Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ประมาณการกำไรขาดไปเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันควร และอัตรา SME


เรื่อง ประมาณการกำไรขาดไปเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันควร และอัตรา SME
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 07/07/2023 - วันที่ตอบ 07/07/2023
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ข้อกฎหมาย มาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
ปุจฉา
สอบถามเกี่ยวกับเงินเพิ่ม 20% กรณีประมาณการกำไรขาดไปเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันควร และอัตรา SME ค่ะ 
     ภ.ง.ด.50 ปีก่อน ขาดทุนทางภาษี 200,000 บาท
     ภ.ง.ด.51 ปีปัจจุบัน กำไรภาษี 300,000 บาท ภาษีที่ชำระ 0 บาท (sme)
     ภ.ง.ด.50 ปีปัจจุบัน กำไรภาษี 410,000 บาท ภาษี sme 16,500 บาท
สรุป คือ ประมาณการกำไรขาดเกินไป 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร เสียเงินเพิ่ม 20%
คำถาม คือ จะต้องเสียเงินเพิ่มเท่าไหร่คะ
วิสัชนา
1. มาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร 
    “มาตรา 67 ตรี ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1) หรือยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (1) โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกินร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ทวิ (1) หรือของกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น หรือของภาษีที่ชำระขาดแล้วแต่กรณี
        ในกรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (2) หรือยื่นรายการและชำระภาษีตามมาตรา 67 ทวิ (2) ไว้ไม่ถูกต้อง โดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้จำนวนภาษีที่ต้องชำระขาดไป บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามมาตรา 67 ทวิ (2) หรือของภาษีที่ชำระขาด แล้วแต่กรณี
        เงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ถือเป็นค่าภาษีและอาจลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี” 
    จากบทบัญญัติดังกล่าวอาจจำแนกเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ 
    ตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้
    (1) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 และชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกึ่งหนึ่งของประมาณการกำไรสุทธิตามมาตรา 67 ทวิ (1) แห่งประมวลรัษฎากร ล่าช้า ให้เสียเงินเพิ่มอีก 20% ของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระตามแบบ ภ.ง.ด.51 ดังกล่าว
        "เงินภาษีที่ต้องชำระ” หมายถึง เงินภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.51 หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล ณ ที่จ่าย
    (2) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 แต่ได้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และได้ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.50 ให้เสียเงินเพิ่ม 20% ของกึ่งหนึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.50 แต่หากมีจำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกฯ ก็ต้องนำมาเครดิตออกก่อนคำนวณเงินเพิ่ม
    (3) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 และไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินได้ออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีเงินได้นิติบุคคลพบว่ามีภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปีนั้นที่ต้องเสียเป็นจำนวนเท่าใด ให้บริษัทหรือห้างหุุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียเงินเพิ่ม 20% ของกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินภาษีเงินได้นิติบุคคลตามผลการตรวจสอบนั้น
        กรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน หากมีจำนวนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ในรอบระยะเวลา 6 เดือนแรกฯ ก็ต้องนำมาเครดิตออกก่อนคำนวณเงินเพิ่ม
    (4) กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 และชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้แล้ว โดยแสดงประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกิน 25% ของกำไรสุทธิ ซึ่งได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการที่กระทำในรอบระยะเวลาบัญชีนั้นตามแบบ ภ.ง.ด.50 หรือตามผลการตรวจสอบของเจ้าพนักงาน แล้วแต่กรณี โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นต้องเสียเงินเพิ่มอีก 20% ของภาษีที่ชำระขาด
        กรณีนี้ ย่อมแตกต่างไปจาก 3 กรณีแรก เพราะมีลักษณะเป็น "เบี้ยปรับ" ที่กำหนดให้ลงโทษการกระทำดังกล่าว โดยเรียกเก็บเงินเพิ่มในอัตรา 20% ของภาษีที่ชำระขาดไป ดังนั้น จึงเป็นกรณีที่ไม่ต้องนำภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายมาหักออกจากจำนวนภาษีเงินได้ที่ชำระขาดไป 

2. การคำนวณจำนวนภาษีที่ชำระขาดไป 
    (1) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มิใช่ SMEs ซึ่งไม่ได้รับยกเว้นสำหรับกำไรสุทธิในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท นั้น ให้นำกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.50 หักด้วยประมาณการกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.51 แล้วนำมาหารด้วย 2 ได้เป็นจำนวนเท่าใด คูณด้วยอัตรา 20% ได้เป็นจำนวนเท่าใด นำไปหักจากจำนวนกึ่งของภาษีเงินได้นิติบุคคลตามแบบ ภ.ง.ด.50 (ก่อนหักเครดิตภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้ตามแบบ ภ.ง.ด.51) ผลลัพธ์ที่ได้ คือ “จำนวนภาษีเงินได้ที่ชำระขาดไป” 
    (2) สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ใช่ SMEs ซึ่งได้รับยกเว้นสำหรับกำไรสุทธิในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท นั้น ให้นำกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.50 มาหารด้วย 2 แล้วหักด้วยจำนวนกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก แล้วนำไปคำนวณภาษีเงินได้ตามอัตราภาษีเงินได้สำหรับ SMEs คือ 15% ได้เป็นจำนวนเท่าใด ให้นำจำนวนภาษีเงินได้ตามแบบ ภ.ง.ด.51 (ก่อนหักเครดิตภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายสำหรับรอบระยะเวลา 6 เดือนแรก) ผลลัพธ์ที่ได้ คือ “จำนวนภาษีเงินได้ที่ชำระขาดไป” 

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
การคำนวณจำนวนภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปีที่ชำระขาดไป ตามแบบ ภ.ง.ด.51 
     กำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.50 จำนวน 410,000 บาท
     กำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.51 จำนวน 300,000 บาท (เท่ากับจำนวนกำไรสุทธิที่ได้รับยกเว้น) 
     ประมาณการกำไรสุทธิขาดไป จำนวน 110,000 บาท คิดเป็น 26.83% 
     เกินกว่า 25% ของกำไรสุทธิประจำรอบระยะเวลาบัญชีโดยไม่มีเหตุอันสมควร 
     กึ่งหนึ่งของกำไรสุทธิตามแบบ ภ.ง.ด.50  210,000 บาท 
     หัก กำไรสุทธิที่ได้รับยกเว้น                 (300,000) บาท  
     ไม่มีจำนวนกำไรสุทธิที่ต้องคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี 
ดังนั้น ในกรณีตามข้อเท็จจริง บริษัทฯ จึงไม่ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษากร แต่อย่างใด  
เคสนี้ค่อนข้างพิสดาร แม้จะมีภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระตามแบบ ภ.ง.ด.50 และประมาณการกำไรสุทธิขาดไปเกิน 25% โดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทฯ ก็ยังไม่มีภาระต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 67 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร 




ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆมาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ