Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

สวัสดิการให้ผู้บริหารนำสินค้าของบริษัทฯ ไปใช้ส่วนตัว / การนำสินค้าไปแจกดารา หรือ influencer
| เรื่อง | สวัสดิการให้ผู้บริหารนำสินค้าของบริษัทฯ ไปใช้ส่วนตัว / การนำสินค้าไปแจกดารา หรือ influencer |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 08/02/2022 - วันที่ตอบ 14/04/2022 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ทวิ (4), มาตรา 79/3 แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | สอบถามเรื่องการพิจารณายื่นภาษี ควรยื่นฐานภาษีที่ราคาตลาด หมายถึงราคาใด ระหว่างราคาทุนกับราคาขาย หรือมีวิธีการทางภาษีที่ต้องปฏิบัติอย่างไร กรณี 1. บริษัทฯ ซื้อสินค้าเพื่อทำการซื้อมาขายไป 10 อัน อันละ 50 บาท ขายในราคาอันละ 100 บาท ต่อมาผู้บริหารหยิบสินค้าไปใช้ 1 อัน โดยที่บริษัทฯ มีเขียนอยู่ในนโยบายสวัสดิการผู้บริหารให้สามารถหยิบได้ไม่เกินมูลค่าต่อปีรวมกันอยู่ที่เท่าใด ดังนั้นบริษัทต้องยื่นภาษีที่ฐานราคาทุนหรือราคาขาย กรณี 2. บริษัทฯ มีการส่งเสริมการขาย ด้วยการนำสินค้าไปแจกดารา หรือ influencer เพื่อเป็นการโปรโมทสินค้า ดังนั้นทางภาษีควรทำอย่างไรได้บ้าง |
| วิสัชนา | 1. กรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล ตามมาตรา 65 ทวิ (4) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้อำนาจเจ้าพนักงานประเมินในอันที่จะประเมินค่าตอบแทนจาการโอนทรัพย์สิน การให้บริการ หรือการให้กู้ยืมเงิน โดยไม่มีค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ย หรือมีค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ยต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้เป็นตามราคาตลาดในวันที่โอน ให้บริการหรือให้กู้ยืมเงิน คำว่า “ราคาตลาด” หมายความว่า ราคาของค่าตอบแทน ค่าบริการ หรือดอกเบี้ย ซึ่งคู่สัญญาที่เป็นอิสระต่อกันพึงกำหนดโดยสุจริตในทางการค้า กรณีโอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงินที่มีลักษณะ ประเภท และชนิดเช่นเดียวกัน ณ วันที่โอนทรัพย์สิน ให้บริการ หรือให้กู้ยืมเงิน คำว่า “คู่สัญญาที่เป็นอิสระต่อกัน” หมายความว่า คู่สัญญาที่ไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างกันในการจัดการ การควบคุม หรือร่วมทุน โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม (ข้อ 2 ขอคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 113/2545ฯ ) ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 4 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 369 (พ.ศ. 2563) อธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 400) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการปรับปรุงรายได้ และรายจ่ายของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ลงวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564 กําหนดราคาที่ได้รับการรับรองแล้ว ดังต่อไปนี้ (1) วิธีการเปรียบเทียบราคาที่มิได้ถูกควบคุม (Comparable Uncontrolled Price Method) โดยการเทียบเคียงระหว่างราคาที่เรียกเก็บจากการโอนทรัพย์สินหรือการให้บริการสําหรับธุรกรรมที่ถูกควบคุมกับราคาที่เรียกเก็บจากการโอนทรัพย์สินหรือการให้บริการสําหรับธุรกรรมที่ไม่ถูกควบคุมอันอาจเทียบเคียงกันได้ (2) วิธีราคาขายต่อ (Resale Price Method) โดยการเทียบเคียงระหว่างอัตรากําไรจากการขายต่อซึ่งผู้ซื้อทรัพย์สินผ่านธุรกรรมที่ถูกควบคุมได้รับจากการนําทรัพย์สินนั้นไปขายต่อผ่านธุรกรรมที่ไม่ถูกควบคุมกับอัตรากําไรจากการขายต่อ ซึ่งได้รับจากการซื้อมาและขายต่อทรัพย์สินผ่านธุรกรรมที่ไม่ถูกควบคุมอันอาจเทียบเคียงกันได้ (3) วิธีราคาทุนบวกกําไรส่วนเพิ่ม (Cost Plus Method) โดยการเทียบเคียงระหว่างอัตรากําไรส่วนเพิ่มจากต้นทุน ซึ่งรวมทั้งต้นทุนทางตรงและทางอ้อมในการโอนทรัพย์สิน และให้บริการสําหรับธุรกรรมที่ถูกควบคุม กับอัตรากําไรส่วนเพิ่มจากต้นทุนซึ่งรวมทั้งต้นทุนทางตรง และทางอ้อมในการโอนทรัพย์สิน และให้บริการสําหรับธุรกรรมที่ไม่ถูกควบคุมอันอาจเทียบเคียงกันได้ (4) วิธีอัตรากําไรสุทธิที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกรรม (Transactional Net Margin Method) โดยการเทียบเคียงระหว่างอัตรากําไรสุทธิที่สัมพันธ์กับฐานที่เหมาะสม (เช่น ต้นทุน ยอดขายหรือสินทรัพย์ เป็นต้น) ซึ่งเป็นผลจากการทําธุรกรรมที่ถูกควบคุม กับอัตรากําไรสุทธิที่สัมพันธ์กับฐานเดียวกันนั้น ซึ่งเป็นผลจากการทําธุรกรรมที่ไมถูกควบคุม (5) วิธีแบ่งสรรกําไรของธุรกรรม (Transactional Profit Split Method) โดยการปันส่วนผลกําไร (หรือขาดทุน) ที่ได้รับจากธุรกรรมที่ถูกควบคุม ให้เป็นไปตามส่วนที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแต่ละรายได้มีส่วนร่วมดําเนินการในธุรกรรมที่ถูกควบคุมนั้นเพื่อให้แต่ละบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นได้รับส่วนแบ่งตามส่วนที่พึงคาดหมายว่าจะได้รับหากได้มีส่วนร่วมดําเนินการในธุรกรรมที่ไม่ถูกควบคุมอันอาจเทียบเคียงกันได้เว้นแต่ในกรณีที่สามารถนําวิธีการกําหนดราคาวิธีการใดวิธีการหนึ่งตาม (1) ถึง (4) มาปรับใช้เพื่อหาจํานวนกําไรหรือเงินได้พึงประเมินบางส่วนที่คู่สัญญาที่เป็นอิสระพึงได้รับสําหรับการปฏิบัติหน้าที่งานที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมที่ถูกควบคุมนั้นได้ ให้นําวิธีแบ่งสรรกําไรของธุรกรรมมาปรับใช้เฉพาะกับส่วนของกําไรที่คงเหลืออยู่หลังจากหักจํานวนกําไรหรือเงินได้พึงประเมินที่ได้จากการปรับใช้วิธีการกําหนดราคาตาม (1) ถึง (4) แล้ว 2. ตามมาตรา 79/3 แห่งประมวลรัษฎากร ได้กำหนดฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการกรณีไม่ได้รับประโยชน์หรือค่าตอบแทน ให้คำนวณมูลค่าของฐานภาษีตาม “ราคาตลาด” ของสินค้าหรือการให้บริการในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น “มาตรา 79/3 การคำนวณมูลค่าของฐานภาษีสำหรับการขายสินค้าหรือการให้บริการตามมาตรา 79 ให้ถือมูลค่าของฐานภาษีเมื่อ ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น เว้นแต่กรณีดังต่อไปนี้ (1) การขายสินค้าหรือการให้บริการ โดยไม่มีค่าตอบแทนหรือมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาตลาด โดยไม่มีเหตุอันสมควร มูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาดของสินค้าหรือการให้บริการในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น (2) การขายสินค้าหรือการให้บริการในกรณีที่ผู้ประกอบการนำสินค้าไปใช้ หรือได้ใช้บริการ ไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น โดยมิใช่เพื่อการประกอบกิจการโดยตรงตามมาตรา 77/1 (8)(ง) หรือ (10) มูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาดของสินค้าหรือบริการในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น (3) การขายสินค้าตามมาตรา 77/1 (8)(จ) ที่เกิดจากสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบตามมาตรา 87 (3) หรือมาตรา 87 วรรคสอง มูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาดของสินค้าในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น (4) การขายสินค้าที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตามมาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันทำให้ผู้รับโอนสินค้ามีหน้าที่ต้อง เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/1 (2) มูลค่าของฐานภาษี ให้ถือราคาตลาดตามสภาพหรือปริมาณของสินค้าที่เป็นอยู่ในวันที่ความรับผิดเกิดขึ้น (5) การขายสินค้าในกรณีผู้ประกอบการมีสินค้าคงเหลือ และหรือมีทรัพย์สินที่ผู้ประกอบการ มีไว้ในการประกอบกิจการ ณ วันเลิกประกอบกิจการ มูลค่าของฐานภาษีให้ถือตามราคาตลาดในวันเลิกประกอบกิจการ ราคาตลาดตามมาตรานี้ ให้ถือราคาเฉลี่ยของราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริงทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น ทั้งนี้ ตามที่ได้มีการตรวจสอบ ราคาตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด และในกรณีที่ไม่อาจทราบราคาตลาดได้แน่นอน ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศใช้เกณฑ์คำนวณเพื่อให้ได้มาซึ่งราคาตลาดได้” ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 1. กรณีบริษัทฯ มีนโยบายสวัสดิการสำหรับผู้บริหารให้สามารถนำสินค้าของบริษัทฯ ไปใช้ส่วนตัวได้ 1 ชิ้น โดยมูลค่าสินค้ารวมทั้งสิ้นต่อปีต้องไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ เช่นนี้ ให้บริษัทฯ ใช้ “ราคาทุน” ที่บริษัทฯ ซื้อมาเป็นฐานในการคำนวณภาษีขาย และถือเป็นเงินได้พึงประเมินของกรรมการ โดยถือเป็นรายการสวัสดิการของบริษัทฯ เทียบเคียงได้กับกรณีนำสินค้าไปในในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ทั้งกรณีที่ไม่นับรวมเป็นมูลค่าของฐานภาษี “Non VAT Base” เป็นการใช้ภาษีซื้อตามที่บริษัทฯ ได้ซื้อหามาในราคาทุน อันเป็นราคาตลาดที่ซื้อขายกันตามความเป็นจริงทั่วไปในวันที่ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น 2. กรณีบริษัทฯ มีการส่งเสริมการขาย ด้วยการนำสินค้าไปแจกดารา หรือ influencer เพื่อเป็นการโปรโมทสินค้า เป็นการจำหน่ายจ่ายโอนสินค้า หรือการให้บริการ โดยไม่มีค่าตอบแทน เพื่อการส่งเสริมการขาย กรณีนี้ ก็ถือเป็นการนำสินค้าไปใช้ในการดำเนินกิจการด้วยเช่นกัน เพียงแต่เป็นกรณีที่บริษัทฯ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับกิจกรรมดังกล่าว เช่นนี้ “ราคาตลาด” ย่อมได้แก่ ราคาทุนที่บริษัทฯ ซื้อหามาซึ่งสินค้าหรือบริการนั้นมาเช่นเดียวกัน ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |