึงได้รับจากการขายสินค้า หรือการให้บริการแล้วแต่กรณี เว้นแต่มิได้มีการขายเงินตราต่างประเทศในเดือนที่ ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ให้ถือตามอัตราถัวเฉลี่ยที่ธนาคารพาณิชย์รับซื้อ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยได้คำนวณไว้ในวันทำการสุดท้าย ของเดือนที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น
              (2) ในกรณีนำเข้าสินค้าให้คำนวณราคา ซี.ไอ.เอฟ. ของสินค้านำเข้าที่เป็นเงินตราต่างประเทศ เป็นเงินตราไทยตามอัตราที่กรมศุลกากรใช้คำนวณเพื่อเรียกเก็บอากรขาเข้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร" 

2. ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง  อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันทื่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร ประกาศกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยเพื่อปฏิบัติการตามลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ดังต่อไปนี้
        "ข้อ 2 ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามวิธีการดังต่อไปนี้ เป็นอัตราแลกเปลี่ยนในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย
              (1) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในแต่ละวัน
              (2) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในแต่ละวัน
                    การใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามวิธีการตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามวิธีการหนึ่งวิธีการใดแล้ว ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรานั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรจึงจะเปลี่ยนแปลงวิธีการได้
        ข้อ 3 ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามข้อ 2 ในการปฏิบัติการตามลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีดังต่อไปนี้
              (1) การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส มาตรา 50 มาตรา 69 ทวิ และมาตรา 69 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
              (2) การหักภาษีตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
              (3) การหักภาษีจากการจำหน่ายเงินกำไร ตามมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร
              (4) การออกใบกำกับภาษี (TAX INVOICE) สำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการที่ไม่สามารถคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา 79/4 แห่งประมวลรัษฎากร
              (5) การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร 
              (6) กรณีอื่นที่มิได้มีบทบัญญัติของกฎหมายไว้โดยเฉพาะ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นไป ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนตามประกาศฉบับก่อนให้คงใช้ได้ในการคำนวณสำหรับภาษีอากรตามระยะเวลานั้น ๆ" 

3. ตามข้อ 4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 132/2548 เรื่อง การคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 9 มาตรา 65 ทวิ (5) มาตรา 65 ทวิ และมาตรา 79/4 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2548 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับการใช้อัตราแลกเปลี่ยนในการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนี้ 
        "ข้อ 4 การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส มาตรา 50 มาตรา 69 ทวิ และมาตรา 69 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร การหักภาษีตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร การหักภาษีจากการจำหน่ายเงินกำไรตามมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร และการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร กรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมิน การจำหน่ายเงินกำไรหรือการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศ  ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จำหน่ายเงินกำไร หรือผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มต้องคำนวณจำนวนภาษีที่ต้องหักและนำส่งโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามวิธีการดังต่อไปนี้ เป็นอัตราแลกเปลี่ยนในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ทั้งนี้ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548
               (1) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย   ว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยใน   แต่ละวัน (อัตราขาย) หรือ
                (2) อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวันที่ธนาคาร   แห่งประเทศไทยประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในแต่ละวัน (อัตราขายถัวเฉลี่ย)
                การใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามวิธีการตามวรรคหนึ่ง เมื่อได้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามวิธีการหนึ่งวิธีการใดแล้ว ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรานั้นตลอดไป เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรจึงจะเปลี่ยนแปลงวิธีการได้ ทั้งนี้ ตามข้อ 2 วรรคสอง ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามมาตรา9 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548
                ในกรณีที่จ่ายเงินได้พึงประเมินหรือจำหน่ายเงินกำไรตามวรรคหนึ่งด้วยเช็ค ให้คำนวณจำนวนภาษีที่ต้องหักและนำส่งตามวันที่ที่ลงในเช็ค และให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามวรรคหนึ่ง
                ตัวอย่าง
                (1) บริษัท ก จำกัด  จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ให้แก่บริษัทในต่างประเทศในวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม 2548 บริษัท ก จำกัด มีสิทธิใช้อัตราแลกเปลี่ยนในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ดังนี้
                       (1/1) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (อัตราขาย) ของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในวันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม 2548 หรือ
                       (1/2) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวัน (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ วันพฤหัสบดีที่ 3 มีนาคม 2548 ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ สิ้นวันทำการประจำวันพุธที่ 2 มีนาคม 2548 
                  (2) บริษัท ข จำกัด  จ่ายเงินปันผลให้แก่บริษัทในต่างประเทศในวันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2548 บริษัท ข จำกัด มีสิทธิใช้อัตราแลกเปลี่ยนในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ดังนี้
                        (2/1) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (อัตราขาย) ของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในวันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2548 หรือ
                        (2/2) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวัน (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ วันจันทร์ที่ 18 เมษายน 2548 ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ สิ้นวันทำการประจำวันอังคารที่ 12 เมษายน 2548 เนื่องจากวันพุธที่ 13 วันพฤหัสบดีที่ 14 วันศุกร์ที่ 15 เมษายน 2548 เป็นวันหยุดทำการของธนาคาร และ วันเสาร์ที่ 16 วันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2548 เป็นวันหยุดราชการ   
                  (3) บริษัท ค จำกัด จ่ายเงินค่าดอกเบี้ยให้แก่บริษัทในต่างประเทศในวันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2548 บริษัท ค จำกัด มีสิทธิใช้อัตราแลกเปลี่ยนในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ดังนี้          
                        (3/1) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (อัตราขาย) ของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในวันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2548 หรือ
                        (3/2) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวัน (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2548 ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ สิ้นวันทำการประจำวันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2548 เนื่องจากวันเสาร์ที่ 23 และวันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2548 เป็นวันหยุดราชการ
                 (4) บริษัท ง  จำกัด จ่ายเงินค่าบริการเช่าพื้นที่บนเว็บไซต์ (Web Site) ให้แก่บริษัทในต่างประเทศในวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 เวลาประมาณ 13.00 น. บริษัท ง จำกัด  มีสิทธิใช้อัตราแลกเปลี่ยนในการยื่นแบบ ภ.พ.36 ดังนี้
                       (4/1) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (อัตราขาย) ของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 หรือ
                       (4/2) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวัน (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ สิ้นวันทำการประจำวันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน 2548
                 (5) บริษัท จ จำกัด จ่ายเงินเดือนให้แก่พนักงานซึ่งเป็นชาวต่างประเทศทุกวันที่ 30 ของเดือน โดยการโอนเงินเดือนของพนักงานเข้าบัญชีธนาคารของพนักงาน ซึ่งในวันที่ 30 เมษายน 2548 ตรงกับวันเสาร์ บริษัท จ จำกัด มีสิทธิใช้อัตราแลกเปลี่ยนในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ดังนี้
                       (5/1) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (อัตราขาย) ของธนาคารพาณิชย์ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ที่ได้ประกาศไว้ในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยในวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 หรือ
                       (5/2) ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิงประจำวัน (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้ ณ วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ สิ้นวันทำการประจำวันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2548 เนื่องจากในวันทำการสุดท้ายของเดือนหนึ่งเดือนใด ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกประกาศอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของเงินสกุลต่าง ๆ ณ สิ้นวันทำการนั้นอีกหนึ่งฉบับ"

4. แนววินิจฉัยของกรมสรรพากร ตามหนังสือตอบข้อหารือเลขที่  กค. 0811/พ.5933 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 
เลขที่หนังสือ : กค 0811/พ.5933
วันที่ : 20 กรกฎาคม 2543
เรื่อง : ภาษีมูลค่าเพิ่ม การคำนวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย กรณีการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.36
ข้อกฎหมาย : มาตรา 83/6(2), มาตรา 9
ข้อหารือ : 
        กิจการร่วมค้าฯ ได้รับเหมางานวางสายไฟฟ้าใต้ดิน 230 กิโลวัตต์ ช่วงสถานีย่อยลาดพร้าวและวิภาวดีจากการไฟฟ้านครหลวง และมีภาระต้องชำระค่าบริการทางวิศวกรรมเป็นเงินตราต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร กิจการร่วมค้าฯ จึงมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่เสียภาษีตามมาตรา 83/6(2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยการยื่นแบบ ภ.พ.36 สำหรับวิธีการชำระค่าบริการเป็นเงินตราต่างประเทศดังกล่าวกิจการร่วมค้าฯ สั่งการให้ธนาคารโอนเงินไปชำระค่าบริการโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่โอนเงิน กิจการร่วมค้าฯ จึงเข้าใจว่าเป็นกรณีในทำนองเดียวกับที่ระบุไว้ในมาตรา 79/4(1) แห่งประมวลรัษฎากร คือให้ถือเงินตราไทยที่ชำระไปจริงตามหลักฐานการตัดบัญชีที่ได้รับจากธนาคารเมื่อโอน
เงินเป็นมูลค่าของฐานภาษีที่จะใช้คำนวณและนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.36 เป็นการถูกต้องหรือไม่

แนววินิจฉัย : 
        กรณีกิจการร่วมค้าฯ จ่ายเงินค่าบริการทางวิศวกรรมตามข้อเท็จจริง เข้าลักษณะเป็นการจ่ายค่าบริการให้กับผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักรกิจการร่วมค้าฯ มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องเสียภาษี ทั้งนี้ ตามมาตรา 83/6 (2) แห่งประมวลรัษฎากร โดยใช้แบบแสดงรายการ ภ.พ.36 และการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทย เพื่อปฏิบัติการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามอัตราอ้างอิง (อัตราขายถัวเฉลี่ย) ประจำวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศไว้เป็นอัตราแลกเปลี่ยนในการคำนวณเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยของวันถัดไป ทั้งนี้ ตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 และข้อ 3 (5) ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา
ต่างประเทศเป็นเงินตราไทย ตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2541

เลขตู้ : 63/29584 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า
    กรณีบริษัทฯ ได้ชำระค่าบริการไปในวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ณ วันที่บริษัทฯ จะนำส่งภาษี ให้บริษัทฯ ใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่บริษัทฯ ได้จ่ายไปจริงตามที่ธนาคารพาณิชย์แห่งนั้นเรียกเก็บไปยังบริษัทฯ โดยไม่ต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ธนาคารขายถัวเฉลี่ยประจำธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ซึ่งเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่จ่ายเงินได้ แต่อย่างใด (ให้ใช้อัตราดังกล่าว เฉพาะกับรายการเจ้าหนี้เท่านั้น) 
    ทั้งนี้ ดังจะเห็นได้ว่า ตามแนววินิจฉัยตามหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811/พ.5933 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 นั้น ออกมาก่อนคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 132/2548ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ดังนั้น ความตามแนววินิจฉัยตามหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811/พ.5933 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 จึงถูก "ทับ" ด้วยข้อ 4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 132/2548 ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2548 เป็นผลให้แนววินิจฉัยตามหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0811/พ.5933 ลงวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 จึงตกเป็น “พับ” ใช้การไม่ได้อีกต่อไป



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ