Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

บริษัทฯ ประมูลทะเบียนรถยนต์ และนำออกขายมีกำไร
| เรื่อง | บริษัทฯ ประมูลทะเบียนรถยนต์ และนำออกขายมีกำไร |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 16/12/2022 - วันที่ตอบ 17/12/2022 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 |
| ปุจฉา | ตามข่าวที่ประมูลทะเบียนรถยนต์มูลค่า 49 ล้าน ในนามบริษัทฯ มีคำถามดังนี้ครับ 1. ค่าป้ายทะเบียนถือเป็นทรัพย์สินของกิจการหรือไม่ครับ 3. หากต่อไปในอนาคต ขายได้ 59 ล้านกำไรที่เกิดขึ้น 3.1 นำ 59 - 49 กำไร 10 ล้าน หรือ ไม่ให้หักต้นทุน 3.2 ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ครับ |
| วิสัชนา | จากบทความ “รู้มั้ยว่า ทะเบียนรถเลขสวยก็ทำเงินได้” ในบรรดารถยนต์มากมายที่วิ่งบนท้องถิ่น หากสังเกตให้ดีจะเห็นว่าจะมีป้ายทะเบียนที่ไม่ใช่ป้ายพื้นหลังขาวธรรมดาแต่เป็นพื้นหลังสีม่วงอ่อนไล่เฉดชมพูเหลือง ซึ่งเรียกกันว่าป้ายประมูล (ภาษาพูดเรียกว่าป้ายกราฟฟิก) และเลขบนป้ายประมูล จะเป็นเลขยอดนิยม 301 หมายเลขที่มีความพิเศษอย่างเลขตอง เลขคู่ เลขเดี่ยว ฯลฯ ซึ่งเป็นลักษณะที่เรียกกันว่าเป็นเลขสวย หรือเลขมงคลตามความเชื่อด้านโหราศาสตร์ตัวเลข ซึ่งความเชื่อนี้ทำให้เลขทะเบียนรถมีมูลค่านำไปสู่การลงทุนซื้อขายเลขทะเบียนสวย ความนิยมมูลค่าของทะเบียนรถเลขสวย ด้วยการซื้อขายเลขทะเบียนรถเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อด้านโหราศาสตร์ตัวเลข ทะเบียนที่มีเลขนำหน้าหมวดอักษรที่เป็นเลขมงคลอย่าง 1 (ความเป็นที่หนึ่ง) 7 (เลขโชคลาภ) , 8 (ร่ำรวย ทำมาค้าขึ้น) , 9 (ก้าวหน้า) จึงมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาทหรือมากกว่านั้น ในส่วนของทะเบียนรถเก่าที่ไม่มีเลขนำหน้าหมวดตัวอักษรก็นับเป็นของหายากที่ยังมีความต้องการในตลาด ในส่วนเลขหลังหมวดตัวอักษร นอกเหนือจากเลข 1,7,8,9 ที่เป็นเลขมงคลที่นิยมทั่วไปแล้ว ราคาของเลขทะเบียนก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อส่วนบุคคลว่าเลขไหนถูกโฉลกกับตัวเอง โดยอาจจะดูจากวันเกิด อย่างวันอาทิตย์ห้ามมี 6,3 วันจันทร์ห้ามมีเลข 1,5 วันอังคารห้ามมีเลข 2,1 วันพุธกลางวันห้ามมีเลข 3,8 วันพุธกลางคืนห้ามมีเลข 5,4 วันพฤหัสห้ามมีเลข 7 วันศุกร์ห้ามมีเลข 8,7 และวันเสาร์ห้ามมีเลข 4,6 เป็นต้น รวมถึงความหมายของผลรวมเลขทั้งหมด โดยผลรวมที่นิยมมากที่สุดคือ 15 และ 24 จะหาทะเบียนรถเลยสวยได้ยังไง การจะเป็นเจ้าของทะเบียนรถเลขสวยสามารถทำได้ด้วยการประมูลเลขรถ โดยการประมูลจัดโดยกรมขนส่งทางบกในวันเวลาที่กำหนด โดยสามารถทำได้ 3 วิธีได้แก่ ไปร่วมงานประมูลด้วยตนเอง ประมูลออนไลน์ ประมูลทางโทรศัพท์ โดยทั้ง 3 วิธีเป็นการประมูลแบบเรียลไทม์ในวันเวลาเดียวกัน และก่อนจะเข้าร่วมประมูล ผู้เข้าร่วมประมูลต้องเตรียมเงินวางหลักประกันในเรทราคาต่างๆ แบ่งเป็น กลุ่ม 1 เลขสี่ตัวเหมือน กลุ่ม 2 เลขสามตัวเหมือน, สองตัวเหมือน,เลขตัวเดียว, เลขคู่ 8 และเลขคู่ 9 และกลุ่ม 3 เลขหลักพัน, เลขเรียง และเลขคู่ เป็นต้น เมื่อประมูลได้แล้วต้องไปชำระเงินส่วนที่เหลือภายใน ระยะเวลา 30 วัน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กรมขนส่งทางบก จะเก็บทะเบียนเลขสวยไว้ได้มั้ย? หลายคนสงสัยถ้าได้ทะเบียนรถสวยมาแล้ว ไม่มีรถที่จะใส่ทะเบียนต้องทำอย่างไร? ตรงนี้เราสามารถเก็บเลขทะเบียนสวยที่ประมูลมาไว้ได้ 3 ปี กรณีที่เรามีรถที่ใช้ป้ายขาวดำอยู่เดิมแล้ว อยากจะเปลี่ยนไปใช้ป้ายประมูล ก็ไปติดต่อทำเรื่องขอสลับไปใช้ป้ายประมูลที่กรมขนส่งทางบก แล้วยกเลิกป้ายขาวดำทิ้ง แล้วเวลาที่เราขายรถก็ยังสามารถเก็บป้ายประมูลไว้ได้ และด้วยความที่ป้ายประมูลมีมูลค่าจึงถือเป็นทรัพย์สินของเราที่สามารถเก็บเอาไว้เป็นมรดกตกทอด หรือเอาไว้ทำเงินด้วยการขายต่อในท้องตลาดได้อีกด้วย แม้จะเป็นธุรกิจในแวดวงจำกัดแต่หากลองศึกษาอย่างจริงจัง ก็อาจเป็นไอเดียการลงทุนที่น่าสนใจไอเดียหนึ่งทีเดียว ข้อมูล ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า กรณีบริษัทฯ ประมูลทะเบียนรถยนต์มูลค่า 49 ล้านบาท ตามข่าวนั้น 1. ค่าป้ายทะเบียนถือเป็นทรัพย์สินของกิจการ ซึ่งหากเป็นทะเบียนขาว – ดำ ซึ่งใช้กับรถยนต์นั่ง เท่านั้น เมื่อยังไม่ได้นำไปใช้ ก็ย่อมไม่มีสิทธินำไปคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคา เนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่ยังไม่พร้อมใช้งาน เพราะต้องใช้คู่กับรถยนต์นั่งเท่านั้น 2. บริษัทฯ สามารถนำป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งดังกล่าว มาคำนวณหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้ แต่หากเมื่อรวมมูลค่ารถยนต์และมูลค่าทะเบียนดังกล่าวแล้วทำให้มีมูลค่าเกินว่า 1 ล้านบาท ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของมูลค่าต้นทุนรถยนต์นั่งในส่วนที่เกินกว่า 1 ล้านบาท ย่อมถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ทวิ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 3. หากต่อมา บริษัทฯ นำทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวออกขายได้ 59 ล้าน บาท นั้น สำหรับกำไรที่เกิดขึ้น 3.1 กรณีที่ยังไม่นำไปใช้กับรถยนต์นั่ง บริษัทฯ ย่อมมีกำไรจากการขายทรัพย์สินอื่น จำนวน (59 – 49) 10 ล้านบาท แต่หากบริษัทฯ ได้นำป้ายทะเบียนรถยนต์นั่งนั้นไปใช้กับรถยนต์นั่ง ย่อมถือเป็นส่วนของมูลค่าต้นทุนรถยนต์นั่ง หากมีจำนวนเกินกว่า 1 ล้านบาท บริษัทฯ ย่อมไม่มีสิทธินำมูลค่าต้นทุนในส่วนที่เกินกว่า 1 ล้านบาทไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ ทั้งนี้ ตามมาตรา 65 ตรี (20) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 315) พ.ศ. 2540 3.2 การขายทะเบียนรถยนต์นั่งดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการขายสินค้าที่อยู่ในบังคับที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม บริษัทฯ จึงย่อมมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายทะเบียนนรถยนต์ดังกล่าว ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |