Case study

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีส่วนลดพิเศษทางการค้า


เรื่อง ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีส่วนลดพิเศษทางการค้า
แหล่งที่มา Case study
วันที่ 12/04/2025
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย
คำถาม

บริษัทฯ ได้รับส่วนลด (Rebate) จาก Supplier 

คำถาม 

1. บริษัทฯ สามารถออกเอกสาร invoice เรียกเก็บเงินจาก supplier ได้หรือไม่ โดยไม่มี Vat 

2. เมื่อทาง supplier ได้จ่ายเงิน บริษัทจะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

คำตอบ



ตอบ 1  ส่วนลดการค้าประจำปีกับ (Rebate) กับ Supplier

  • ถือเป็นรายจ่ายของ  Supplier ในส่วนของการส่งเสริมการขายให้ลูกค้าได้ซื้อสินค้ามากขึ้น  
  • ไม่ใช่รายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการของบริษัทเรา ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ซื้อ  บริษัทจึงไม่สามารถออกเอกสาร TAX invoice   ได้เพราะไม่ใช่การขายสินค้าหรือให้บริการ  ดังนั้น ถ้าบริษัทฯ มีความประสงค์จะออกเอกสาร invoice(ไม่มี Vat)  ซึ่งเป็นเอกสารภายใน ไม่ได้มีข้อบังคับในประมวลรัษฎากร ว่าจะต้องออกหรือห้ามไม่ให้ออก  ดังนั้นถ้าบริษัทจะออกเพื่อเรียกเก็บเงินจาก supplier แทนที่ Supplier จะออกใบลดหนี้มาให้ ก็สามารถกระทำได้ตามข้อตกลงระหว่างกัน  อย่างไรก็ตาม บริษัทควรออก INVOICE แยกกลุ่มกับ INVOICE ขายปกติ เพื่อง่ายต่อการควบคุมภายใน และการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี และ เจ้าหน้าที่สรรพากรในอนาคตว่าไม่ใช่เอกสารการขายตามปกติเมื่อเรียกเก็บเงินแล้วจึงไม่มีภาษีขาย


ตอบ 2   เมื่อทาง supplier ได้จ่ายเงิน ค่า ส่วนลดการค้าประจำปีกับ (Rebate)   ให้พิจารณาดังนี้

-  บริษัทเป็น End User คือ บริษัทซื้อสินค้าโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปใช้เอง >> ผู้จ่ายไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย

-  บริษัทเป็นบริษัทที่ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ หรือตามพฤติการณ์ผู้ซื้อได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ   >> ผู้จ่ายต้องหัก ณ ที่จ่าย 3ตาม มาตรา 3 เตรส ประกอบกับ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 ข้อ 12/2(2)  และ  คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.118/2545 ข้อ 1  




คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 118/2545

เรื่อง      การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายรางวัล 

ส่วนลดหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย


เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพากรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการตรวจสอบและแนะนำเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามข้อ 12/2 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2528 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.101/2544 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่าย เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2544 และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรมสรรพากรจึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้

   ข้อ   1   กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อซึ่งได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ หรือตามพฤติการณ์ผู้ซื้อได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ เช่น ผู้ซื้อสินค้าเป็นผู้ประกอบการขายปลีกหรือขายส่งสินค้าหรือผู้แทนจำหน่าย เมื่อผู้ขายสินค้าดังกล่าวจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ซึ่งอาจเป็นสัญญาระยะยาว ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามวรรคหนึ่ง หมายถึง เงินอุดหนุน เงินสนับสนุน เงินช่วยเหลือ เงินส่วนลด หรือเงินอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันที่ผู้ขายสินค้าซึ่งเป็นผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายได้จ่ายให้แก่ผู้ซื้อสินค้าซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายที่ซื้อสินค้าโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ ทั้งนี้ ไม่ว่าเงินดังกล่าวจะคำนวณจากฐานการซื้อขายหรือคำนวณจากฐานอื่นใด เพื่อให้มีผลต่อการขาย การลดต้นทุน หรือลดรายจ่าย ของผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่าย

                               ตัวอย่าง

    (8) บริษัท ซ จำกัด ประกอบกิจการขายยางรถยนต์ มีข้อตกลงกับบริษัท ผู้แทนจำหน่ายว่า กรณีบริษัทผู้แทนจำหน่ายซื้อยางรถยนต์จากบริษัท ซ จำกัด ไปเพื่อขายได้ตามเป้าที่กำหนด บริษัท ซ จำกัด จะจ่ายส่วนลดภายหลัง (Rebate) โดยจะจ่ายในลักษณะเป็นใบลดหนี้ (Credit Note) เพื่อให้บริษัทผู้แทนจำหน่ายนำมาชำระหนี้ค่าซื้อยางรถยนต์ในคราวต่อไป เงินดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย บริษัท ซ จำกัด จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย


ข้อ   3   กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่นตามข้อ 1 จ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย โดยจ่ายในลักษณะเป็นใบลดหนี้ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามวันที่ที่ออกใบลดหนี้นั้น


    ข้อ   8   รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายตามข้อ 1 ไม่เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ ตามมาตรา 77/1(8) และมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้รับจึงไม่ต้องนำเงินรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายดังกล่าวไปรวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร


คำสั่งกรมสรรพากร
 ที่ ท.ป. 4/2528
 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

  "ข้อ 12/2 ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นผู้จ่ายรางวัล ส่วนลดหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายให้แก่ผู้รับซึ่งเป็น
 
(2) บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ไม่รวมถึงมูลนิธิหรือสมาคม หักภาษี ณ ที่จ่าย โดยคำนวณหักไว้ในอัตราร้อยละ 3.0


      ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับสำหรับการให้รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้บริโภค หรือเป็นผู้ประกอบการที่นำสินค้าหรือบริการไปใช้ในการประกอบกิจการของตนเองโดยตรง โดยมิได้มีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ
 
(ดูคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.118/2545)



อ้างอิง


เรื่อง

ภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีส่วนลดพิเศษทางการค้า

แหล่งที่มา

ข้อหารือ กรมสรรพากร

เลขที่หนังสือ

กค 0811(กม.06)/พ.1095

ข้อหารือ

     บริษัทฯ เป็นผู้ผลิตของใช้และภาชนะบรรจุด้วยพลาสติกและเมลามีน ในปี 2543 บริษัทฯ มีนโยบายที่จะลดต้นทุนในการสั่งซื้อวัตถุดิบกับคู่ค้ารายใหญ่ ๆ จึงมีการทำสัญญากับคู่ค้าขอส่วนลดพิเศษทางการค้า (Rebate)ซึ่งคำนวณจากยอดซื้อขายตลอดทั้งปี และคิดส่วนลดกันในสิ้นเดือนธันวาคม 2543บริษัทฯ จึงหารือว่า
1. การคิดส่วนลดพิเศษนี้ถือเป็นส่วนลดทางการค้าซึ่งไม่มีการคิดภาษีมูลค่าเพิ่มใช่หรือไม่
2. การคิดส่วนลดตามข้อ 1 เมื่อบริษัทฯ ได้รับเงินในสิ้นเดือนธันวาคม 2543 บริษัทฯจะออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้ขายโดยไม่เรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ใช่หรือไม่
3. การบันทึกบัญชีต้องดำเนินงานดังนี้ ใช่หรือไม่
3.1 ทางด้านผู้ขายบันทึกโดย - เพิ่มต้นทุนขาย
- บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ คือ ส่วนลดจ่าย
3.2 ทางด้านผู้ซื้อบันทึกโดย - ลดต้นทุนวัตถุดิบลง
            - บันทึกเป็นรายได้อื่น ๆ คือ ส่วนลดรับ

แนววินิจฉัย

     (1) กรณีตามข้อ 1 และข้อ 2 ส่วนลดพิเศษที่บริษัทฯ ได้รับไม่ถือเป็นมูลค่าของฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร จึงไม่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มและไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86 แห่งประมวลรัษฎากร แต่ต้องออกใบรับให้กับคู่สัญญาทุกครั้งเมื่อได้รับเงิน ตามมาตรา 105(2) แห่งประมวลรัษฎากร
  (2) กรณีตามข้อ 3 การบันทึกบัญชีบริษัทฯ สามารถใช้วิธีการทางบัญชีที่รับรองทั่วไปวิธีการใดก็ได้ จึงไม่มีประเด็นที่จะพิจารณา

เลขตู้

63/29565



เรื่อง

การออกเอกสาร ภาระภาษีเกี่ยวกับส่วนลดตามเป้า Rebates

แหล่งที่มา

Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

วันที่

วันที่ถาม 05/10/2024 - วันที่ตอบ 01/11/2024

ประเภทภาษี

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม

ข้อกฎหมาย

มาตรา 65 ตรี (9) แห่งประมวลรัษฎากร, คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 118/2545

ปุจฉา

ขอเรียนสอบถามเกี่ยวกับ คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ป. 118/2545 ข้อ1 ที่ระบุไว้ว่า

    “ตัวอย่าง (8) บริษัท ซ จำกัด ประกอบกิจการขายยางรถยนต์ มีข้อตกลงกับบริษัท ผู้แทนจำหน่ายว่า กรณีบริษัทผู้แทนจำหน่ายซื้อยางรถยนต์จากบริษัท ซ จำกัด ไปเพื่อขายได้ตามเป้าที่กำหนด บริษัท ซ จำกัด จะจ่ายส่วนลดภายหลัง (Rebate) โดยจะจ่ายในลักษณะเป็นใบลดหนี้ (Credit Note) เพื่อให้บริษัทผู้แทนจำหน่ายนำมาชำระหนี้ค่าซื้อยางรถยนต์ในคราวต่อไป เงินดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย บริษัท ซ จำกัด จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย”  

และจากข้อ 8 รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายตามข้อ 1 ไม่เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ ตามมาตรา 77/1 (8) และมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้รับจึงไม่ต้องนำเงินรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายดังกล่าวไปรวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร



รบกวนสอบถาม

1. กรณีใบลดหนี้ ตามตัวอย่าง (8) นั้นออกโดยไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มใช่ไหมคะ  

2. กรณีใบลดหนี้ ตามตัวอย่าง (8) นั้นไม่ต้องลดยอดรายได้ ในแบบ ภ.พ.30 ใช่ไหมคะ

3.กรณีใบลดหนี้ ตามตัวอย่าง (8) นั้นผู้ขายต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% ณ วันที่ออกใบลดหนี้ใช่ไหมคะ

4. ยอดในใบลดหนี้ ตามตัวอย่าง (8) นั้นสามารถนำมาลดยอดยอดรายได้หรือยอดขายที่นำมาใช้เป็นฐานในการคํานวณจำนวนค่ารับรองหรือไม่คะ (อ้างอิงตามหลักเกณฑ์ของมาตรา 65 ตรี (4))

5.กรณีนี้ ถ้าผู้ขายไม่ออกใบลดหนี้ แต่ผู้ขายให้ทางตัวแทนจำหน่ายออกใบแจ้งหนี้มาเดือนนี้ แล้วผู้ขายทำจ่ายให้ภายหลัง เช่น เดือนถัดไปพร้อมหัก ณ ที่จ่าย 3% ณ วันที่ผู้ขายจ่ายเงินให้ผู้แทนจำหน่าย เช่นนี้สามารถทำได้ไหมคะ

6. กรณีส่วนลดตามเป้า Rebates 

    ยกตัวอย่าง เช่น กำหนดว่าถ้าผู้แทนจำหน่ายซื้อสินค้าจากผู้ขายไปขายได้ตามเป้าดังนี้ จะได้ส่วนลดตามรายละเอียดด้านล่างนี้

    ยอดขาย ก.ค. – ธ.ค. 2567

        - 3 ล้านบาท ได้ส่วนลด 2%

        - 5 ล้านบาท ได้ส่วนลด 5% 

    ปรากฏว่า ผู้แทนทำตามเป้าได้ เกิน 5 ล้านบาท จึงได้ส่วนลด 5% 

    เช่นนี้ส่วนลด 5%นี้ กรณีผู้ขายออกใบลดหนี้ ต้นปี 2568 จะถือว่าลดยอดรายได้หรือถือเป็นค่าใช้จ่ายตามมาตรา 65 ตรี ไม่ต้องห้าม ของปีไหนคะ 2567 หรือ 2568 คะหรือ ถ้าผู้ขายตกลงกับผู้แทนจำหน่ายโดยให้ผู้แทนจำหน่ายออกใบแจ้งหนี้ มา มกราคม ปี 2568 และทางผู้ขายจะชำระเงินให้ผู้แทนจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2568 พร้อมหัก ณ ที่จ่ายไว้ 3% ค่าใช้จ่ายตามใบแจ้งหนี้นี้สามารถถือเป็นค่าใช้จ่ายตามมาตรา 65 ทวิ ไม่ต้องห้าม ของปี 2567 หรือ 2568 คะ

วิสัชนา

ตามข้อ 1 และข้อ 8 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 118/2545 เรื่อง การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีการจ่ายรางวัล ส่วนลดหรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ลงวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมสรรพากรวางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามข้อ 12/2 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป. 4/2528 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้ พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 และการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังต่อไปนี้

    “ข้อ 1 กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือนิติบุคคลอื่น ได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อซึ่งได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ หรือตามพฤติการณ์ผู้ซื้อได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ เช่น ผู้ซื้อสินค้าเป็นผู้ประกอบการขายปลีกหรือขายส่งสินค้าหรือผู้แทนจำหน่าย เมื่อผู้ขายสินค้าดังกล่าวจ่ายรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใดๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ซึ่งอาจเป็นสัญญาระยะยาว ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 3.0 ของรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย

         รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย ตามวรรคหนึ่ง หมายถึง เงินอุดหนุน เงินสนับสนุน เงินช่วยเหลือ เงินส่วนลด หรือเงินอื่นใดในลักษณะทำนองเดียวกันที่ผู้ขายสินค้าซึ่งเป็นผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายได้จ่ายให้แก่ผู้ซื้อสินค้าซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายที่ซื้อสินค้าโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ ทั้งนี้ ไม่ว่าเงินดังกล่าวจะคำนวณจากฐานการซื้อขายหรือคำนวณจากฐานอื่นใด เพื่อให้มีผลต่อการขาย การลดต้นทุน หรือลดรายจ่าย ของผู้ซื้อซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่าย” 

         ตัวอย่าง

         (8) บริษัท ซ จำกัด ประกอบกิจการขายยางรถยนต์ มีข้อตกลงกับบริษัท ผู้แทนจำหน่ายว่า กรณีบริษัทผู้แทนจำหน่ายซื้อยางรถยนต์จากบริษัท ซ จำกัด ไปเพื่อขายได้ตามเป้าที่กำหนด บริษัท ซ จำกัด จะจ่ายส่วนลดภายหลัง (Rebate) โดยจะจ่ายในลักษณะเป็นใบลดหนี้ (Credit Note) เพื่อให้บริษัทผู้แทนจำหน่ายนำมาชำระหนี้ค่าซื้อยางรถยนต์ในคราวต่อไป เงินดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขาย บริษัท ซ จำกัด จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

     ข้อ 8 รางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายตามข้อ 1 ไม่เข้าลักษณะเป็นค่าตอบแทนจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ ตามมาตรา 77/1 (8) และมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้รับจึงไม่ต้องนำเงินรางวัล ส่วนลด หรือประโยชน์ใด ๆ เนื่องจากการส่งเสริมการขายดังกล่าวไปรวมคำนวณมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร

รบกวนสอบถาม”  


ต้อข้อถาม ขอเรียนว่า

1.กรณีใบลดหนี้ ตามตัวอย่าง (8) นั้น ออกโดยไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม ถูกต้องแล้วครับ 


2. กรณีใบลดหนี้ ตามตัวอย่าง (8) นั้น ไม่ต้องลดยอดรายได้ ในแบบ ภ.พ.30 ถูกต้องแล้วครับ  
 

3. กรณีใบลดหนี้ ตามตัวอย่าง (8) นั้น ผู้ขายต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% ณ วันที่ออกใบลดหนี้ เฉพาะกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลได้ขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อซึ่งได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ หรือตามพฤติการณ์ผู้ซื้อได้ซื้อสินค้าไปโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะนำไปขายต่อ (Dealer/Distributor) เช่น ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีก หรือผู้ส่งออก
 

4.ยอดในใบลดหนี้ ตามตัวอย่าง (8) นั้น ไม่สามารถนำมาลดยอดยอดรายได้หรือยอดขายที่นำมาใช้เป็นฐานในการคํานวณจำนวนค่ารับรอง ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ให้ส่วนลด ตามหลักเกณฑ์แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) ที่ออกตามมาตรา 65 ตรี (4) แห่งประมวลรัษฎากร เพราะถือเป็นรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนผู้ให้ส่วนลดดังกล่าว

    ในทางตรงกันข้าม บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ได้รับส่วนลดดังกล่าว ย่อมมีสิทธินำรายได้ส่วนลดนั้น ไปเป็นฐานในการคํานวณจำนวนค่ารับรอง ตามหลักเกณฑ์แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 143 (พ.ศ. 2522) 


5. กรณีนี้ ถ้าผู้ขายไม่ออกใบลดหนี้ แต่ผู้ขายให้ทางตัวแทนจำหน่ายออกใบแจ้งหนี้มาเดือนนี้ แล้วผู้ขายทำจ่ายให้ภายหลัง เช่น เดือนถัดไป พร้อมหัก ณ ที่จ่าย 3% ณ วันที่ผู้ขายจ่ายเงินให้ผู้แทนจำหน่าย เช่นนี้ สามารถทำได้ ไม่ทำให้ส่วนลดดังกล่าวแปรเปลี่ยนไปแต่อย่างใด


6. กรณีส่วนลดตามเป้า Rebates เช่น กำหนดว่า ถ้าผู้แทนจำหน่ายซื้อสินค้าจากผู้ขายไปขายได้ตามเป้าสำหรับยอดขาย ก.ค. – ธ.ค. 2567 ลูกค้าจะได้ส่วนลดดังนี้

        - ยอดขาย 3 ล้านบาท ได้ส่วนลด 2%

        - ยอดขาย 5 ล้านบาท ได้ส่วนลด 5% 

    ปรากฏว่า ผู้แทนทำตามเป้าได้ เกิน 5 ล้านบาท จึงได้ส่วนลด 5% เช่นนี้ ส่วนลด 5% นี้

    กรณีผู้ขายออกใบลดหนี้ ต้นปี 2568 รวมทั้งกรณีผู้ขายตกลงกับผู้แทนจำหน่ายโดยให้ผู้แทนจำหน่ายออกใบแจ้งหนี้มาให้ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2568 และทางผู้ขายจะชำระเงินให้ผู้แทนจำหน่ายในเดือน กุมภาพันธ์ ปี 2568 พร้อม หัก ณ ที่จ่ายไว้ 3% ของเงินได้

เช่นนี้ ส่วนลดค่าใช้จ่ายตามใบแจ้งหนี้นี้ จะถือเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2567 ไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (9) แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ ตามข้อตกลงทางการค้าที่ได้ผู้ขายได้แจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้าในระหว่างรอบระยะเวลาบัญชีปี 2567 


    ในทางตรงกันข้าม บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นผู้ได้รับส่วนลดดังกล่าว ย่อมพึงต้องรับรู้รายได้สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2567 เช่นเดียวกัน ทั้งนี้ ตามเกณฑ์สิทธิ ตามมาตรา 65 แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 2 ของคำสั่งกรมสรรพากรที ท.ป. 1/2528 ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528


ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

หมายเหตุ : TAX CASE STUDY จาก Tax-EZ Website เป็นเพียงเคสตัวอย่างเท่านั้น กรุณาตรวจสอบข้อมูลก่อนนำไปใช้อ้างอิง
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ