Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การหักลดหย่อนภาษี เงินบริจาค
| เรื่อง | การหักลดหย่อนภาษี เงินบริจาค |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 27/05/2022 - วันที่ตอบ 29/05/2022 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้นิติบุคคล |
| ข้อกฎหมาย | พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 |
| ปุจฉา | ขอสอบถามอาจารย์เกี่ยวกับ เรื่อง เงินบริจาค กรณีบริษัทฯ มีการบริจาคหลายประเภท บางประเภทหักเป็นค่าใช้ได้ 2% ของกำไรสุทธิ แต่ต้องไม่เกินจำนวนที่จ่ายไปจริง บางประเภทสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่าแต่ไม่เกิน 10% ของกำไรสุทธิ แต่ต้องไม่เกินจำนวนที่จ่ายไปจริง จะรู้ว่าต้องหักเงินบริจาคประเภทไหนก่อนหลังครับ |
| วิสัชนา | 1. ตามมาตรา 3 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 655) พ.ศ. 2561 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป ได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา ดังนี้ “มาตรา 3 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามส่วน 2 และส่วน 3 หมวด 3 ในลักษณะ 2 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาให้แก่สถานศึกษาของทางราชการ สถานศึกษาขององค์การของรัฐบาล โรงเรียนเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาซึ่งคณะกรรมการพัฒนาการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศอนุมัติโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 29/2560 เรื่อง การส่งเสริมการจัดการศึกษาโดยสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ลงวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2560 ดังนี้ (1) สำหรับบุคคลธรรมดา ให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนตามมาตรา 47 (1)(2)(3)(4)(5) หรือ (6) แห่งประมวลรัษฎากร เป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา แต่ต้องไม่เกินร้อยละสิบของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและหักค่าลดหย่อนดังกล่าวนั้น (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เป็นจำนวนเงินหรือมูลค่าของทรัพย์สินเป็นจำนวนสองเท่าของรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา แต่ต้องไม่เกินร้อยละสิบของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร” 2. ตามหลักการตีความกฎหมายลำดับศักดิ์เดียวกันที่ขัดแย้งกัน นั้น ท่านให้ถือว่า “กฎหมายพิเศษย่อมยกเว้น หรือใช้บังคับก่อนกฎหมายทั่วไป” (Special laws are exempt or apply before general law.) ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ว่า ต้องใช้หลักการตีความกฎหมายในข้อนี้ ในการศึกษาทำความเข้าใจ และประยุกต์ใช้บทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากรอยู่เป็นประจำ และเป็นอันมาก ที่พบเห็นได้บ่อย คือ (1) คำว่า “เว้นแต่...” อาทิ เว้นแต่ข้อความจะได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น หรือเว้นแต่จะมีบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น หรือเว้นแต่... ข้อความในส่วนที่เป็นข้อยกเว้นหรือเว้นแต่... นั้น ถือเป็นกฎหมายพิเศษ (2) “ภายใต้บังคับมาตรา...” ความในมาตราที่อ้างถึง ถือเป็นกฎหมายพิเศษ (3) “ยกเว้น...” ความที่ต่อจากคำว่า ยกเว้น ถือเป็นกฎหมายพิเศษ 3. ความตามมาตรา 3 แห่งแห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547 ดังกล่าว ถือเป็นกฎหมายพิเศษของบทบัญญัติมาตรา 47 (7) และมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร จึงให้ใช้บังคับก่อน โดยนำมาคำนวณหักก่อนที่จะหักหักรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะหรือเพื่อการสาธารณประโยชน์ และเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร ป.ล. การได้คำตอบแล้ว โดยอาจารย์ Boonsong Suttijiwimon พิจารณาจากแบบ ภ.ง.ด.50 จะให้หักส่วนที่ได้สิทธิมากกว่าก่อน ซึ่งอาจตีความได้ว่า ให้ใช้สิทธิส่วนที่เป็นคุณมากกว่าก่อน นั้น ถือเป็นความถูกต้องอย่างยิ่ง โดยนำหลักการตีความกฏหมายพิเศษย่อมยกเว้นหรือใช้บังคับก่อนกฎหมายทั่วไป ดังกล่าวข้างต้นมาเสริม ก็จะช่วยให้เข้าถึงกฎหมายได้เพิ่มพูนยิ่งขึ้นครับ จึงขอนำมาตอบ เพื่อผู้ศึกษาท่านอื่นๆ ด้วย ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |