Case study

บริษัทจัดให้พนักงานรับประทานอาหารกับผู้บริหารใน "โครงการผู้บริหารพบพนักงาน" ต้องถือเป็นเงินได้ของพนักงานหรือไม่ เเละบริษัทรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่


เรื่อง บริษัทจัดให้พนักงานรับประทานอาหารกับผู้บริหารใน "โครงการผู้บริหารพบพนักงาน" ต้องถือเป็นเงินได้ของพนักงานหรือไม่ เเละบริษัทรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 15/01/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทจัดให้พนักงานรับประทานอาหารกับผู้บริหารใน "โครงการผู้บริหารพบพนักงาน"  โดยได้รับเป็นรายคน คนละ 500 บาท  ต้องถือเป็นเงินได้ของพนักงานหรือไม่ เเละบริษัทรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายได้หรือไม่

คำตอบ

ตอบ 


1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล
       รายจ่าย "โครงการผู้บริหารพบพนักงาน" เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงาน มีความสัมพันธุ์ที่ดีต่อกัน เพื่อสร้างแรงจูงใจ สร้างขวัญกำลังใจที่ดี รับฟังปัญหาจากพนักงานทุกระดับ มีการเขียนนโยบายชัดเจน และได้ระบุสวัสดิการนี้ไว้ในระเบียบสวัสดิการของกิจการที่ให้แก่พนักงานทุกคนเป็นการทั่วไป ไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติแก่พนักงานเป็นบางคน 
บริษัทฯ สามารถลงเป็นรายจ่ายในคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ใช่รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร


2. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายบุคคลธรรมดา

    เนื่องจากเป็นการกำหนดจ่าย แบบเป็นการเหมาจ่าย ไม่มีใบเสร็จค่าอาหารจาก Supplier มาเบิกตามจริง เช่นนี้ เงินได้ที่พนักงานได้รับคนละ 500 บาท ต้องนำไปถือเป็นเงินได้พึงประเมินมาตรา 40(1) ถือเป็นประโยชน์ส่วนเพิ่มจากการจ้างแรงงาน ของพนักงาน และต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ของพนักงาน ในอัตราก้าวหน้า ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎาร


**ยกเว้นว่า หากบริษัทลงเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม ไม่นำรายจ่ายดังกล่าวมาลงเป็นรายจ่ายในคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ และถือเป็นการให้โดยเสน่หา พนักงานที่ได้รับเงินไปก็ไม่ต้องนำเงินได้นี้มารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตาม มาตรา 42 (28) แห่งประมวลรัษฎากร


มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

“(3) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการส่วนตัว การให้โดยเสน่หา หรือการกุศล เว้นแต่..

(13) รายจ่ายซึ่งมิใช่รายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ



อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

สวัสดิการพนักงานเหมาจ่าย / จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ให้กับพนักงาน

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 03/03/2024 - วันที่ตอบ 24/03/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

กฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 149 (พ.ศ. 2523)

ปุจฉา

1. ขอเรียนปรึกษากรณีบริษัทให้สวัสดิการหลักและมีเพิ่มเติมเป็นแบบยืดหยุ่นภายใต้วงเงิน เช่น 7,000 เท่าๆ กัน เพิ่มเลือกให้เหมาะสมกับตนเอง เช่น รักษาฟัน แว่นสายตา กิจกรรมกีฬา ค่าที่พักท่องเทียว ค่าเรียน ค่าประกัน โดยต้องมีใบเสร็จมาเบิก ทำให้ต้องทำการเบิกเงินหลายครั้งใน 1 ปี และมีบางกิจกรรมที่พนักงานหาใบเสร็จมาไม่ได้จะเสียสิทธิใช้สวัสดิการนี้

    บริษัทฯสามารถกำหนดสวัสดิการแบบยืดหยุดนี้เป็นแบบเหมาจ่าย โดยไม่ต้องมีใบเสร็จมาเบิก เบิกจ่ายปีละครั้ง โดยบริษัทยังสามารถลงเป็นรายจ่าย CIT ทางภาษีได้หรือไม่

    ภาษี PIT หากเหมาก็เป็นเงินได้ทั้งจำนวน หากมีใบเสร็จก็พิจารณาตามกิจกรรมที่นำมาเบิก ถูกหรือไม่


2. กรณีบริษัทมีจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เช่น กิจกรรม TPM / Innovation / 5 ส. และมีการทำเสื้อหรือแก้วน้ำตามแต่ละกิจกรรมให้กับพนักงานทุกคน เช่นนี้ของที่พนักงานได้รับเข้าข่ายได้รับยกเว้นภาษีหรือต้องถือเป็นประโยชน์เพิ่มเพื่อเสียภาษีบุคคลธรรมดาคะ

วิสัชนา

1. กรณีบริษัทให้สวัสดิการหลักและมีเพิ่มเติมเป็นแบบยืดหยุ่นภายใต้วงเงิน เช่น 7,000 เท่าๆ กัน เพิ่มเลือกให้เหมาะสมกับตนเอง เช่น รักษาฟัน แว่นสายตา กิจกรรมกีฬา ค่าที่พักท่องเที่ยว ค่าเรียน ค่าประกัน โดยต้องมีใบเสร็จมาเบิก ทำให้ต้องทำการเบิกเงินหลายครั้งใน 1 ปี และมีบางกิจกรรมที่พนักงานหาใบเสร็จมาไม่ได้จะเสียสิทธิใช้สวัสดิการนี้

    บริษัทฯ สามารถกำหนดสวัสดิการแบบยืดหยุดนี้เป็นแบบเหมาจ่ายโดยไม่ต้องมีใบเสร็จมาเบิก เบิกจ่ายปีละครั้งโดยบริษัทฯ ยังสามารถลงเป็นรายจ่าย CIT ทางภาษีได้ แต่ต้องพิจารณา ประเด็นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงานต่อไปด้วย

    กรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงาน หากบริษัทฯ จ่ายเงินได้เป็นการเหมา ก็ให้นำไปถือรวมเป็นเงินได้พึงประเมินทั้งจำนวน หากมีใบเสร็จก็พิจารณาตามกิจกรรมที่นำมาเบิก ถูกต้องแล้วครับ ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามของ 2 (4) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 149 (พ.ศ. 2523) ใช้บังคับสำหรับเงินได้ปีภาษี 2523 เป็นต้นไป ดังนี้

    “ข้อ 2 ให้กำหนดเงินได้ต่อไปนี้เป็นเงินได้ตาม (17) ของมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 

         (4) เงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้ หรือจ่ายแทนลูกจ้างเป็นค่ารักษาพยาบาล สำหรับ

               (ก) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการีหรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับการรักษาพยาบาลที่กระทำในประเทศไทย

               (ข) ลูกจ้างในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศในขณะที่ปฏิบัติการตามหน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งคราว

               ทั้งนี้ เงินจำนวนดังกล่าวได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น”  


  

2. กรณีบริษัทมีจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพ เช่น กิจกรรม TPM/ Innovation/ 5ส และมีการทำเสื้อ หรือแก้วน้ำ ตามแต่ละกิจกรรมให้กับพนักงานทุกคน เช่นนี้ของที่พนักงานได้รับต้องถือเป็นประโยชน์เพิ่มเพื่อเสียภาษีบุคคลธรรมดา เช่นเดียวกับเงินได้ทั่วไป


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์




เรื่อง

สวัสดิการพนักงาน บริษัทฯ จัดงานกีฬาสีภายในเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพนักงานแผนกต่าง ๆ

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 29/08/2024 - วันที่ตอบ 07/10/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

เรียนถามอาจารย์ เรื่อง การจัดงานกีฬาสีบริษัท ค่ะ

1. หากบริษัทฯ จัดงาน และบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณ CIT เพื่อไม่ให้นำไปเป็นเงินได้ส่วนหนึ่งเพื่อรวมคำนวณ PIT ของพนักงาน เช่นนี้ทำได้หรือไม่คะ

2. ขอคำแนะนำจากอาจารย์ค่ะถ้าจัดงานกีฬาสีเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ สร้างความสามัคคี แล้วถือเป็นเงินได้ส่วนเพิ่มพนักงาน เกรงว่าจะมีปัญหากับทางสหภาพแรงงานบริษัทค่ะ

วิสัชนา

1. สวัสดิการ หมายถึง บริการหรือกิจกรรมใดๆ ที่หน่วยงานราชการหรือองค์กรธุรกิจเอกชนจัดให้มีขึ้น เพื่อให้ข้าราชการ พนักงาน หรือผู้ที่ปฏิบัติงานอยู่ในองค์กรนั้นๆ ได้รับความสะดวกสบายในการทำงาน มีความมั่นคงในอาชีพ มีหลักประกันที่แน่นอนในการดำเนินชีวิตหรือได้รับประโยชน์อื่นใด นอกเหนือจากเงินเดือน หรือค่าจ้างที่ได้รับอยู่เป็นประจำ ทั้งนี้ เพื่อเป็นสิ่งจูงใจให้ผู้ปฏิบัติงานมีขวัญและกำลังใจที่ดี เพื่อจะได้ใช้กำลังกาย กำลังใจ และสติปัญญาความสามารถของตนในการปฏิบัติงานอย่างเต็มที่

    ทั้งนี้ โดยได้ระบุสวัสดิการนี้ไว้ในระเบียบสวัสดิการของกิจการที่ให้แก่พนักงานทุกคนเป็นการทั่วไป ไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติแก่พนักงานเป็นบางคน กิจการย่อมสามารถลงเป็นรายจ่ายในคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ถือเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และไม่ใช่รายจ่ายที่มีลักษณะเป็นการส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หาตามมาตรา 65 ตรี (3) และ (13) แห่งประมวลรัษฎากร


2ตามมาตรา 42 (28) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสเฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น  

    “มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

         (28) เงินได้ที่ได้รับจากการอุปการะโดยหน้าที่ธรรมจรรยา หรือจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งนี้ จากบุคคลซึ่งมิใช่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรสเฉพาะเงินได้ในส่วนที่ไม่เกินสิบล้านบาทตลอดปีภาษีนั้น”


3.ตัวอย่างการจัดสวัสดิการพนักงานที่ไม่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน

    3.1 ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง    

         สำหรับค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้

         (1) ค่าเบี้ยเลี้ยง หรือค่าพาหนะ ซึ่งลูกจ้างหรือผู้รับหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือผู้รับทำงานให้ ได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจําเป็นเฉพาะ ในการที่ต้องปฏิบัติการตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น (มาตรา 42 (1) แห่งประมวลรัษฎากร)

         (2) ค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทางตามอัตราที่รัฐบาลกำหนดไว้ โดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยอัตราค่าพาหนะและเบี้ยเลี้ยงเดินทาง (มาตรา 42 (2) แห่งประมวลรัษฎากร)

         (3) เงินค่าเดินทาง ซึ่งนายจ้างจ่ายให้ลูกจ้าง เฉพาะส่วนที่ลูกจ้างได้จ่ายทั้งหมดโดยจําเป็นเพื่อการเดินทางจากต่างถิ่นในการเข้ารับงานเป็นครั้งแรก หรือในการกลับถิ่นเดิมเมื่อการจ้างได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ข้อยกเว้นนี้มิให้รวมถึงเงินค่าเดินทางที่ลูกจ้างได้รับในการกลับถิ่นเดิม และในการเข้ารับงานของนายจ้างเดิม ภายใน 365 วัน นับแต่วันที่การจ้างครั้งก่อนได้สิ้นสุดลง (มาตรา 42 (2) แห่งประมวลรัษฎากร)

         (4) ค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราไม่เกินอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายในลักษณะเหมาจ่าย ให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงดังกล่าว เป็นค่าเบี้ยเลี้ยงซึ่งบุคคลดังกล่าวได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น โดยไม่ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินมาพิสูจน์ (ข้อ 1 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 59/2538ฯ )

    3.2 สวัสดิการพนักงานตามข้อ 2 (4) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) 

         (1) เงินได้ส่วนที่เป็นค่ารักษาพยาบาลที่นายจ้างจ่ายให้ หรือจ่ายแทนลูกจ้างเป็นค่ารักษาพยาบาล สำหรับ

               (ก) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการีหรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง ทั้งนี้ เฉพาะสำหรับการรักษาพยาบาลที่กระทำในประเทศไทย

               (ข) ลูกจ้างในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศในขณะที่ปฏิบัติการตามหน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งคราว

              ทั้งนี้ เงินจำนวนดังกล่าวได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น 

         (2) สวัสดิการจัดให้มีสถานรับเลี้ยงบุตรของพนักงาน

    3.3 เบี้ยประกันภัยให้แก่บริษัทประกันชีวิตหรือบริษัทประกันวินาศภัยที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักร สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มที่มีกำหนดเวลาไม่เกินหนึ่งปี เฉพาะในส่วนที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสำหรับ

           (ก) ลูกจ้าง สามี ภริยา บุพการีหรือผู้สืบสันดานซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้าง ทั้งนี้ เฉพาะการรักษาพยาบาลในประเทศไทย

           (ข) ลูกจ้าง ในกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลในต่างประเทศ ในขณะที่ปฏิบัติการตามหน้าที่ในต่างประเทศเป็นครั้งคราว

           ทั้งนี้ สำหรับเงินได้ที่ได้รับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป

    3.4 สวัสดิการค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา หรือฝึกอบรมลูกจ้าง ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกิจการของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคลที่เป็นนายจ้าง (ข้อ 6 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 122/2545ฯ )

    3.5 สวัสดิการจัดเลี้ยงในเทศกาลปีใหม่ ถือเป็นเงินได้ที่ได้รับจากการให้โดยเสน่หาเนื่องในพิธีหรือตามโอกาสแห่งขนบธรรมเนียมประเพณี ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 42 (10) แห่งประมวลรัษฎากร (ปัจจุบัน แก้ไขเพิ่มเติมเป็นมาตรา 42 (28) แห่งประมวลรัษฎากร) ทั้งนี้ ตามแนวคำวินิจฉัยของกรมสรรพากรตามหนังสือเลขที่ กค 0706/9276 ลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548  

    3.6 สวัสดิการอาหารเนื่องในการเข้าร่วมประชุมในกิจการงานของนายจ้าง

    3.7 สวัสดิการกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย หรือคิดดอกเบี้ยในอัตราต่ำกว่าราคาตลาด

    3.8 สวัสดิการซื้อสินค้าหรือรับบริการราคาถูก

    3.9 สวัสดิการของเยี่ยมไข้ที่ให้แก่พนักงานในกรณีพนักงานเจ็บป่วยตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป

    3.10 สวัสดิการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดหรือโรคระบาดอื่น ๆ พนักงานประจำ และสมาชิกครอบครัวสามารถเบิกค่าใช้จ่ายตามที่ได้จ่ายไปจริง แต่ไม่เกินยอดวงเงินที่กำหนด  

    3.11 สวัสดิการรถรับส่งพนักงาน

    3.12 สวัสดิการเครื่องใช้ ของใช้เฉพาะที่ใช้ในการปฏิบัติงานในหน้าที่การงานของนายจ้าง

    3.13 สวัสดิการสนามกีฬา เครื่องออกกำลังกาย

    3.14 เงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่จ่ายไปในลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อการได้มาซึ่งสิทธิในการเป็นสมาชิกสนามกอล์ฟ สโมสรการกีฬา (Sport Club) หรือสโมสรเพื่อการพักผ่อนหรือสันทนาการ (Member Club) ซึ่งจ่ายตามข้อกำหนดเพื่อให้การรับรองลูกค้าหรือบุคคลตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ.2522) ออกตามความประมวลรัษฎากรว่าด้วยภาษีเงินได้ ตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522)

    3.15 สวัสดิการสถานปฏิบัติธรรมตามศาสนาของพนักงาน

    3.16 ค่าโทรศัพท์ให้แก่พนักงาน เนื่องจากพนักงานได้นำโทรศัพท์ส่วนตัวมาใช้ในกิจการของบริษัทฯ ตามระเบียบการเบิกจ่ายเงินของบริษัทฯ นั้น หากบริษัทฯ มีหลักฐานพิสูจน์ได้โดยชัดแจ้งว่า ค่าโทรศัพท์นั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับกิจการแล้วกรณีดังกล่าว ไม่ถือเป็นประโยชน์เพิ่มของพนักงาน ฉะนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายค่าโทรศัพท์คืนให้พนักงานบริษัทฯ ไม่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่อย่างใด (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรที่ กค 0702/1121 ลงวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.  2557 

    3.17 กรณีบริษัทฯ จ่ายค่าใช้จ่าย sport complex สำหรับการจัดการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ระหว่างบริษัทกับนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ รอบข้างบริษัทฯ ทุกบริษัทจะมีการนำเงินมาลงขันเพื่อการสนับสนุนการจัดกีฬาครั้งนี้ นั้น หากเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ โดยเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ และพิสูจน์ได้ว่า มีเหตุผลอันสมควรที่จะจ่ายรายการรายจ่ายนั้น และการมีหลักฐานการจ่ายเงินที่พิสูจน์ผู้รับได้ โดยบริษัทฯ ต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นในการจ่ายรายจ่ายดังกล่าว และการก่อประโยชน์แก่บริษัทฯ โดยประการใดบ้าง

    ฯลฯ


4.ตัวอย่างการจัดสวัสดิการพนักงานที่ถือเป็นเงินได้ของพนักงาน

    4.1 เงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้เป็นเงินค่าเช่าบ้าน หรือเงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่ให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินช่วยการศึกษาบุตร เงินช่วยเหลือบุตรเงินค่าเบี้ยกันดาร เงินยังชีพ หรือเงินค่าอาหารทำการนอกเวลา

    4.2 ค่าเบี้ยเลี้ยงในอัตราเกินกว่าอัตราค่าเบี้ยเลี้ยงสูงสุดที่ทางราชการกำหนดจ่ายให้แก่ข้าราชการ ตามพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการในประเทศหรือต่างประเทศ แล้วแต่กรณี โดยไม่มีหลักฐานมาพิสูจน์ว่าได้จ่ายไปโดยสุจริตตามความจำเป็นเฉพาะในการที่ต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตนและได้จ่ายไปทั้งหมดในการนั้น ให้ถือว่าค่าเบี้ยเลี้ยงในส่วนที่เกินอัตราดังกล่าวเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงาน  

    4.3 ค่ารักษาพยาบาลของสามี ภริยา คู่สมรส บุพการี หรือผู้สืบสันดาน ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของลูกจ้างในต่างประเทศ

    4.4 เงินได้ที่เป็นของรางวัลหรือบริการที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างเนื่องในโอกาสต่างๆ

    4.5 มูลค่าของอาหารและเครื่องดื่มที่นายจ้างจัดหาให้กับพนักงานหรือลูกจ้างในระหว่างเวลาปฏิบัติงาน ตามระเบียบเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานหรือลูกจ้าง โดยมูลค่าของอาหารและเครื่องดื่มดังกล่าวต้องมีราคาไม่เกินสมควร

    4.6 มูลค่าของเครื่องแบบที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งเป็นนายจ้างได้มอบให้แก่ลูกจ้างในจำนวนคนละเกินกว่าสองชุดต่อปี และเสื้อนอกในจำนวนคนละเกินกว่าหนึ่งตัวต่อปี

          "เครื่องแบบ" หมายความว่า เครื่องแต่งกายรวมทั้งสิ่งประกอบเครื่องแต่งกายที่กำหนดให้แต่งเพื่อใช้ในการปฏิบัติงาน แต่ไม่รวมถึงรองเท้าที่อาจใช้งานได้ทั่วไป ชุดชั้นใน หรือสิ่งประกอบเครื่องแต่งกายที่ทำด้วยโลหะ หรืออัญมณีมีค่า เช่น เงิน ทองคำ ทับทิม หยก

          "เสื้อนอก" หมายความรวมถึงชุดไทยพระราชทาน และเสื้อที่นิยมใช้ในการแต่งกายไปในงานสำคัญต่าง ๆ  

    4.7 ค่าเบี้ยประกันชีวิตที่จ่ายให้พนักงาน

    4.8 เงินค่าสมาชิก เงินประกัน เงินมัดจำ เงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย หรือเงินอื่นที่จ่ายไปในลักษณะทำนองเดียวกัน เพื่อการได้มาซึ่งสิทธิในการเป็นสมาชิกสนามกอล์ฟ สโมสรการกีฬา (Sport Club) หรือสโมสรเพื่อการพักผ่อนหรือสันทนาการ (Member Club) ซึ่งจ่ายตามข้อกำหนดในลักษณะเป็นการจำกัดเฉพาะตัวบุคคลบางคนซึ่งเป็นกรรมการ พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา หรือบุคคลอื่นในตำแหน่งในลักษณะทำนองเดียวกันของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลให้เข้าไปใช้บริการได้ เป็นการส่วนตัว

    4.9 เงินรางวัลที่กลุ่มบุคคลหรือทีมงาน ทั้งที่เป็นพนักงานของบริษัท ก. หรือพนักงานของบริษัทในเครือเดียวกันได้รับจากการประกวด เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (8) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีเงินได้ต้องนำเงินรางวัลที่ได้รับนั้นไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้เมื่อสิ้นปีภาษีในนามคณะบุคคลสำหรับการคำนวณภาษีเงินได้ นั้น (หนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0706/2841 ลงวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549) 

    4.10 แจกหุ้นพนักงานฟรี หรือให้สิทธิพนักงานซื้อหุ้นราคาถูก

    ฯลฯ



 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า

กรณีบริษัทฯ จัดงานกีฬาสีภายในเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพนักงานแผนกต่าง ๆ สร้างความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่พนักงาน ถือเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) หรือ (13) แห่งประมวลรัษฎากร

1.ค่าใช้จ่ายในการจัดงานกีฬาสีดังกล่าว บริษัทฯ ไม่พึงต้องบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพื่อไม่ให้นำไปเป็นเงินได้ส่วนหนึ่งเพื่อรวมคำนวณ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของพนักงาน


 

2.การที่ค่าใช้จ่ายในการจัดงานกีฬาสีจะไม่ต้องถือเป็นเงินได้ของพนักงานนั้น

    ประการแรกต้องเป็นกรณีที่บริษัทฯ ได้ระบุสวัสดิการนี้ไว้ในระเบียบสวัสดิการของบริษัทฯ

    ประการที่สองต้องเป็นสวัสดิการที่ที่จัดให้แก่พนักงานทุกคนเป็นการทั่วไป ไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติแก่พนักงานเป็นบางคน

    ประการที่สามเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการประกอบกิจการ โดยเป็นรายจ่ายเพื่อหากำไรหรือเพื่อกิจการโดยเฉพาะ โดยรายจ่ายในการจัดกิจกรรมกีฬาสีก่อให้เกิดประโยชน์โดยส่วนรวม อาทิ เป็นช่องทางในการเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างพนักงานแผนกต่าง ๆ ก่อให้เกิดการประสานงาน ความร่วมมือ และสร้างความสามัคคีกลมเกลียวในหมู่พนักงาน ไม่ใช่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของพนักงานคนหนึ่งคนใด

    ประการที่สี่พนักงานแต่ละคนไม่ได้รับประโยชน์ที่เป็นตัวเงิน สิ่งของ หรือประโยชน์ที่อาจคิดคำนวณได้เป็นเงิน อันเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน


 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะคลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ