Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

Freight forwarder ค่าขนส่งทางอากาศขาเข้าและขาออก ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับลูกค้าหรือไม่


เรื่อง Freight forwarder ค่าขนส่งทางอากาศขาเข้าและขาออก ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับลูกค้าหรือไม่
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 01/06/2024 - วันที่ตอบ 07/06/2024
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม
ข้อกฎหมาย คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 126/2546 ฯ
ปุจฉา
สืบเนื่องจากกระทู้นี้ (tax-ez.info) ที่ทางอาจารย์ได้มีตอบคำถามไว้ หนูขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมว่า การวางบิลกับลูกค้า ในฐานะที่หนูเป็นบริษัท freight forwarder ค่าขนส่งสินค้าทางอากาศ จำเป็นต้องมี VAT 7% หรือไม่คะ เนื่องจากเกิดความสับสนเพราะบางบริษัทก็มีเรียกเก็บ บางที่ก็ไม่เก็บค่ะ ทีนี้หนูเลยอยากทราบข้อมูลที่แม่นยำเพื่อปรับใช้อย่างถูกต้องค่ะอาจารย์ ขอบพระคุณมากค่ะ
ปุจฉา: 
สอบถามในฐานะ Freight forwarder ค่าขนส่งทางอากาศขาเข้าและขาออก ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับลูกค้าหรือไม่คะ 

วิสัชนา: 
ในฐานะ Freight forwarder หรือประกอบกิจการให้บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน (Forwarder) เฉพาะค่าขนส่งทางอากาศขาออกเท่านั้นที่บริษัท Freight forwarder อาจต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับลูกค้าในกรณีดังนี้ 
    1. กรณีตามข้อ 4 (1) วรรคสอง ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 126/2546 ฯ ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นกรณีที่ Forwarder สามารถสอบยันค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเนื่องจากการรับขนของออกนอกประเทศไทย ให้ Forwarder ออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยระบุข้อความเพิ่มเติมว่า “ค่าขนส่งสินค้าขาออกตามใบเสร็จรับเงินฉบับนี้ Forwarder ได้ดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากบริษัทสายการบินแล้ว” หรือข้อความอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน เช่นนี้ ในการเรียกเก็บเงินค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเนื่องจากการรับขนของออกนอกประเทศไทยจากผู้ใช้บริการ Forwarder ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าขนส่งขาออกดังกล่าว โดยให้เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม เฉพาะมูลค่าของค่าบริการ 
        แต่ถ้า Forwarder ไม่สามารถสอบยันดังกล่าวได้ Forwarder มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ใช้บริการในอัตรา 7% ของค่าขนส่งขาออก ซึ่งผู้ใช้บริการที่เป็นผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 จาก Forwarder โดยออกหนังสือรับรอง การหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่ Forwarder ในนามของผู้ใช้บริการ     

    2. ตามข้อ 6 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 126/2546 ฯ ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2546 กรณีบริษัท Forwarder กรณีตามข้อ 4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 126/2546 ฯ ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2546 Forwarder ออกเอกสารเรียกเก็บค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเนื่องจากการรับขนของออกนอกประเทศไทยให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยไม่สามารถระบุค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใด ที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเนื่องจากการรับขนของออกนอกประเทศไทยไว้ใน แอร์เวย์บิลหรือเฮาส์แอร์เวย์บิล บริษัทสายการบิน ตัวแทนสายการบิน และ Forwarder สามารถออกเอกสารโดยระบุเฉพาะค่าระวาง (Freight) ไว้ในแอร์เวย์บิลหรือเฮาส์แอร์เวย์บิล และระบุค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่เกี่ยวกับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเนื่องจากการรับขนของออกนอกประเทศไทยไว้ในเอกสารใบเรียกเก็บเงิน (อินวอยซ์) หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น Freight Invoice ก็ได้ เมื่อผู้ใช้บริการซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินตามแอร์เวย์บิลหรือ เฮาส์แอร์เวย์บิลและเอกสารใบเรียกเก็บเงิน (อินวอยซ์) หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ดังกล่าว ถือเป็นการจ่ายเงินค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ Forwarder จึงมีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ของค่าขนส่งขาออก โดยผู้ใช้บริการมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จาก Forwarder แล้วแต่กรณี โดยคำนวณหักไว้ใน อัตราร้อยละ 1.0 ของค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศตามที่ระบุไว้ในแอร์เวย์บิลหรือเฮาส์แอร์เวย์บิลและเอกสารใบเรียกเก็บเงิน (อินวอยซ์) หรือเอกสารอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียวกันนั้น
วิสัชนา
ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
1. กรณีตามข้อ 4 (1) วรรคสอง ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 126/2546 ฯ ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นกรณีที่ Forwarder สามารถสอบยันค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเนื่องจากการรับขนของออกนอกประเทศไทย ให้ Forwarder ออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยระบุข้อความเพิ่มเติมว่า “ค่าขนส่งสินค้าขาออกตามใบเสร็จรับเงินฉบับนี้ Forwarder ได้ดำเนินการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย จากบริษัทสายการบินแล้ว” หรือข้อความอื่นในลักษณะทำนองเดียวกัน เช่นนี้ ในการเรียกเก็บเงินค่าขนส่งสินค้าระหว่างประเทศเนื่องจากการรับขนของออกนอกประเทศไทยจากผู้ใช้บริการ Forwarder ไม่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าขนส่งขาออกดังกล่าว โดยให้คำนวณภาษีขายจากค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้มีการเรียกเก็บจากผู้รับบริการไว้แทนบริษัทสายการบินหักด้วยค่าระวางค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้ถูกบริษัทสายการบินเรียกเก็บโดยตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทสายการบิน ทั้งนี้ ตามข้อ 4 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 49/2537 ฯ เรื่อง ลงวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2537 ดังนี้
    “ข้อ 4 ในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการจดทะเบียน ซึ่งประกอบกิจการให้บริการเป็นตัวแทนขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยอากาศยาน
         (1) ในกรณีที่เป็นตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ค่าบริการที่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึง มูลค่าของค่าบริการ โดยให้คำนวณจากค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้มีการเรียกเก็บจากผู้รับบริการไว้แทนบริษัทสายการบินหักด้วยค่าระวางค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้ถูกบริษัทสายการบินเรียกเก็บโดยตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษี ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ให้บริษัทสายการบิน
         (2) ในกรณีที่เป็นตัวแทนช่วง ถือว่าตัวแทนช่วงเป็นผู้ให้บริการตามมาตรา 77/1 (10) แห่งประมวลรัษฎากรแก่ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง ค่าบริการที่ต้องนำมารวมคำนวณเป็นมูลค่าของฐานภาษีตามมาตรา 79 แห่งประมวลรัษฎากรหมายถึง มูลค่าของค่าบริการ โดยให้คำนวณจากค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้มีการเรียกเก็บจากผู้รับบริการ หักด้วยค่าระวาง ค่าธรรมเนียมและประโยชน์อื่นใดที่ได้ถูกตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้งเรียกเก็บ โดยตัวแทนช่วงมีหน้าที่ต้องออกใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ให้ตัวแทนที่ได้รับแต่งตั้ง”

2. แต่ถ้า Forwarder ไม่สามารถสอบยันดังกล่าวได้ Forwarder มีหน้าที่ต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ใช้บริการในอัตรา 7% ของค่าขนส่งขาออก ซึ่งผู้ใช้บริการที่เป็นผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราร้อยละ 1.0 จาก Forwarder โดยออกหนังสือรับรอง การหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้แก่ Forwarder ในนามของผู้ใช้บริการ



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ