Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

จ่ายค่าบริการพร้อมกัน 2 บิล บิลแรกมีค่าบริการถึง 1,000 บิลที่ 2 เป็นค่าขนส่ง ไม่ถึง 1,000 ไม่มีสัญญาระยะยาว หัก ณ ที่จ่ายอย่างไร


เรื่อง จ่ายค่าบริการพร้อมกัน 2 บิล บิลแรกมีค่าบริการถึง 1,000 บิลที่ 2 เป็นค่าขนส่ง ไม่ถึง 1,000 ไม่มีสัญญาระยะยาว หัก ณ ที่จ่ายอย่างไร
แหล่งที่มา Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์
วันที่ วันที่ถาม 16/08/2025 - วันที่ตอบ 04/01/2026
ประเภทภาษี ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย
ข้อกฎหมาย คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ
ปุจฉา
กรณีมีบิลแยกกัน 2 บิล บิลแรกมีค่าบริการถึง 1,000 บิลที่ 2 เป็นค่าขนส่ง ไม่ถึง 1,000 ไม่มีสัญญาระยะยาว จ่ายพร้อมกัน
อยากทราบว่า เราหัก WHT ได้ทั้งสองรายการเลยไหมค่ะ
แล้วถ้ากรณีเป็นค่าสินค้าถึง 1,000 แต่ค่าบริการไม่ถึง 1,000 เป็นบิลแยกกัน จ่ายพร้อมกัน เราสามารถหัก WHT ค่าบริการได้หรือไม่คะ
วิสัชนา
การจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่ผู้รับตามสัญญารายหนึ่ง ๆ มีจำนวนทั้งสิ้นไม่ถึง 1,000 บาท
1. การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2544 เป็นต้นมา ต้องมีจำนวนตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ถึง 1,000 บาท ในกรณีการจ่ายเงินได้พึงประเมินให้แก่ผู้รับตามสัญญารายหนึ่ง ๆ มีจำนวนทั้งสิ้นไม่ถึง 1,000 บาท ไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย
    คำว่า “สัญญารายหนึ่ง ๆ” หมายความว่า ในกรณีที่มีการตกลงทำสัญญากันในแต่ละคราว ๆ นั้น หากมีจำนวนเงินได้พึงประเมินที่ต้องจ่ายให้แก่ผู้มีเงินได้รายหนึ่ง ๆ ต้องมีจำนวนทั้งสิ้นถึง 1,000 บาท ให้คำนวณหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งหากแม้ในการจ่ายคราวหนึ่ง ๆ จะมีจำนวนไม่ถึง 1,000 บาทก็ตาม ก็ให้คำนวณหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่ายเช่นกัน ในทางตรงกันข้าม หากในแต่ละสัญญาที่ตกลงกันมีจำนวนเงินได้พึงประเมินที่จ่ายไม่ถึง 1,000 บาท เมื่อมีการจ่ายเงินได้พึงประเมินตามสัญญาดังกล่าว ก็ไม่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และแม้จะได้จ่ายร่วมกับสัญญาอื่น ซึ่งทำให้จำนวนเงิน ที่จ่ายในคราวนั้นถึง 1,000 บาท ก็ตาม ผู้จ่ายเงินได้ก็ไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย 

2. กรมสรรพากรได้คำชี้แจงกรมสรรพากรเรื่อง การหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 101/2544 เรื่อง สั่งให้ผู้จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 แห่งประมวลรัษฎากร มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ลงวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2544 ชี้แจงการหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เพิ่มเติมดังนี้
    การจ่ายเงินได้พึงประเมินที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2528 ต้องมีจำนวนตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้การจ่ายนั้นจะได้แบ่งจ่ายครั้งหนึ่ง ๆ ไม่ถึง 1,000 บาท กรณีดังกล่าว หมายความว่า
    (1) กรณีการทำสัญญารายหนึ่ง ๆ หรือครั้งหนึ่ง ๆ มีการตกลงจ่ายค่าจ้างหรือสินจ้างไม่ถึง 1,000 บาท ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตัวอย่างเช่น 
         (ก) กรณีการจ่ายค่าบริการที่เข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 ( 8 ) ให้กับธนาคารตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ และบริษัทตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ โดยเป็นการจ่ายค่าบริการที่ไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาระยะยาว หากค่าบริการแต่ละรายการที่ให้บริการ (Transaction) ในแต่ละครั้ง มีจำนวนไม่ถึง 1,000 บาท ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
         (ข) กรณีเจ้าของสินค้าทำสัญญาว่าจ้างผู้ขนส่งสินค้า โดยที่สัญญาดังกล่าวไม่เข้าลักษณะเป็นสัญญาระยะยาว หากค่าบริการแต่ละเที่ยวที่ขนส่งสินค้ามีจำนวนไม่ถึง 1,000 บาท ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
    (2) กรณีการทำสัญญารายหนึ่ง ๆ หรือครั้งหนึ่ง ๆ มีการตกลงจ่ายค่าจ้างหรือสินจ้างตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้จะแบ่งจ่ายเป็นหลายครั้ง ครั้งละไม่ถึง 1,000 บาท ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตัวอย่างเช่น บริษัท ก. จำกัด ทำสัญญาเช่าอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นจำนวน 1 คูหา จากนาง พ. เป็นระยะเวลา 20 ปี โดยชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน เดือนละ 950 บาท กรณีดังกล่าว แม้ว่าบริษัท ก. จำกัด จะชำระค่าเช่าในเดือนหนึ่ง ๆ ไม่ถึง 1,000 บาท ก็ตาม แต่โดยที่สัญญาเช่ามีระยะเวลา 20 ปี ซึ่งเมื่อรวมค่าเช่าตลอดอายุสัญญาเช่าแล้วเป็นจำนวนตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ดังนั้น เมื่อบริษัท ก. จำกัด ชำระค่าเช่าให้กับนาง พ. บริษัท ก. จำกัด จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย
    (3) กรณีการให้บริการตามสัญญาระยะยาวซึ่งไม่สามารถคำนวณค่าบริการที่จะได้รับทั้งสิ้นเป็นจำนวนที่แน่นอน แต่ผู้รับบริการจะต้องชำระค่าบริการภายในระยะเวลาที่กำหนดหากการจ่ายค่าบริการไม่ถึง 1,000 บาท ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย แต่หากการจ่ายค่าบริการครั้งต่อไปซึ่งเมื่อนำไปรวมกับค่าบริการครั้งที่ผ่านมาที่มีการจ่ายไปแล้วเป็นจำนวนตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย โดยจะต้องนำเงินค่าบริการที่จ่ายในครั้งก่อน ๆ มารวมคำนวณเพื่อหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ด้วย ตัวอย่างเช่น 
         (ก) กรณีการชำระค่าบริการการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัว ซึ่งแม้ว่าการชำระค่าบริการในครั้งหนึ่ง ๆ จะไม่ถึง 1,000 บาท แต่โดยที่การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์ติดตามตัวเข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามสัญญาระยะยาวผู้จ่ายเงินจึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 
         (ข) กรณีเจ้าของเครดิตการ์ดชำระหนี้ค่าสินค้าหรือค่าบริการด้วยเครดิตการ์ด ธนาคารหรือบริษัทเครดิตการ์ดจะจ่ายเงินให้กับร้านค้าและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากร้านค้า ซึ่งแม้ว่าการชำระค่าธรรมเนียมในครั้งหนึ่ง ๆ จะไม่ถึง 1,000 บาท แต่โดยที่การให้บริการชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการด้วยเครดิตการ์ดเข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามสัญญาระยะยาว ร้านค้าซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินจึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 
          (ค) กรณีการให้บริการของธนาคารแทนผู้จ่ายเงินโดยการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้รับเงินหรือจ่ายเช็คให้กับผู้รับเงิน เมื่อธนาคารเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้จ่ายเงิน ซึ่งแม้ว่าการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในครั้งหนึ่ง ๆ จะไม่ถึง 1,000 บาท แต่โดยที่การให้บริการดังกล่าวเข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามสัญญาระยะยาว ผู้จ่ายเงินจึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 
    (4) กรณีการทำสัญญาที่ผู้จ่ายเงินรายหนึ่งรายใดทำสัญญาในลักษณะทำนองเดียวกันหลาย ๆ สัญญากับผู้รับเงินรายเดียว ซึ่งแต่ละสัญญามีจำนวนไม่ถึง 1,000 บาท หากการจ่ายเงินหลาย ๆ สัญญาดังกล่าวรวมกันเป็นจำนวนตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตัวอย่างเช่น บริษัท ข. จำกัด ทำสัญญาประกันวินาศภัยทรัพย์สินกับบริษัทรับประกันภัย โดยจำแนกเป็น 3 สัญญา ได้แก่ สัญญาประกันวินาศภัยอาคาร สัญญาประกันวินาศภัยเครื่องจักร และสัญญาประกันวินาศภัยรถยนต์ ซึ่งหากบริษัท ข. จำกัด ได้จ่ายชำระค่าเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งสามสัญญารวมกันเป็นจำนวนตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป บริษัท ข. จำกัดมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย (ข้อ 1 ของคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 112/2545 ฯ)

ต่อข้อถาม ขอเรียนว่า 
1. กรณีมีบิลแยกกัน 2 บิล บิลแรกมีค่าบริการถึง 1,000 บิลที่ 2 เป็นค่าขนส่ง ไม่ถึง 1,000 ไม่มีสัญญาระยะยาว จ่ายพร้อมกัน เช่นนี้ ให้คำนวณหัก ณ ที่จ่าย เฉพาะค่าบริการเท่านั้น เนื่องจากมีจำนวนเงินค่าบริการถึง 1,000 บาท สำหรับบิลที่ 2 ค่าขนส่งที่มีจำนวนไม่ถึง 1,000 บาท จึงไม่ต้องคำนวณหัก ณ ที่จ่าย ทั้งนี้ ค่าบริการทั้งสองบิล เป็นคนประเภทจึงไม่ต้องนำมานับรวมกัน แต่อย่างใด 

2. กรณีเป็นค่าสินค้าถึง 1,000 บาท แต่ค่าบริการไม่ถึง 1,000 บาท เป็นบิลแยกกัน จ่ายพร้อมกัน บริษัทฯ ไม่สามารถหัก WHT ค่าบริการได้ เนื่องจากมีจำนวนเงินค่าบริการไม่ถึง 1,000 บาท



ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ 

คลิ๊กที่นี่ เพื่อติดตาม FB เพจ "อาจารย์ สุเทพ พงษ์พิทักษ์"

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์การท่องเว็บที่ดีขึ้น ข้อตกลงและนโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับ