Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ภาระภาษีการรับขายฝากสินค้าแบรนด์เนมมือสอง


เรื่อง ภาระภาษีการรับขายฝากสินค้าแบรนด์เนมมือสอง
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 11/03/2025 - วันที่ตอบ 11/03/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 42 (9) แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
มีคำถาม - คำตอบเกี่ยวกับการฝากขายสินค้ามือสองในกลุ่มไลน์ FC พ่อครูสุเทพ (592) เห็นว่า เป็นประเด็นน่าสนใจ จึงขอนำมาเผยแพร่ดังนี้ 
ปุจฉา:
    ขอเรียนสอบถามท่านอาจารย์เกี่ยวกับภาระภาษีการรับขายฝากสินค้าแบรนด์เนมมือสองค่ะ 
    ตัวอย่าง ผู้ขายฝากนำกระเป๋าแบรนด์เนมมาขายฝากราคาสินค้า 200,000 บาท ราคารับซื้อฝาก 100,000 บาท มูลค่าสินไถ่ 115,000 บาท
ขอเรียนสอบถามท่านอาจารย์เป็นข้อ ๆ ดังนี้ค่ะ
1. ขั้นตอนการขายฝาก เมื่อผู้ขายฝากนำทรัพย์สินมาขายฝาก
    1.1 ภาระภาษีเงินได้ของผู้ขายฝาก
        • กรณีผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา : ต้องนำเงินได้มาเสียภาษีหรือไม่, เสียจากเงินได้จำนวนเท่าไร
        • กรณีผู้ขายฝากเป็นนิติบุคคล : ต้องนำเงินได้มาเสียภาษีหรือไม่, เสียจากเงินได้จำนวนเท่าไร
    1.2 ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ขายฝาก
        • กรณีผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา : ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่, ฐานภาษีจำนวนเงินเท่าไร
        • กรณีผู้ขายฝากเป็นนิติบุคคล : ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่, ฐานภาษีจำนวนเงินเท่าไร

2. ขั้นตอนการไถ่ถอน เมื่อผู้ขายฝากนำสินไถ่มาไถ่ถอนทรัพย์ ตามกำหนด
    2.1 ภาระภาษีเงินได้ของผู้รับซื้อฝาก
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา : ต้องนำเงินได้มาเสียภาษีหรือไม่, เสียจากเงินได้จำนวนเท่าไร
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นนิติบุคคล : ต้องนำเงินได้มาเสียภาษีหรือไม่, เสียจากเงินได้จำนวนเท่าไร
    2.2 ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้รับซื้อฝาก
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา : ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่, ฐานภาษีจำนวนเงินเท่าไร
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นนิติบุคคล : ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่, ฐานภาษีจำนวนเงินเท่าไร

3. ขั้นตอนครบกำหนดสัญญาผู้ฝากขายไม่มาไถ่ถอน
    3.1 ภาระภาษีเงินได้ของผู้รับซื้อฝาก
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา : ต้องนำเงินได้มาเสียภาษีหรือไม่, เสียจากเงินได้จำนวนเท่าไร
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นนิติบุคคล : ต้องนำเงินได้มาเสียภาษีหรือไม่, เสียจากเงินได้จำนวนเท่าไร
    3.2 ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้รับซื้อฝาก
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา : ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่, ฐานภาษีจำนวนเงินเท่าไร
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นนิติบุคคล : ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่, ฐานภาษีจำนวนเงินเท่าไร

4. ขั้นตอนผู้รับซื้อฝากนำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายสมมติขายได้ราคา 300,000 บาท
    4.1 ภาระภาษีเงินได้ของผู้รับซื้อฝาก
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา : ต้องนำเงินได้มาเสียภาษีหรือไม่, เสียจากเงินได้จำนวนเท่าไร
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นนิติบุคคล : ต้องนำเงินได้มาเสียภาษีหรือไม่, เสียจากเงินได้จำนวนเท่าไร
    4.2 ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้รับซื้อฝาก
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา : ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่, ฐานภาษีจำนวนเงินเท่าไร
        • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นนิติบุคคล : ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่, ฐานภาษีจำนวนเงินเท่าไร
วิสัชนา
เกี่ยวกับภาระภาษีการรับขายฝากสินค้าแบรนด์เนมมือสอง
    ตัวอย่าง ผู้ขายฝากนำกระเป๋าแบรนด์เนมมาขายฝากราคาสินค้า 200,000 บาท ราคารับซื้อฝาก 100,000 บาท มูลค่าสินไถ่ 115,000 บาท
ขอเรียนว่า
1. ขั้นตอนการขายฝาก เมื่อผู้ขายฝากนำทรัพย์สินมาขายฝาก
    1.1 ภาระภาษีเงินได้ของผู้ขายฝาก
         • กรณีผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ต้องนำเงินได้มาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากเข้าลักษณะเป็นเงินได้จากการขายสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยมิได้มุ่งในทางการค้าหรือหากำไร จึงได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 42 (9) แห่งประมวลรัษฎากร
         • กรณีผู้ขายฝากเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคล ต้องนำเงินได้จากการขายฝากมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยเสียจากเงินได้จำนวนเงินที่ขายฝาก
    1.2 ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ขายฝาก
          • กรณีผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา : ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะไม่เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ ตามมาตรา 77/2 (1) แห่งประมวลรัษฎากร
          • กรณีผู้ขายฝากเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล การฝากขายถือเป็นส่วนหนึ่งของนิยามศัพท์คำว่า “ขาย” ตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ฐานภาษีมูลค่าเพิ่ม คือ 100,000 บาท ตามราคาขายฝาก 
          กรณีมิได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามมาตรา 78 (3) แห่งประมวลรัษฎากร และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 8) ฯ ให้ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อผู้รับซื้อฝากได้ส่งมอบสินค้าที่ฝากขายให้แก่ผู้ซื้อสินค้านั้น ซึ่งยังมีข้อปฏิบัติที่ยุ่งยากเกินกว่าจะปฏิบัติได้โดยทั่วไป (จึงไม่ขอนำมากล่าว) 

2. ขั้นตอนการไถ่ถอน เมื่อผู้ขายฝากนำสินไถ่มาไถ่ถอนทรัพย์ ตามกำหนด
    2.1 ภาระภาษีเงินได้ของผู้รับซื้อฝาก
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ต้องนำเงินได้มารวมเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เพราะเป็นการซื้อสินค้านั้นคืน
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล : ไม่ต้องนำเงินค่าสินไถ่มารวมเสียเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะเป็นการซื้อสินค้าของตนกลับคืนตามสิทธิตามสัญญาขายฝาก
    2.2 ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้รับซื้อฝาก
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา หากมิได้ประกอบกิจการเป็นทางค้าหรือหากำไร ก็ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะการให้ไถ่ถอนกรรมสิทธิ์จากการขายฝากเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ฐานภาษีจำนวนเงิน ตามที่รับไถ่ถอน คือ 115,000 บาท

3. ขั้นตอนครบกำหนดสัญญาผู้ฝากขายไม่มาไถ่ถอน
    3.1 ภาระภาษีเงินได้ของผู้รับซื้อฝาก
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมด ต้องนำมูลค่าส่วนต่างของราคารับซื้อฝาก กับมูลค่าสินค้าที่รับซื้อฝากมาถือรวมเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ในปีภาษีที่พ้นกำหนดเวลาไถ่ถอนตามสัญญาขายฝาก
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องนำมูลค่าส่วนต่างของราคารับซื้อฝาก กับมูลค่าสินค้าที่รับซื้อฝากมาถือรวมเป็นรายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ในรอบระยะเวลาบัญชีที่พ้นกำหนดเวลาไถ่ถอน 
    3.2 ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้รับซื้อฝาก
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา หากมิได้ประกอบกิจการเป็นทางค้าหรือหากำไร ก็ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในขั้นตอนนี้ยังไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

4. ขั้นตอนผู้รับซื้อฝากนำทรัพย์สินดังกล่าวออกขายสมมติขายได้ราคา 300,000 บาท 
    4.1 ภาระภาษีเงินได้ของผู้รับซื้อฝาก
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา หากมิได้กระทำในทางการค้าหรือหากำไร ก็ไม่ต้องนำเงินได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (9) แห่งประมวลรัษฎากร
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ต้องนำเงินได้จากการขายสินค้าดังกล่าวมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
    4.2 ภาระภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้รับซื้อฝาก
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบุคคลธรรมดา หากมิได้ประกอบกิจการเป็นทางค้าหรือหากำไร ก็ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
         • กรณีผู้รับซื้อฝากเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะการให้ไถ่ถอนกรรมสิทธิ์จากการขายฝากเข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ฐานภาษีจำนวนเงิน ตามที่รับไถ่ถอน คือ 300,000 บาท



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ