Case study

ลูกค้าไม่ได้รับสินค้า ต้องออกใบลดหนี้เพื่อล้างลูกหนี้ หรือต้องทำการตัดจำหน่ายหนี้สูญ


เรื่อง ลูกค้าไม่ได้รับสินค้า ต้องออกใบลดหนี้เพื่อล้างลูกหนี้ หรือต้องทำการตัดจำหน่ายหนี้สูญ
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 19/02/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัท ก เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฏหมายไทย ประกอบกิจการขายสินค้าทั้งที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มและยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัท ผลิตสินค้า A ที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ขายให้บริษัท ล ซึ่งเป็นนิติบุคคลตามกฏหมายไทย โดยมีขั้นตอนดังนี้

1. บริษัท ล เปิด PO สั่งซื้อสินค้ามาที่บริษัท ก

2. บริษัท ก จัดเตรียมสินค้า และว่าจ้างรถที่มีระบบควบคุมความเย็น และระบบติดตาม GPS พร้อมคนขับขนส่งสินค้าไปส่งที่คลังสินค้าของบริษัท ล พร้อมกับชุดเอกสารใบส่งของ/ใบกำกับภาษี

3. บริษัท ล ตรวจรับสินค้า และเซ็นรับบนชุดเอกสารใบส่งของ/ กำกับภาษี ส่งคืนสำเนาใบส่งของ/ ใบกำกับภาษีพร้อมมอบใบรับสินค้าที่บริษัท ล ออกให้ พนังงานขับรถขนส่งนำกลับมาให้กับฝ่ายขายของบริษัท ก ในคราวถัดไปที่มารับสินค้า

4. เมื่อรถขนส่ง นำเอกสารตามข้อ 3 มาให้ฝ่ายขายของบริษัท ก บริษัท ก จะนำเอกสารมาจับคู่กับ PO จากนั้นนำไปคีย์เข้าระบบวางบิลของบริษัท ล

5. บริษัท ล จะตรวจสอบเอกสารกับรายงานการวางบิลในระบบ หากถูกต้องตรงกัน บริษัท ล จะโอนเงินให้บริษัท ก


แต่ปรากฏว่ามีรายการขายสินค้าอยู่ 1 ใบ เดือน สิงหาคม 2568 จำนวนเงิน 150,000 บาท ที่บริษัท ล ปฏิเสธการจ่ายเงิน เหตุผลว่าไม่ได้รับสินค้า เนื่องจากบริษัท ล ตรวจสอบเอกสารแล้วพบว่าไม่มีการเซ็นรับสินค้าบนใบส่งของ/ ใบกำกับภาษี และไม่มีใบรับสินค้าของบริษัท ล มาแนบ (ไม่ทราบว่าเขาได้เช็คสต๊อคไหม)

เนื่องจากมีการติดตามเอกสารมาเนิ่นนานมากกว่า 6 เดือนแล้ว ทางบริษัท ก ก็หาใบรับสินค้าไม่พบเช่นกัน และในวันที่ได้รับสำเนาใบส่งของ/ใบกำกับภาษีคืนมาก็ไม่ได้ตรวจสอบลายเซ็นและเอกสารใบรับสินค้าด้วย จึงไม่มีเอกสารพิสูจน์ว่าสินค้าได้ส่งให้ลูกค้าหรือไม่ อย่างไร แต่ในระบบบัญชีของบริษัท ก มีการตัดสต๊อก บันทึกต้นทุน รายได้และลูกหนี้


บริษัท ก ขอเรียนถามดังนี้

1. เนื่องจากบริษัท ล ปฏิเสธการเป็นหนี้ดังกล่าว บริษัท ก ไม่ได้เงินแน่ๆแล้ว จึงต้องการจะล้างยอดหนี้ออกจากระบบบัญชี บริษัท ก ควรดำเนินการอย่างไร

    a.หากบริษัท ก จะต้องออกใบลดหนี้แบบไม่คืนสินค้า จะต้องใช้เหตุผลใด ตาม ป.80/2542 ข้อ2 (ก) – (ช) หรือควรออกใบลดหนี้ทางการค้าแบบไม่มี VAT และใบลดหนี้จะต้องลงวันที่เดือนใด สิงหาคม 2568 หรือ กุมภาพันธ์ 2569

    b.หากต้องออกใบลดหนี้เป็นเดือนสิงหาคม 2568 บริษัท จะต้องยื่น ภพ.30 เพิ่มเติม และขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่สามารถนำมาลดยอดขายในการยื่นภาษีขายเดือนภาษีกุมภาพันธ์ 2569 ได้ ใช่หรือไม่

หากบริษัท ไม่ต้องการขอคืน เพราะอาจทำให้ถูกตรวจสอบเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่มอื่นๆ ตามมา บริษัท ไม่ยื่นเพิ่มเติม ภพ.30 ได้หรือไม่

    c.กรณีควรออกใบลดหนี้ แล้วในทางบัญชีภาษี บริษัท ก จะต้องปรับลดรายได้ในการคำนวณกำไรขาดทุนสุทธิหรือไม่ เนื่องจากข้ามรอบบัญชี

     d.หากไม่ต้องออกใบลดหนี้ แต่จะต้องทำการตัดจำหน่ายลูกหนี้ตามกฏกระทรวง 126 และบริษัท ต้องการใช้สิทธิหักรายจ่ายหนี้สูญในทางภาษีได้ในรอบบัญชี 2569 บริษัท ก สามารถใช้เอกสารการปฏิเสธการจ่ายเงินของลูกค้าในการตัดหนี้สูญออกจากบัญชีได้หรือไม่ เนื่องจากบริษัท ล ปฏิเสธการเป็นหนี้แล้ว และหากบริษัท ก ยังส่งหนังสือทวงหนี้อย่างเป็นทางการไปอีก จะทำให้ลูกค้าเกิดความไม่พึงพอใจและอาจทำให้เสียลูกค้าได้

หรือบริษัท ควรทำวิธีอื่น อย่างไร จึงจะถูกต้อง

2. หากกรณีดังกล่าวเป็นการขายสินค้า non-VAT การตัดลูกหนี้ออกจากระบบบัญชี จะปฏิบัติเช่นเดียวกันหรือไม่

3. บริษัท ก จ่ายค่าขนส่งรถห้องเย็น จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% หรือ 3%  หากต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% เป็นค่าบริการ ทางบริษัทขนส่งจะต้องออกใบกำกับภาษีแบบมี VAT หรือไม่

ขอบพระคุณค่ะ

คำตอบ

ตอบ


1 การปฏิเสธการชำระหนี้จากลูกค้า

บริษัท ก ได้ออกใบกำกับภาษีและบันทึกรายได้ ภาษีขาย ตัดสต๊อก และตั้งลูกหนี้ในเดือนสิงหาคม 2568 ต่อมาบริษัท ล ปฏิเสธการชำระเงินโดยอ้างว่าไม่ได้รับสินค้า และไม่มีเอกสารการรับมอบสินค้า กรณีนี้ บริษัทสามารถปรับปรุงออกออกใบลดหนี้แบบไม่คืนสินค้า ก็สามารถกระทำได้ ถ้ามั่นใจว่า ลูกค้าไม่ได้รับสินค้าจริงๆ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ดูจะแตกต่างไปจากการดำเนินการตามปกติที่ควรจะเป็นคือ

  • เมื่อ บริษัท ล ไม่ได้รับ ควรมีการติดตามทวงถามสินค้าที่ได้รับไม่ครบมาในช่วง สิงหาคม ปี 2568 หรืออย่างช้าไม่ควรเกินกันยายน  
  • บริษัท ก เมื่อทราบเรื่องแล้ว ก็ต้องสอบถามไปที่บริษัทขนส่ง เพื่อตรวจสอบการขนส่งว่าได้ส่งมอบจริงหรือไม่ ถ้ายืนยันว่าส่งมอบแล้วเหตุใดไม่ได้ลายเซ็นผู้รับสินค้ามา หรือถ้ายังไม่ได้ส่งมอบสินค้านี้หายไปไหน 
  • ถ้า บริษัท ก ไม่ได้สินค้าคืน ควรมีการ เรียกเงินชดเชยค่าสินค้าที่บริษัทขนส่งทำหาย หรือถ้าไม่สามารถเรียกเก็บเงินชดเชยได้ ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม บริษัทควรแจ้งความและนำใบแจ้งความไปดำเนินการต่อไป 


ดังนั้นการตอบคำถามจะตอบภายใต้สมมุติฐานนี้นะคะ   

  1. ระหว่าง  บริษัท ก   และ บริษัท ล   บริษัทไม่สามารถพิสูจน์การส่งมอบสินค้าได้ และคู่สัญญาปฏิเสธการเป็นหนี้ กรณีดังกล่าวมีลักษณะเป็นการ “ยกเลิกการขาย”  จึงสามารถออกใบลดหนี้ได้  แต่ไม่สามารถเลือกวิธีการตัดเป็นหนี้สูญเพราะไม่เข้าเงื่อนไขว่าจะตัดหนี้สูญตาม กฎกระทรวง 186 ได้นั้น จะต้องเริ่มด้วยการเป็นลุกหนี้การค้าเสียก่อน
  2. ระหว่าง  บริษัท ก   และ บริษัทขนส่ง 
    • สามารถเรียกเก็บค่าชดเชยที่สินค้าสูญหายได้ จะมีรายได้ค่าชดเชย และ ตัดบัญชีสินค้าได้
    • ไม่สามารถเรียกเก็บค่าชดเชยได้ จะถือเป็นสินค้าสูญหาย


ระหว่าง  บริษัท ก   และ บริษัท ล

1(a) การออกใบลดหนี้

เนื่องจากบริษัทไม่ได้ส่งสินค้าจริง ดังนั้นจึงไม่มีการขายบริษัท ก มีสิทธิ์ออกใบลดหนี้ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.80/2542 ข้อ 2 (3) (ก) ซึ่งครอบคลุมกรณีการลดราคาสินค้าที่ขาย เนื่องจากขาดจำนวน   วันที่ในใบลดหนี้ควรเป็นวันที่เหตุแห่งการลดหนี้เกิดขึ้น กล่าวคือ วันที่รับทราบว่ามีการส่งสินค้าขาดจำนวน คือเดือนสิงหาคม 2568  หรือ หลังจากนั้นไม่นาน ตามหลักฐานว่าทราบว่าขาดจำนวนจึงยกเลิกรายการขาย (อาจยึดวันที่ใน E-mail ที่ได้รับแจ้งและตรวจสอบว่าสินค้าขาดจำนวนจริงก็ได้ค่ะ)


คำสั่งกรมสรรพากร

ที่ ป. 80/2542

เรื่อง      แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 86/9 และใบลดหนี้ ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร


  ข้อ 2 ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสิทธิออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  (3) ภายหลังได้ออกใบกำกับภาษีแล้วได้มีเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้นอันเป็นเหตุให้ภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการมีจำนวนลดลงไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

   (ก) มีการลดราคาสินค้าที่ขายเนื่องจากสินค้าผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน สินค้าชำรุดเสียหาย หรือขาดจำนวน คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริงหรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด


1(b) การยื่นแบบ ภ.พ.30

หากใบลดหนี้ลงวันที่สิงหาคม 2568  ที่ถูกต้องบริษัทจะต้องยื่นเพิ่มเติม และขอคืนภาษีตามที่สมาชิกเข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ กรณีที่บริษัทไม่ประสงค์จะขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถทำได้   แต่ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ไม่ได้นำไปหักจากภาษีขาย ย่อมไม่สามารถนำไปบันทึกเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร)  

มาตรา 65 ตรีรายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(6 ทวิ) ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระหรือพึงชำระ และภาษีซื้อของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน เว้นแต่ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต้องเสียภาษีตามมาตรา 82/16 ภาษีซื้อที่ต้องห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/5 (4) หรือภาษีซื้ออื่นตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา


หมายเหตุ :  ถ้าเปลี่ยนข้อเท็จจริง เป็น บริษัทไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่า บริษัท ล ไม่ได้สินค้า (ซึ่งก็เป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติวิสัยในทางธุรกิจ) บริษัท ก็สามารถออกใบลดหนี้ในปี 2569 ปีที่ทราบเรื่องจริง


1(c) ผลกระทบทางภาษีเงินได้นิติบุคคล

ในทางบัญชี หากมีการออกใบลดหนี้ในปี 2568  เนื่องจากเป็นรายการที่ข้อผิดพลาดของงวดก่อน ให้บันทึกลดรายได้ในปี 2568 ซึ่งโดยปกติผู้สอบบัญชีจะพิจารณาถึงความมีสาระสำคัญของตัวเลขที่ผิดพลาด 

  • ถ้าไม่มีสาระสำคัญ ผู้สอบบัญชีจะปรับปรุงกับกำไรสะสมงวดก่อน
  • ถ้ามีสาระสำคัญ     ผู้สอบบัญชีจะปรับปรุงงบการเงินปีก่อน (Restate) 

ในทางภาษี ไม่สนใจว่ามีสาระสำคัญหรือไม่ บริษัทจะต้องนำส่ง ภ.ง.ด. 50 ปรับปรุงรายการให้ถูกต้อง


หมายเหตุ :  ถ้าเปลี่ยนข้อเท็จจริง เป็น บริษัทไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่า บริษัท ล ไม่ได้สินค้า (ซึ่งก็เป็นเหตุการณ์ที่ผิดปกติวิสัยในทางธุรกิจ) บริษัท ก็สามารถรับรู้รายได้ในปี 2569 ปีที่ทราบเรื่องจริง


1(d) ทางเลือกการตัดหนี้สูญ

ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น การตัดหนี้สูญตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 จะใช้ได้ต่อเมื่อมี “ลูกหนี้การค้าที่เกิดขึ้นจริง” และได้มีการติดตามทวงถามตามสมควรแล้ว ในกรณีนี้ หากข้อเท็จจริงชี้ว่าการขายไม่สมบูรณ์และไม่สามารถพิสูจน์การส่งมอบสินค้าได้ ประเด็นจึงมิใช่หนี้สูญ แต่เป็นการที่รายได้อาจไม่เคยเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ตั้งแต่ต้น การใช้แนวทางหนี้สูญจึงไม่สามารถกระทำได้ มีความเสี่ยง เพราะสรรพากรอาจโต้แย้งว่าไม่เคยมีหนี้เกิดขึ้นโดยชอบ ดังนั้น แนวทางที่เหมาะสมและมีความเสี่ยงต่ำกว่า คือ การออกใบลดหนี้และยกเลิกรายการขาย อย่างไรก็ตาม ถ้ามีความประสงค์จะใช้สิทธิตัดหนี้สูญ จำเป็นต้องมีหลักฐานการทวงถาม เช่น หนังสือทวงหนี้อย่างเป็นทางการ หรือหลักฐานการปฏิเสธเป็นหนังสือ เพื่อให้เข้าเงื่อนไขกฎกระทรวง 186 อย่างเคร่งครัด

ระหว่าง  บริษัท ก   และ บริษัท ขนส่งสินค้า

            สำหรับสินค้าที่สูญหาย ถือเป็นการขายสินค้า ตามมาตรา 77/1 (8)(9) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้นเมื่อสินค้าสูญหาย บริษัทจึงต้องนำส่งภาษีขาย ตามแบบ ภ.พ.30  ให้กับกรมสรรพากร

มาตรา 77/1 ในหมวดนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(8) " ขาย " หมายความว่า จำหน่าย จ่าย โอนสินค้า ไม่ว่าจะมีประโยชน์หรือค่าตอบแทนหรือไม่ และให้หมายความรวมถึง

(จ) มีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง

“(9) “สินค้า” หมายความว่า ทรัพย์สินที่มีรูปร่างและไม่มีรูปร่างที่อาจมีราคาและถือเอาได้ไม่ว่าจะมีไว้เพื่อขาย เพื่อใช้ หรือเพื่อการใด ๆ และให้หมายความรวมถึงสิ่งของทุกชนิดที่นำเข้า แต่ทั้งนี้ไม่รวมถึงทรัพย์สินที่ไม่มีรูปร่างที่ส่งมอบโดยผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อื่นใด”


มาตรา 77/2 การกระทำกิจการดังต่อไปนี้ในราชอาณาจักรให้อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบทบัญญัติในหมวดนี้
             (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการโดยผู้ประกอบการ


2 กรณีเป็นสินค้า Non-VAT

หากเป็นสินค้ายกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม จะไม่มีประเด็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระเพิ่มเติม แต่หลักทางบัญชีและภาษีเงินได้นิติบุคคลยังมีหลักเกณฑ์เหมือนกับสินค้าปกติ


3 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ค่าขนส่งรถห้องเย็น

ค่าขนส่งสินค้าโดยผู้ประกอบการขนส่ง ซึ่งรวมถึงรถห้องเย็นพร้อมคนขับ โดยมีการจ้างให้ขนส่ง จากจุดหนึ่ง(บริษัท ก) ไปยังอีกจุดหนี่ง (บริษัท ล) โดยไม่ได้มีค่าบริการอื่นใดเพิ่มเติม  เงินได้ของค่าขนส่งเข้าลักษณะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) แห่งประมวลรัษฎากร 

  • บริษัท ก  หักภาษีหัก ณ ที่จ่าย บริษัทขนส่ง 1%  ของค่าขนส่ง ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ข้อ 12
  • บริษัทได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม


หมายเหตุ :  แต่ถ้ากรณีที่บริษัทขนส่ง  มีบริการอื่นๆเพิ่มเติม เช่นการจัดเรียงสินค้า การจัดการควบคุมสินค้าในโกดังพร้อมขนส่งสินค้าตามคำสั่งของผู้ว่าจ้าง เป็นต้น    

  • บริษัท ก  หักภาษีหัก ณ ที่จ่าย บริษัทขนส่ง 3%  ของค่าบริการ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ข้อ 1
  • บริษัทได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม



คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528
 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
 ---------------------------------------------

ข้อ 12/1 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8) เฉพาะที่เป็นการจ่ายเงินได้จากการให้บริการอื่น ๆ นอกเหนือจากกรณีที่กำหนดไว้ในข้อ 8 ข้อ 9 (2) ข้อ 10 ข้อ 12 ข้อ 12/3 และข้อ 12/4 แต่ไม่รวมถึงการจ่าย ค่าบริการของโรงแรม ค่าบริการของภัตตาคาร และค่าเบี้ยประกันชีวิต ให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น

     (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0


"ข้อ 12/4 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินที่เป็นค่าขนส่ง แต่ไม่รวมถึงการจ่ายค่าโดยสารสำหรับการขนส่งสาธารณะให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น
                         (1) ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 1.0
                         (2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 1.0
 
คำว่า “การขนส่งสาธารณะ ” หมายความว่า การรับส่งผู้โดยสารเป็นการทั่วไปเป็นปกติธุระ ”


มาตรา 81 ให้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการประกอบกิจการประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

 (ณ) การให้บริการขนส่งในราชอาณาจักร


อ้างอิงคำตอบ

เรื่อง

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีประกอบกิจการขนส่งสินค้าแช่แข็ง

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

วันที่

26/12/2016

เลขที่หนังสือ

กค 0702/10780

ประเภทภาษี

ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 77/1(10) มาตรา 77/2(1) และคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528ฯ ข้อ 8(2)

ข้อหารือ

บริษัทฯ ประกอบกิจการขนส่งสินค้าแช่แข็ง ได้ทำสัญญารับจ้างขนส่งสินค้าแช่แข็งประเภทปลา อาหารทะเลแช่แข็งกับผู้ว่าจ้าง โดยมีเงื่อนไขสำคัญของสัญญา ดังนี้
                - บริษัทฯ ต้องมีใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ตามมาตรา 608 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
                - อัตราค่าขนส่งขึ้นอยู่กับระยะทางของสำนักงานสาขาปลายทางของผู้ว่าจ้างที่รับสินค้า
                - ต้องมีการตรวจนับสินค้าก่อนนำสินค้าขึ้นรถและลงรถ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ของลูกค้า (ป้องกันความผิดพลาด)
                - บริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบ หากสินค้าเสียหาย หรือสูญหายระหว่างขนส่ง
                - บริษัทฯ ต้องรักษาและขนส่งด้วยความระมัดระวังดังเช่นผู้มีวิชาชีพเฉพาะในการรับขนส่งสินค้าพึงกระทำ
                - รักษาอุณหภูมิตลอดระยะเวลาขนส่งจนกว่าจะส่งมอบสินค้า
                - มีอุปกรณ์เก็บข้อมูลอุณหภูมิภายในรถขนส่งตลอดการเดินทางเพื่อให้ตรวจสอบตามที่กำหนดไว้
                - ตรวจสอบสภาพรถให้สมบูรณ์ปีละ 2 ครั้ง
                - รักษาสภาพบรรจุภัณฑ์ (กล่อง) สินค้าด้วยความระมัดระวัง
                - ส่งมอบสินค้าพร้อมบิลเอกสารไปยังสำนักงานสาขาของผู้ว่าจ้าง
                - รถบรรทุกห้องเย็นสามารถรักษาอุณหภูมิที่กำหนดไว้ (-18 องศาเซลเซียส)
                - บริษัทฯ ต้องทำประกันภัยสินค้า หากเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันต้องชดเชยค่าเสียหายให้กับผู้ว่าจ้าง บริษัทฯ ต้องดูแลรักษาความสะอาดยานพาหนะ ตลอดจนอบรมพนักงานขับรถ แต่งกายตามระเบียบ ความประพฤติเรียบร้อย ตามระเบียบของผู้ว่าจ้าง
 
บริษัทฯ ขอหารือว่า
                1. ผู้ว่าจ้างมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 1.0 สำหรับการจ่ายค่าบริการขนส่งในราชอาณาจักร ตามคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ใช่หรือไม่
                2. ค่าจ้างตามสัญญาได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่

แนววินิจฉัย

ตามสัญญาจ้างขนส่งสินค้าแช่แข็งประเภทปลา อาหารทะเลแช่แข็ง ซึ่งบริษัทฯ ต้องจัดหารถบรรทุกห้องเย็นที่รักษาอุณหภูมิได้ตามกำหนด เพื่อขนส่งสินค้าของผู้ว่าจ้างไม่ให้เสื่อมคุณภาพ โดยได้รับค่าบริการขนส่งสินค้าที่รวมถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในการนำส่งสินค้าจากต้นทางไปยังปลายทางตามที่ระบุในใบส่งของแต่ละฉบับ และบริษัทฯ ยังมีหน้าที่อีกหลายประการ เช่น
   1. บริษัทฯ ต้องจัดรถมารับสินค้าที่ต้นทางพร้อมตรวจสอบน้ำหนัก รายการ จำนวนสินค้าร่วมกับเจ้าหน้าที่ของผู้ว่าจ้างและนำส่งยังปลายทางพร้อมบิลรายการตามเวลาที่ผู้ว่าจ้างกำหนดอย่างเคร่งครัด
   2. บริษัทฯ มีหน้าที่เก็บรักษาและขนส่งสินค้าด้วยความระมัดระวัง ต้องรักษาอุณหภูมิให้ได้ตามมาตรฐานที่ผู้ว่าจ้างกำหนดตลอดระยะเวลาการขนส่งจนกระทั่งส่งมอบสินค้า
  3. รถทุกคันที่ใช้ขนส่งสินค้าต้องมีอุปกรณ์เก็บข้อมูลอุณหภูมิตลอดระยะเวลาการขนส่ง และต้องตรวจสอบความสามารถในการทำอุณหภูมิให้ได้ตามที่กำหนดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

  4. บริษัทฯ ต้องดูแลรักษาอุปกรณ์ ภาชนะบรรจุสินค้าต่างๆ และนำส่งกลับคืนให้ผู้ว่าจ้างในสภาพเดิมและต้องชดใช้ตามมูลค่าของอุปกรณ์ ภาชนะบรรจุ หากมีความเสียหายเกิดขึ้น

  5. บริษัทฯ ต้องดูแลรักษาความสะอาดของพาหนะ ตลอดถึงการอบรมดูแลพนักงานให้มีความประพฤติสุภาพเรียบร้อย แต่งกายถูกต้องตามระเบียบของผู้ว่าจ้าง สะอาดเหมาะสม ไม่ก่อการทะเลาะวิวาท ไม่สูบบุหรี่ ไม่เมาสุรา หรือสารเสพติดจากข้อกำหนดเกี่ยวกับงานที่ว่าจ้างในสัญญาดังกล่าว เห็นว่ามีวัตถุประสงค์และการกระทำที่มุ่งถึงผลสำเร็จของงานมากกว่าที่จะขนสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเพียงอย่างเดียว เข้าลักษณะเป็นสัญญาจ้างทำของตามมาตรา 587 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น การให้บริการรับจ้างขนส่งสินค้าโดยใช้รถยนต์ที่มีห้องควบคุมอุณหภูมิดังกล่าว ถือเป็นการให้บริการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/1(10) และมาตรา 77/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร และผู้จ่ายค่าบริการซึ่งเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0 ตามข้อ 8 (2) ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528

เลขตู้

79/40277



หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ