Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

สินค้าขาดจากรายงาน ยังคงต้องรับผิดเบี้ยปรับหรือไม่


เรื่อง สินค้าขาดจากรายงาน ยังคงต้องรับผิดเบี้ยปรับหรือไม่
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 23/02/2023 - วันที่ตอบ 06/03/2023
ประเภทภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย มาตรา 89 วรรคท้าย แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542ฯ
ปุจฉา
กรณีสินค้าขาดจากรายงานและได้ยื่นแบบ ภ.พ 30 แล้วในเดือนที่ตรวจพบ ยังคงต้องรับผิดเบี้ยปรับ 2 เท่า อ้างอิงข้อที่ 15 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 81/2542 แต่สามารถขอลดได้โดยอ้างอิง ข้อ 7 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.81/2542 
    “กรณีปัญหาเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ณ วันที่ตรวจพบ เนื่องจากสินค้าขาดจากรายงานสินค้าของบริษัท ก เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ซึ่งได้ตรวจนับสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นปี นั้นขอเรียนว่า
     1. มูลค่าของฐานภาษี ตาม “ราคาตลาด ณ วันที่ตรวจพบ” ตามาตรา 79/3 (3) แห่งประมวลรัษฎากร นั้น มุ่งหมายที่ให้ใช้ราคาที่บริษัทฯ ขายให้ลูกค้า เพราะกฎหมายถือเป็นการ “ขาย” อย่างไรก็ตาม กรณีที่ประสงค์จะใช้ราคาซื้อเป็นราคาตลาดของสินค้าขาดจากรายงานสินค้าฯ ก็ต้องมีเหตุผลที่จะพิสูจน์ต่อเจ้าพนักงานประเมินว่าทำไมจึงต้องใช้ราคาดังกล่าว อาทิ เป็นกรณีสินค้าขาดจากรายงานสินค้า ที่มิใช่เป็นการนำไปขาย หากแต่นำไปใช้ในกิจการอื่นที่มิใช่กิจการที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
     2. การบันทึกรายการภาษีขาย เพื่อการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากสินค้าขาดจากรายงานนั้น ไม่จำต้องออกใบกำกับภาษี ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 86/2542 ซึ่งตามความเห็นของคิดของคุณประภาพรเห็นว่า ควรออกเพียงใบบันทึกสินค้าที่ขาดจากรายงานก็ย่อมกระทำได้
     3. การนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเนื่องจากสินค้าขาดจากรายงานสามารถยื่นนำส่งกับแบบ ภ.พ.30 ในการยื่นปกติในเดือนนั้น ๆ ได้เลย ซึ่งหากได้ยื่นแบบ ภ.พ.30 และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มให้ตรงเดือนที่ตรวจพบแล้ว ก็ไม่ต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ที่กำหนดให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของภาษี ซึ่งคำนวณจากฐานภาษี แต่อย่างใด เนื่องจากเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานประเมินไม่มีอำนาจประเมินตามมาตรา 88 แห่งประมวลรัษฎากร” 
    แต่จากโพสต์ตามภาพด้านบน ระบุว่า ถ้าหากมีการยื่นแบบ ภ.พ.30 เนื่องจากสินค้าขาดจากรายงาน ให้ตรงกับเดือนที่ตรวจพบแล้วก็ไม่ต้องรับผิดเบี้ยปรับ เนื่องจากเจ้าพนักงานประเมินไม่มีอำนาจประเมินตามมาตรา 88 แห่งประมวลรัษฎากร 
    ขอความกรุณาอาจารย์ช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้หน่อยได้มั้ยคะ ว่า "เนื่องจากเจ้าพนักงานประเมินไม่มีอำนาจประเมินตามมาตรา 88 แห่งประมวลรัษฎากร" นั้น เป็นข้อใดของมาตรา 88 คะ เนื่องจากเข้าใจว่า กรณีสินค้าขาดจากรายงาน ยังคงต้องรับผิดเบี้ยปรับ จึงไม่ทราบว่าสิ่งที่ดิฉันเข้าใจนั้นอาจจะไม่ถูกต้อง หรือ ไม่ครบถ้วนหรือไม่คะ
วิสัชนา
อำนาจประเมินภาษีมูลค่าเพิ่ม เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มของเจ้าพนักงานประเมิน ตามมาตรา 88 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อเปรียบเทียบกับบทบัญญัติว่าด้วยเบี้ยปรับตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว ก็จะเห็นได้ว่า บทบัญญัติอำนาจเจ้าพนักงานประเมินตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานประเมินในอันที่จะประเมินเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (1)(2)(3)(4) (6) และ (9) แห่งประมวลรัษฎากร เท่านั้น สำหรับเบี้ยปรับในกรณีดังต่อไปนี้ ไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจแก่เจ้าพนักงานประเมินในอันที่จะประเมินเบี้ยปรับไว้แต่ประการใด 
    มาตรา 89 (5) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมิได้จัดทำใบกำกับภาษี และส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อสินค้า หรือผู้รับบริการตามที่กำหนดในส่วน 10 ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี 
    มาตรา 89 (7) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนนำใบกำกับภาษีปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนมาใช้ในการคำนวณภาษี ให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษีนั้น
        ในกรณีใบกำกับภาษีที่ผู้ได้รับประโยชน์ไม่สามารถนำพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดเป็นผู้ออกใบกำกับภาษี ให้ถือว่าเป็นใบกำกับภาษีปลอม 
    มาตรา 89 (10) แห่งประมวลรัษฎากร กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมิได้ทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนด หรือรายงานอื่นตามที่อธิบดีกำหนดตามมาตรา 87/1 หรือมีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบให้เสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษี ซึ่งคำนวณจากฐานภาษีที่มิได้ทำรายงาน หรือมิได้ลงรายการในรายงานให้ถูกต้อง 
    ดังนั้น กรณีผู้ประกอบการตรวจพบว่า มีสินค้าขาดจากงานงานสินค้าและวัตถุดิบ ซึ่งถือเป็นการขายตามมาตรา 77/1 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อได้นำมูลค่าของสินค้าที่ขาดจากรายงานมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษี และชำระภาษีมูลค่าเพิ่มให้ตรงเดือนที่ตรวจพบแล้ว โดยไม่ต้องกรอกเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ลงไป ก็ไม่มีกรณีที่ต้องเสียเบี้ยปรับ เพราะได้ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ครบถ้วนแล้ว เจ้าพนักงานประเมินไม่มีอำนาจประเมินเบี้ยปรับในกรณีนี้ แต่อย่างใด 
    แต่หากผู้ประกอบการได้กรอกเบี้ยปรับตามมาตรา 89 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ลงไปเอง ถือเป็นความสมัครใจที่จะเสียเบี้ยปรับ เจ้าพนักงานประเมินก็ย่อมมีอำนาจลดหรืองดเบี้ยปรับตามมาตรา 89 วรรคท้าย แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542ฯ 



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ