Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ภาษีที่เกี่ยวข้องและหลักการบัญชีของธุรกิจ บริหารสินทรัพย์


เรื่อง ภาษีที่เกี่ยวข้องและหลักการบัญชีของธุรกิจ บริหารสินทรัพย์
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 19/01/2023 - วันที่ตอบ 23/01/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีธุรกิจเฉพาะ
ข้อกฎหมาย มาตรา 91/8 แห่งประมวลรัษฎากร, พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 362) พ.ศ. 2542, ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 77)
ปุจฉา

ขอคำแนะนำภาษีที่เกี่ยวข้องและหลักการบัญชีของธุรกิจ บริหารสินทรัพย์ หน่อยค่ะ ไม่มีข้อมูลเลย

วิสัชนา
1. ทำความเข้าใจลักษณะธุรกิจของ “บริษัทบริหารสินทรัพย์”
    (1) “บริษัทบริหารสินทรัพย์” เขียนวันที่วันเสาร์ ที่ 23 มีนาคม 2562 เวลา 08:00 น. เขียนโดยภัทรพล โตมานะ หมวดหมู่ เวทีทัศน์ Isranews Agency | สำนักข่าวอิศรา
         “บริษัทบริหารสินทรัพย์ เป็นกลไกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงิน ทำหน้าที่รับซื้อหรือรับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาบริหารจัดการและจำหน่ายต่อไป เพื่อให้สถาบันการเงินทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” 
    (2) ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ กลไกสำคัญในการแก้ไขปัญหา NPLs ของสถาบันการเงิน และฟื้นฟูธุรกิจอสังหาฯ โดย โดย supasiri sukamon - ตุลาคม 31, 2019 
         ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ คือ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (“NPLs”) โดยการซื้อ NPLs จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น และนำมาบริหารจัดการด้วยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้เพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เป็นที่พึงพอใจของทุกฝ่ายเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้และแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน และธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (“NPAs”) โดยช่วยฟื้นฟูอสังหาริมทรัพย์ที่มีศักยภาพให้เป็นสินค้าที่ได้มาตรฐานเป็นที่ต้องการของตลาด ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ในประเทศไทยเกิดขึ้นหลังจากวิกฤตเศรษฐกิจการเงินปี 2540 โดยบริษัทบริหารสินทรัพย์จะทำหน้าที่รับซื้อหรือ รับโอนสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินมีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจหลักของตนเอง ในช่วงเริ่มต้นบริษัทบริหารสินทรัพย์จะเป็นบริษัทที่อยู่ในกลุ่มภาครัฐและ/หรือธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก ต่อมามีบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่อยู่ในกลุ่มภาคเอกชนเพิ่มขึ้น เนื่องจากเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในช่วงเวลาต่อมา 
    (3) ลักษณะการประกอบธุรกิจ บริษัทบริหารสินทรัพย์ ต่างๆ อาทิ 
         บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) 
         (ก) ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPLs)
              บริษัทฯ รับซื้อหรือรับโอน NPLs จากสถาบันการเงินอื่นในประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารและบริษัทบริหารสินทรัพย์อื่น และบริหารจัดการด้วยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้เป็นหลัก โดย NPLs ที่บริษัทฯ รับซื้อหรือรับโอนมาส่วนใหญ่เป็นหนี้ด้อยคุณภาพที่มีหลักประกันเป็นอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้จดทะเบียนจำนองลำดับที่หนึ่งแก่บริษัทฯ 
         (ข) ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPAs)
              บริษัทฯ ได้ NPAs มาโดยวิธีการ เช่น การเจรจากับลูกหนี้เพื่อโอนหลักประกันหรือโอนทรัพย์ชำระหนี้ การบังคับคดีทรัพย์หลักประกันเพื่อชำระหนี้ และการรับซื้อทรัพย์สินรอการขายจากสถาบันการเงินอื่นโดยตรง โดยบริษัทฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการ NPAs ให้เกิดประสิทธิภาพและครบวงจรด้วยกลยุทธ์การพัฒนาปรับปรุงทรัพย์ให้มีสภาพดีพร้อมใช้ประโยชน์และให้เป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น เพื่อให้สามารถจำหน่ายให้กับบุคคลภายนอกได้ต่อไป 

2. ศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง 
    (1) ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 5/2562 เรื่อง การกำหนดสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ และหลักเกณฑ์ที่บริษัทบริหารสินทรัพย์ต้องถือปฏิบัติ 
    (2) กฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ 

3. ศึกษาการวางรูประบบบัญชีของ “บริษัทบริหารสินทรัพย์” ตามมาตรฐานการบัญชี 
    (1) การเกิดขึ้นของรายได้ และเกณฑ์การรับรู้รายได้
    (2) การเกิดขึ้นของค่าใช้จ่าย และเกณฑ์การรับรู้ค่าใช้จ่าย 
    (3) ทรัพย์สิน หนี้สิน และส่วนของเจ้าของ 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
ตามหนังสือตอบข้อหารือของกรมสรรพากรเลขที่ กค 0702/7668 ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2561 กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติเกี่ยวภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการรับรู้รายได้สำหรับกิจการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ดังนี้ 
    (1) บริษัทฯ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 6 แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 362) พ.ศ. 2542 จะต้องเป็นไปตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 77) เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การถือหุ้นโดยอ้อมในบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน และสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ ลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2543 โดย FIDF ต้องถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลเกินกว่าอัตราร้อยละ 50 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง และบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นถือหุ้นในบริษัทฯ เกินกว่าอัตราร้อยละ 50 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง หรือ FIDF ให้บุคคลอื่นหรือนิติบุคคลอื่นถือหุ้นในบริษัทฯ ไว้แทนตน ซึ่งเมื่อรวมกับการถือหุ้นทางตรงแล้วเกินกว่าอัตราร้อยละ 50 ของหุ้นทั้งหมดที่มีสิทธิออกเสียง 
    (2) การคำนวณรายได้และรายจ่ายของบริษัทฯ ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 ให้ใช้เกณฑ์สิทธิโดยให้นำรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีใด แม้ว่าจะยังไม่ได้รับชำระในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น และให้นำรายจ่ายทั้งสิ้นที่เกี่ยวกับรายได้นั้น แม้จะยังไม่ได้จ่ายในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น มารวมคำนวณเป็นรายจ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนั้น เว้นแต่รายได้ซึ่งเกิดจากการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่รับซื้อหรือรับโอนจากสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทบริหารสินทรัพย์ บริษัทฯ จะนำรายได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ได้รับชำระก็ได้ ทั้งนี้ ตามข้อ 3.11 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 1/2528ฯ ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2528
    (3) กรณีการจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของบริษัทฯ จะต้องดำเนินการและมีหลักฐานประกอบการจำหน่ายหนี้สูญให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)ฯ แต่ถ้าได้รับชำระหนี้ในรอบบัญชีใด ให้นำมาคำนวณเป็นรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น
    (4) การรับรู้รายได้จากการได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้คงค้างเพื่อคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทฯ ต้องนำเงินที่ได้รับชำระจากลูกหนี้คงค้างในแต่ละรายไปเฉลี่ยตามสัดส่วนระหว่างส่วนต่างระหว่างราคามูลหนี้ (ยอดลูกหนี้คงค้าง) กับราคาซื้อหนี้สุทธิ ส่วนด้วยยอดลูกหนี้คงค้าง ถือเป็นรายได้ที่ต้องนำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในแต่ละรอบระยะเวลาบัญชี
    (5) ประเด็นภาษีธุรกิจเฉพาะ บริษัทฯ ต้องนำดอกเบี้ยค้างชำระดังกล่าวไปเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 91/8 แห่งประมวลรัษฎากร โดยนำรายได้ที่เฉลี่ยได้ตามที่กล่าวไปข้างต้น ไปเฉลี่ยตามสัดส่วนระหว่างดอกเบี้ยที่ค้างชำระกับราคามูลหนี้ของลูกหนี้แต่ละราย ถือเป็นรายรับดอกเบี้ยที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะในแต่ละเดือนภาษี
    (6) กรณีบริษัทฯ ทำการประนอมหนี้โดยปลดหนี้ให้โดยทันทีเฉพาะดอกเบี้ยคงค้าง ให้บริษัทฯ ใช้วิธีเฉลี่ยตามสัดส่วนระหว่างดอกเบี้ยที่ค้างชำระกับราคามูลหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายก่อนมีการปลดหนี้นั้นในการคำนวณรายรับดอกเบี้ยที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะของการชำระหนี้แต่ละราย ส่วนกรณีพักแขวนดอกเบี้ย ให้บริษัทฯ คำนวณรายรับดอกเบี้ยเพื่อเสียภาษีธุรกิจเฉพาะตามวิธีที่ได้กล่าวไปแล้ว เสมือนไม่มีการพักแขวนดอกเบี้ยนั้นไว้


เลขตู้ : 81/40813



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ