ข้อหารือ กรมสรรพากร

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีใบกำกับภาษี
| เรื่อง | ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีใบกำกับภาษี |
| แหล่งที่มา | ข้อหารือ กรมสรรพากร |
| วันที่ | 09/06/2000 |
| เลขที่หนังสือ | กค 0811/พ.4711 |
| ประเภทภาษี | ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 82/5, มาตรา 86/4, มาตรา 105 |
| ข้อหารือ | ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช. ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง มีงานรับจ้างที่จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งต้องขนวัสดุผ่านจังหวัดสุรินทร์เป็นประจำ รถยนต์ที่ขนย้ายวัสดุของห้างฯ ได้เติมน้ำมันของปั้ม ห้างหุ้นส่วนจำกัด ด. โดยได้รับใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินที่เป็นต้นฉบับ แต่ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงินดังกล่าวพิมพ์คำว่า "สำเนาใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน" ห้างฯ มีความประสงค์ที่จะสอบถาม ดังนี้ 1. ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ด. ที่พิมพ์คำว่า "สำเนาใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน" มาจากโรงพิมพ์ที่เป็นใบต้นฉบับซึ่งมิใช่แผ่นสำเนาผู้ซื้อจะสามารถขอคืนภาษีได้หรือไม่ และนำไปเป็นค่าใช้จ่ายของห้างฯ ในการยื่นเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปีได้หรือไม่ 2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด ด. ได้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่การขายน้ำมันบางครั้งออกใบกำกับภาษี บางครั้งออกเป็นบิลเงินสด (แต่รูปแบบเป็นการแยกภาษีเหมือนใบกำกับภาษี) ผู้ขายมีความผิดอย่างใดหรือไม่ 3. พฤติกรรมของผู้ขายที่เจตนาออกใบกำกับภาษีที่ผู้ซื้อขอภาษีคืนไม่ได้ เป็นใบกำกับภาษีต้องห้ามเช่นนี้ ผู้ขายมีความผิดอย่างไรหรือไม่ |
| แนววินิจฉัย | 1. กรณีภาษีซื้อที่จะนำมาหักในการคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มนั้น จะต้องไม่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 17)ฯ ลงวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2534 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42) ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535 ดังนั้น กรณีภาษีซื้อตามใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ที่มีรายการในใบกำกับภาษีเป็น "สำเนาใบกำกับภาษี/ใบเสร็จรับเงิน" ตามข้อเท็จจริง ซึ่งมิใช่ใบกำกับภาษีที่ได้จัดทำรวมกับเอกสารทางการค้าอื่นที่มีจำนวนหลายฉบับ และใบกำกับภาษีที่มีรายการในใบกำกับภาษีเป็นสำเนามีข้อความว่า เอกสารออกเป็นชุดปรากฏอยู่ด้วย จึงเป็นภาษีซื้อต้องห้ามไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่ประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ตามข้อ 2 (7) ของประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)ฯ ลงวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2535 สำหรับหลักฐานใบเสร็จรับเงินที่จะนำมาถือเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล จะต้องมีลักษณะเป็น "ใบรับ" ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 105 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้นตามข้อเท็จจริง เมื่อเป็นหลักฐานที่มีลักษณะเป็น "ใบรับ" ดังกล่าว และสามารถพิสูจน์ว่าใครเป็นผู้รับได้แล้ว ย่อมมีสิทธินำมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิได้ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (18) แห่งประมวลรัษฎากร 2. กรณีการจดทะเบียนของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องแสดงใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ณ ที่เปิดเผย ซึ่งเห็นได้ง่ายในสถานประกอบการเป็นรายสถานประกอบการตามมาตรา 85/4 แห่งประมวลรัษฎากร ดังนั้นผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการสามารถตรวจสอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ประกอบการหรือจะขอตรวจสอบได้จากสำนักงานของสรรพากรที่รับจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ไม่ต้องห้ามตามมาตรา 10 แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการสถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิงที่ขายสินค้าหรือให้บริการรายย่อยแก่บุคคลจำนวนมาก ตามหลักเกณฑ์ในประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 54)ฯ ลงวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2537 ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีมูลค่าครั้งหนึ่งไม่เกิน 1,000 บาท เว้นแต่ผู้ซื้อสินค้าจะเรียกร้องใบกำกับภาษี 3. กรณีการออกใบกำกับภาษี ผู้ประกอบการจดทะเบียน มีหน้าที่ต้องจัดทำใบกำกับภาษีและสำเนาใบกำกับภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการทุกครั้ง โดยต้องจัดทำในทันทีที่ความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้นพร้อมทั้งส่งมอบใบกำกับภาษีนั้นแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อผู้ประกอบการไม่ส่งมอบใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 90/2 (3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับกรณีการออกใบกำกับภาษีโดยมีรายการในส่วนที่เป็นสาระสำคัญไม่ครบถ้วนตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร จะต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาทตามมาตรา 90 (12) แห่งประมวลรัษฎากร |
| เลขตู้ | 63/29437 |