Case study

การใช้ดอกเบี้ยบ้านในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


เรื่อง การใช้ดอกเบี้ยบ้านในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 08/05/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ข้อกฎหมาย
คำถาม

นาย ก  ซื้อบ้านโดยกู้กับธนาคารเป็นดอกเบี้ยแบบเพื่ออยู่อาศัยโดยยังผ่อนชำระมีดอกเบี้ยตามหนังสือรับรองที่ได้จากธนาคาร  เเต่ นาย ก ได้ใช้บ้านหลังนี้ในการปล่อยเช่า  

คำถาม นาย ก มีสิทธิ์นำดอกเบี้ยมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่

คำตอบ

ตอบ  สำหรับการหักลดหย่อน ดอกเบี้ยบ้านจากสินเชื่อไม่เกิน 1 แสน บาท นั้น ประกอบด้วย

  • เงินได้ที่  ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้มาตรา 42 (17) ประกอบกับกฏกระทรวง ฉบับที่ 126 ข้อ 2 (53) ตามจำนวนที่จ่ายจริงในส่วนที่เกินหนึ่งหมื่นบาทแต่ไม่เกินเก้าหมื่นบาท
  • บรรเทาภาระภาษี ให้หักลดหย่อน   มาตรา 47 (ซ)ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท


ซึ่งเงื่อนไขหนึ่งที่เกี่ยวกับการลดหย่อน คือต้องเป็นไปเพื่อการอยู่อาศัย ดังนั้น ถ้านาย ก มิได้ใช้บ้านนี้เพื่ออยู่อาศัย นาย ก จึงไม่สามารถหักลดหย่อนดอกเบี้ยจากการสินเชื่อบ้านนี้ได้ค่ะ



มาตรา 42 เงินได้พึงประเมินประเภทต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้

(17) เงินได้ตามที่จะได้กำหนดยกเว้นโดยกฎกระทรวง  



มาตรา 47  เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 เมื่อได้หักตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แล้ว เพื่อเป็นการบรรเทาภาระภาษี ให้หักลดหย่อนได้อีก ดังต่อไปนี้


(ซ) ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ผู้มีเงินได้จ่ายให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ หรือนายจ้างสำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารอยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้นตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 10,000 บาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี และประกาศในราชกิจจานุเบกษา อาคารดังกล่าวให้หมายความรวมถึงอาคารพร้อมที่ดินด้วย  



กฎกระทรวง
 ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509)
 ออกตามความในประมวลรัษฎากร
 ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร


ข้อ ให้กำหนดเงินได้ต่อไปนี้เป็นเงินได้ตาม (17) ของมาตรา 42 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2496 


  (53) เงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมให้แก่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอื่น บริษัทประกันชีวิต สหกรณ์ หรือนายจ้าง สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ตามจำนวนที่จ่ายจริงในส่วนที่เกินหนึ่งหมื่นบาทแต่ไม่เกินเก้าหมื่นบาท และเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่ได้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2550 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีกำหนด
               กรณีที่ผู้มีเงินได้หักลดหย่อนตามมาตรา 47(1)(ซ) แห่งประมวลรัษฎากร หรือได้รับยกเว้นไม่ต้องนำเงินได้ตาม (52) หรือ (59) รวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ เงินได้ที่ได้รับยกเว้นตามวรรคหนึ่งเมื่อรวมกับค่าลดหย่อนตามมาตรา 47(1)(ซ) แห่งประมวลรัษฎากร หรือเงินได้ตาม (52) หรือ (59) แล้วแต่กรณี ต้องไม่เกินหนึ่งแสนบาท
 อาคารตามวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงอาคารพร้อมที่ดินด้วย
 (แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 264 (พ.ศ. 2550) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2550 เป็นต้นไป)
 
(ดูประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 88))




ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 88)

เรื่อง    กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ตามข้อ 2(53) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ.2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร

---------------------------------------------


                อาศัยอำนาจตามความในข้อ 2 (53) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 126 (พ.ศ. 2509) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 226 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ เพื่อการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่ได้จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ดังต่อไปนี้


ข้อ 1การยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืม สำหรับการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย โดยจำนองอาคารที่ซื้อหรือสร้างเป็นประกันการกู้ยืมนั้น ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

                          (1) เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสำหรับการกู้ยืมจากผู้ประกอบกิจการในราชอาณาจักรดังต่อไปนี้

                                (ก) ธนาคาร

                                (ข) บริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

                                (ค) บริษัทประกันชีวิต

                                (ง) สหกรณ์

                                (จ) นายจ้างซึ่งมีระเบียบเกี่ยวกับเงินกองทุนที่จัดสรรไว้เพื่อสวัสดิการแก่ลูกจ้าง

                                (ฉ) บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย

                          (2) เป็นดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามสัญญากู้ยืมเงินเพื่อซื้อ เช่าซื้ออาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือห้องชุดในอาคารชุด หรือเพื่อสร้างอาคารใช้อยู่อาศัยบนที่ดินของตนเองหรือบนที่ดินที่ตนเองมีสิทธิครอบครอง

                          (3) ต้องจำนองอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุด หรืออาคารพร้อมที่ดินเป็นประกันการกู้ยืมเงินนั้น โดยมีระยะเวลาจำนองตามระยะเวลาการกู้ยืม

                         “(4) ต้องใช้อาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3) เป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ได้รับยกเว้นภาษี แต่ไม่รวมถึงกรณีลูกจ้างซึ่งถูกนายจ้างสั่งให้ไปปฏิบัติงานของนายจ้าง ณ ต่างถิ่นเป็นประจำหรือกรณีอาคารหรือห้องชุดดังกล่าวเกิดอัคคีภัย ภัยธรรมชาติ หรือภัยอันเกิดจากเหตุอื่น ทั้งนี้ เฉพาะที่มิใช่ความผิดของผู้มีเงินได้ จนไม่อาจใช้อาคารชุดหรือห้องชุดนั้นอยู่อาศัยได้”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 103) ใช้บังคับ 1 มกราคม 2544 เป็นต้นไป)

                          (5) กรณีผู้มีเงินได้มีอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3) เป็นที่อยู่อาศัยในปีที่ได้รับยกเว้นภาษีเกินกว่า 1 แห่ง ให้ได้รับยกเว้นภาษีทุกแห่งสำหรับอาคารหรือห้องชุดในอาคารชุดตาม (3)

                          (6) ให้ได้รับยกเว้นภาษีได้ตลอดปีภาษี ไม่ว่ากรณีที่จะได้รับยกเว้นภาษีนั้นจะมีอยู่ตลอดปีภาษีหรือไม่

                          (7) กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันกู้ยืมให้ได้รับยกเว้นภาษีทุกคนโดยเฉลี่ยการได้รับยกเว้นภาษีตามส่วนจำนวนผู้มีเงินได้ แต่รวมกันต้องไม่เกินจำนวนที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 40,000 บาท

                          (8) กรณีสามีภริยาร่วมกันกู้ยืมโดยสามีหรือภริยามีเงินได้ฝ่ายเดียวให้ยกเว้นภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 40,000 บาท

                          (9) กรณีผู้มีเงินได้ซึ่งมีสิทธิได้รับยกเว้นภาษีอยู่ก่อนแล้ว ต่อมาได้สมรสกันให้ยังคงได้รับยกเว้นภาษีดังนี้

                                (ก) ถ้าความเป็นสามีภริยามิได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีให้ต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาทแต่ไม่เกิน 40,000 บาท

                                (ข) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีและภริยาไม่ใช้สิทธิแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามีตามมาตรา 57 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร ให้ได้รับยกเว้นภาษีรวมกันตามจำนวนที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 40,000 บาท

                                (ค) ถ้าความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษีที่ได้รับยกเว้นภาษีและภริยาใช้สิทธิแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามี ตามมาตรา 57 เบญจ แห่งประมวลรัษฎากร ให้สามีและภริยาต่างฝ่ายต่างได้รับยกเว้นภาษีได้กึ่งหนึ่งของจำนวนที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000 บาท แต่รวมกันไม่เกิน 40,000 บาท

                          (10) กรณีมีการแปลงหนี้ใหม่ด้วยการเปลี่ยนตัวเจ้าหนี้เงินกู้ยืมระหว่างผู้ให้กู้ตาม (1) ให้ยังคงได้รับยกเว้นภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงเฉพาะส่วนที่เกิน 10,000บาท แต่ไม่เกิน 40,000 บาท


ข้อ 2ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามข้อ 1 ให้หมายความรวมถึงดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย หรือห้องชุดด้วย ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมเพื่อชำระหนี้ส่วนที่ไม่เกินกว่าหนี้ที่ค้างชำระนั้น


ข้อ 3การได้รับยกเว้นภาษีตามประกาศนี้ ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานจากเจ้าหนี้ผู้ให้กู้ยืมที่พิสูจน์ได้ว่ามีการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับการกู้ยืมเงินด้วย


ข้อ 4การได้รับยกเว้นภาษีตามประกาศนี้ ผู้มีเงินได้ต้องมีหลักฐานจากเจ้าหนี้ผู้ให้กู้ยืมที่พิสูจน์ได้ว่ามีการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับการกู้ยืมเงินด้วย


ข้อ 5การได้รับยกเว้นภาษีตามประกาศนี้ ให้ผู้มีเงินได้นำเงินได้ที่ได้รับยกเว้นภาษีไปคำนวณหักจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร เมื่อได้หักตามมาตรา 42 ทวิ ถึงมาตรา 46 แห่งประมวลรัษฎากร แล้ว


ข้อ 6ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป


ประกาศ ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2543


ศุภรัตน์ ควัฒน์กุล

อธิบดีกรมสรรพากร













เรื่อง

บุคคลธรรมดามีรายได้ให้เช่าห้องชุด และมีต้นทุนคือดอกเบี้ยที่ผ่อนกับธนาคาร นำมาหักรายจ่ายได้ไหม

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/03/2023 - วันที่ตอบ 07/03/2023

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ข้อกฎหมาย

มาตรา 40 (5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร

ปุจฉา

นาย A (บุคคลธรรมดา) มีคอนโด 2 ห้อง กำลังผ่อนกับธนาคาร (เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย) ปัจจุบันมีบริษัทมาขอเช่าคอนโดทั้ง 2 ห้อง โดยทำสัญญาเช่า 3 ปี + 3 ปี และให้ค่าเช่าประมาณ 40,000 บาท โดยหัก ณ ที่จ่าย 5%

อยากทราบว่า

    1.ดอกเบี้ยจากการผ่อนกับธนาคารในแต่ละเดือน สามารถนำมาคิดเป็นค่าใช้จ่ายตามจริง สำหรับเงินได้จากค่าเช่าห้องชุด 40 (5)(ก) ได้หรือไม่ครับ

    2.ดอกเบี้ยจากการผ่อนกับธนาคาร สามารถนำมาใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีสำหรับดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ได้หรือไม่ครับ

    3.สำหรับคอนโดปล่อยเช่าทั้ง 2 ห้องนี้ จะต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตรา 0.02% หรือ 0.3% ครับ

วิสัชนา

กรณีนาย A (บุคคลธรรมดา) ให้บริษัทเช่าห้องชุดในอาคารชุดจำนวน 2 ห้อง โดยทำสัญญาเช่า 3 ปี + 3 ปี และให้ค่าเช่าประมาณ 40,000 บาท โดยหัก ณ ที่จ่าย 5% ห้องชุดดังกล่าวอยู่ระหว่างผ่อนชำระเงินกู้กับธนาคาร (เป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย) นั้น

    1.ในการคำนวณเงินได้สุทธิ โดยเลือกหักค่าใช้จ่ายตามความจำเป็นและสมควร หรือค่าใช้จ่ายจริง ผู้เงินได้มีสิทธินำดอกเบี้ยที่จ่ายให้แก่ธนาคารในแต่ละเดือน มาถือเป็นค่าใช้จ่ายตามจริง สำหรับเงินได้จากค่าเช่าห้องชุดตามมาตรา 40 (5)(ก) แห่งประมวลรัษฎากร ได้ ทั้งจำนวน

    2. ผู้มีเงินได้ไม่มีสิทธินำดอกเบี้ยเงินกู้ยืมที่จ่ายให้แก่ธนาคารมาหักลดหย่อนในการคำนวณเงินได้สุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ เนื่องจาก มิได้กู้ยืมมาเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย  

    3. สำหรับคอนโดปล่อยเช่าทั้ง 2 ห้องนี้ จะต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตรา 0.3% ของราคาประเมิน


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ