Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ห้างหุ้นส่วนเลิกกิจการ และจ่ายคืนกำไรสะสม นำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร
| เรื่อง | ห้างหุ้นส่วนเลิกกิจการ และจ่ายคืนกำไรสะสม นำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 04/01/2023 - วันที่ตอบ 04/01/2023 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา,ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 40 (4)(ข), มาตรา 40 (ฉ), มาตรา 50 (2)(จ) แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด แจ้งเลิกกิจการกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2565 งบเลิกกิจการแสดงกำไรสะสมไว้จำนวน 781,728.77.-บาท โดยจะจ่ายคืนกำไรสะสมพร้อมกับทุนจดทะเบียนที่ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ฉ) ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) สงสัยเรื่องการคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามอัตราก้าวหน้า ในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.2 เงินได้ที่นำไปคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่าย สามารถหักค่าลดหย่อนต่างๆ ตามที่ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้มั้ยค่ะ นาย A (สัดส่วนหุ้น 25%) = 781,728.77 x 25% = 195,432.19 บาท นาย B (สัดส่วนหุ้น 75%) = 781,728.77 x 75% = 586,296.58 บาท นาย A 40 (1) 300,000 หัก ค่าใช้จ่าย 40 (1) - 100,000 40 (4)(ฉ) 195,432.19 40 (4)(ข) 6,300 ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 ลดหย่อนประกัน 100,000 ลดหย่อนกองทุน RMF 90,000 เงินได้สุทธิ 151,732 เงินได้สุทธิ 150,000 แรก ยกเว้น 1,732*5% = 86.61 นาย B 40 (4)(ฉ) 586,296.58 40 (4)(ข) 6,300 ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 ลดหย่อนประกัน 100,000 ลดหย่อนกองทุน RMF 90,000 เงินได้สุทธิ 175,000 เงินได้สุทธิ 150,000 แรก ยกเว้น 107,597*5% = 5,380 จากตารางข้างต้น นาย A ต้องเสียภาษีตาม ภ.ง.ด.90 = 87 บาท นาย B ต้องเสียภาษีตาม ภ.ง.ด.90 = 5,065 บาท คำถาม 1 ในการยื่น ภ.ง.ด.2 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย นั้น สามารถยื่น หัก ณ ที่จ่ายตามยอด นาย A จำนวน 87 บาท และ นาย B จำนวน 5,065 บาท ได้มั้ยคะ หรือต้องยื่น นาย A = 195,432.19 บาท x 5% = 9,771.61 บาท นาย B = 586,296.58 บาท x 10% = 58,629.66 บาท คำถาม 2 ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากข้อ 1 สามารถไปยื่นขอคืนภาษี ณ ตอนที่ยื่น ภ.ง.ด.90 ได้มั้ยคะ |
| วิสัชนา | 1. ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ห้างฯ หักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ในส่วนที่เป็นเงินส่วนแบ่งของกกำไรในอัตรา 10% ของเงินได้ และ สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร ในส่วนที่เป็นผลประโยชน์ที่ได้จากการเลิกกิจการ ตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) โดยหักจากเงินได้ตั้งแต่ 1 บาทแรก ดังนี้ “มาตรา 50 ให้บุคคล ห้างหุ้นส่วน บริษัท สมาคม หรือคณะบุคคลผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามวิธีดังต่อไปนี้ (2) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) และ (4) ให้คำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้ เว้นแต่ (ก) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (3) และ (4) นอกจากที่ระบุไว้ใน (ข)(ค)(ง) และ (จ) ที่จ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งมิได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ (ข) ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา 48 (3) (ก) และ(ค) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ (ค) ในกรณีเงินได้พึงประเมินที่ระบุในมาตรา 48 (3) (ข) ให้ถือว่าผู้ออกตั๋วเงิน ผู้ออกตราสารแสดงสิทธิในหนี้ หรือนิติบุคคลผู้โอนตั๋วเงินหรือตราสารดังกล่าว ให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ตามส่วนนี้เป็นผู้จ่ายเงินได้พึงประเมิน และให้เรียกเก็บภาษีเงินได้จากผู้มีเงินได้ ในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้ และให้ถือว่าภาษีที่เรียกเก็บนั้นเป็นภาษีที่หักไว้ (ง) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ก) ที่มิได้ระบุใน (ข) และ (ค) แห่งมาตรานี้ ถ้าผู้จ่ายเงินได้มิใช่เป็นนิติบุคคล และจ่ายให้แก่ผู้รับซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องหักภาษีตามมาตรานี้ (จ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ข) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินได้ (ฉ) ในกรณีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ซ) และ (ฌ) ให้คำนวณหักในอัตราร้อยละ 15.0 ของเงินได้” 2. ตามมาตรา 48 (3) วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยจะเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4) (ข) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 10.0 ของเงินส่วนแบ่งขอกำไรที่ได้รับจากห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ตามมาตรา 50 (2)(จ) แห่งประมวลรัษฎากร โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีตามมาตรา 48 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร ก็ได้ 3. ตามข้อ 10 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 91/2542 ฯ กรมสรรพากรได้วางแนวทางปฏิบัติ กรณีผู้จ่ายเงินได้ไม่ได้คำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่ผู้มีเงินได้ได้นำเงินได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีแล้ว ถือว่าผู้มีเงินได้ซึ่งเป็นลูกหนี้ร่วมของผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย ได้ชำระหนี้ภาษีแล้ว ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินจึงหลุดพ้นจากหนี้ภาษี เฉพาะเงินภาษีที่ต้องชำระต่อกรมสรรพากร ตามมาตรา 54 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร แต่ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายยังคงต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร การคำนวณเงินเพิ่มดังกล่าว ให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนดเวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษี จนถึงวันที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีครบจำนวนที่ถูกต้อง แต่เงินเพิ่มที่คำนวณได้ไม่ให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 1. กรณีห้างหุ้นส่วนจำกัด แจ้งเลิกกิจการกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. 2565 งบเลิกกิจการแสดงกำไรสะสมไว้จำนวน 781,728.77.- บาท ห้างฯ ยังสามารถประชุมผู้เป็นหุ้นส่วน เพื่อแบ่งเงินส่วนแบ่งของกำไรจากกำไรสะสมจำนวนดังกล่าว ตามสัดส่วนของความเป็นหุ้นส่วน ซึ่งจะเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (4)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร โดยห้างฯ ย่อมสามารถคำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ในอัตรา 10% ของเงินส่วนแบ่งของกำไร ตามมาตรา 50 (2)(จ) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ นาย A (สัดส่วนหุ้น 25%*781,728.77) = 195,432.19 x 10% = 19,543.22 บาท นาย B (สัดส่วนหุ้น 75%*781,728.77) = 586,296.58 x 10% = 58,629.66 บาท รวม 78,172.88 บาท ซึ่งจะทำให้ผู้เป็นหุ้นส่วน มีสิทธิเลือกเสียภาษีเงินได้ โดยไม่ต้องนำเงินส่วนแบ่งของกำไรไปรวมคำนวณภาษีตามมาตรา 48 (1) และ (2) แห่งประมวลรัษฎากร หรือจะเลือกนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ ก็ได้ และมีสิทธิได้รับเครดิตตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร แต่เนื่องจากผู้เป็นหุ้นส่วนมีจำนวนเงินได้ไม่มากนัก การถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายอัตรา 10% ของเงินได้อาจมีจำนวนมากเกินไป และห้างฯ ก็อาจไม่มีเครดิตภาษี 2. หากห้างฯ ไม่เลือกที่จะจ่ายเป็นเงินส่วนแบ่งของกำไร แต่จ่ายเป็น “ผลประโยชน์ที่ได้จากการเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าเงินทุน” ตามมาตรา 40 (ฉ) แห่งประมวลรัษฎากร ห้างฯ มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ นาย A (สัดส่วนหุ้น 25%*781,728.77) = 195,432.19 x 5% = 9,771.61 บาท นาย B (สัดส่วนหุ้น 75%*781,728.77) = 586,296.58 x อัตราก้าวหน้า = 43,629.66 บาท ((300,000*5%) = 15,000 + (286,296.58*10%) = 28,629.66) รวม 53,401.27 บาท ต่อข้อถามขอเรียนว่า 1. ห้างฯ ไม่มีสิทธิหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ณ ที่จ่าย ตามตารางที่แจ้งไปได้ ในการยื่น ภ.ง.ด.2 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย นั้น สามารถยื่น หัก ณ ที่จ่ายตามยอด นาย A จำนวน 87 บาท และ นาย B จำนวน 5,065 บาท ได้แต่อย่างใด หากแต่ห้างฯ ต้องนำส่งภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 50 (2) แห่งประมวลรัษฎากร ดังนี้ นาย A = 195,432.19 บาท x 5% = 9,771.61 บาท นาย B = 586,296.58 บาท x อัตราก้าวหน้า = 43,629.66 บาท ((300,000*5%) 15,000 + (286,296.58*10%) 28,629.66 = 43,629.66 บาท) 2. จำนวนภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากข้อ 1 สามารถไปยื่นขอคืนภาษี ณ ตอนที่ยื่น ภ.ง.ด.90 ได้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |