Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การจ่ายภาษีบุคคลธรรมดาที่ทำงานต่างประเทศ


เรื่อง การจ่ายภาษีบุคคลธรรมดาที่ทำงานต่างประเทศ
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 19/02/2026 - วันที่ตอบ 01/04/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ข้อกฎหมาย คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 161/2566
ปุจฉา
ขอปรึกษา เรื่อง การจ่ายภาษีบุคคลธรรมดาที่ทำงานต่างประเทศค่ะ พยายามศึกษาข้อมูล แต่ศัพท์บางตัวไม่เข้าใจความหมาย
อายุ 54 ปี ทำงานอยู่สวิตเซอร์แลนด์ และในเดือนเมษายนนี้จะกลับเมืองไทยถาวร โดยนำเงินจากการสะสมในช่วงเวลาที่ทำงานอยู่ที่นี่โอนผ่านธนาคารเข้าบัญชีที่เมืองไทยเป็นก้อนในปีนี้เช่นกัน
อยากถามอาจารย์ว่า 
เงินส่วนนี้ต้องนำมาเสียภาษีเงินได้ ปี 2569 ที่เมืองไทยหรือไม่คะ เงินบำเหน็จส่วนใหญ่จะหักภาษี ณ ที่จ่ายที่นี่ค่ะ
วิสัชนา
สรุปเงินได้พึงประเมินจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 161/2566 เรื่อง การเสียภาษีเงินได้ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566 

1. คำสั่งนี้ให้เริ่มใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่นำเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป หมายความว่า ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ตามหลักถิ่นที่อยู่ที่ผู้มีเงินได้ได้รับตั้งแต่ปีภาษี พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป 

2. โดยผู้มีเงินได้ต้องเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ในปีที่ได้รับเงินพึงประเมินจากแหล่งเงินได้ในต่างประะเทศ อันเนื่องจาก
      (1) หน้าที่งานที่ทำในต่างประเทศ (เพื่อกิจการของนายจ้างในต่างประเทศ) ได้แก่ เงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (1) - เงินได้จากการจ้างแรงงาน หรือ (2) - เงินได้เนื่องจากหน้าที่งานที่ทำหรือจาการรับทำงานให้ และ/หรือ
      (2) เงินได้เนื่องจากทรัพย์สินในต่างประเทศ ได้แก่ เงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (3) - ทรัพย์สินทางปัญญา หรือ (4) - ผลได้จากทุน และ/หรือ
      (3) เงินได้จากกิจการที่ทำ ได้แก่ เงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (5) (ก)  - ค่าเช่าทรัพย์สิน หรือ (6) เงินได้จากวิชาชีพอิสระ หรือ (7) เงินได้จากการรับเหมาที่ผู้รับเหมาต้องลงทุนจัดหาสัมภาระในส่วนสำคัญนอกจากเครื่องมือ หรือ (8) - เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตรกรรม การอุตสาหกรรม การขนส่ง หรือการอื่นใด 

3. หากต่อมาผู้มีเงินได้ได้นำเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศดังกล่าวเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าในปีภาษีใดก็ตาม ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร ในปีภาษีที่ได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย ตามข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 161/2566 ฯ ลงวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2566 โดยให้เริ่มใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่นำเข้ามาในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567 เป็นต้นไป ดังนี้ 
      "ข้อ 1 บุคคลซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยตามมาตรา 41 วรรคสาม แห่งประมวลรัษฎากร ที่มีเงินได้พึงประเมินเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในต่างประเทศ หรือเนื่องจากทรัพย์สินที่อยู่ในต่างประเทศ ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ในปีภาษีดังกล่าว และได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีใดก็ตาม ให้บุคคลนั้นมีหน้าที่ต้องนำเงินได้พึงประเมินนั้นมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ ตามมาตรา 48 แห่งประมวลรัษฎากร ในปีภาษีที่ได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทย
           “ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับสำหรับเงินได้พึงประเมินที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2567”
(ความตามวรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 162/2566 ฯ ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566) 
      ข้อ 2 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หนังสือตอบข้อหารือ หรือทางปฏิบัติใดที่ขัดหรือแย้งกับคำสั่งนี้ให้เป็นอันยกเลิก”

4. ดังนั้น สำหรับเงินได้พึงประเมินจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศที่เกิดขึ้นและได้รับก่อนปีภาษี พ.ศ. 2567 ยังคงใช้หลักการเดิม คือ ต้องนำเงินได้ในต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยภายในปีภาษีเดียวกับปีที่เกิดเงินได้เท่านั้น จึงมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร 
      กรณีผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทยในปีที่ได้รับเงินได้พึงประเมิน แม้จะได้นำเงินได้นั้นกลับเข้ามาในประเทศไทย ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยแต่อย่างใด  
   กรณีตามข้อเท็จจริง ผู้มีเงินได้จากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ อายุ 54 ปี ทำงานอยู่สวิตเซอร์แลนด์ และในเดือนเมษายนนี้ จะกลับเมืองไทยถาวร โดยนำเงินจากการสะสมในช่วงเวลาที่ทำงานอยู่ที่นี่ ซึ่งในปีที่เกิดเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย โดยโอนผ่านธนาคารเข้าบัญชีที่เมืองไทยเป็นก้อนในปีนี้เช่นกัน นั้น เงินได้ของปีภาษีที่ผู้มีเงินได้มิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย แม้จะได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าในปีภาษีใด ก็ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทย  
   อย่างไรก็ตาม สำหรับเงินได้พึงประเมินที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2569 นั้น เนื่องจากจะย้ายเข้ามาในประเทศไทยในเดือนเมษายน พ.ศ. 2569 ซึ่งจะทำให้เป็นผู้อยู่ใประเทศไทย หากนำเงินได้ดังกล่าว เข้ามาในประเทศไทย ก็อาจมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในปีภาษีที่ได้นำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย เงินบำเหน็จที่ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ย่อมนำมาใช้เป็นเครดิตในการคำนวณภาษีเงินได้ในประเทศไทยได้ แต่ถ้าเลื่อนกลับมาประเทศไทยในเดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ที่ทำให้อยู่ใประเทศไทยไม่ถึง 180 วันในปีภาษี ก็จะไม่มีหน้าที่ต้องสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ