Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์

ค่าปรับจากการส่งงบการเงินล่าช้าจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า / บริษัทไนทดรองจ่ายค่าบริการแทนบริษัทต่างประเทศ (Advanced)
| เรื่อง | ค่าปรับจากการส่งงบการเงินล่าช้าจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า / บริษัทไนทดรองจ่ายค่าบริการแทนบริษัทต่างประเทศ (Advanced) |
| แหล่งที่มา | Facebook อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ |
| วันที่ | วันที่ถาม 18/09/2025 - วันที่ตอบ 26/12/2025 |
| ประเภทภาษี | ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย,ภาษีเงินได้นิติบุคคล,ภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| ข้อกฎหมาย | มาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร |
| ปุจฉา | 1. ค่าปรับจากการส่งงบการเงินล่าช้าจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องบวกกลับหรือไม่คะ 2. 2 ก.ย. 2025 เวลา 11:55 น. 2.1 บริษัท K ในไทยสำรองเป็นค่าบริการให้คำปรึกษาด้านกฏหมายกับบริษัท B ในไทยแทนบริษัท P ในฟิลิปปินส์ คำถามมีดังนี้ค่ะ (1) ตามที่ถูกต้องบิลที่ออกเรียกเก็บจาก B ต้องเป็นชื่อ P ใช่ไหมคะ (2) หัก ณ ที่จ่ายก็ต้องจ่ายตามอนุสัญญาภาษีซ้อนคือ ภ.ง.ด.54 ไม่หักเพราะถือเป็นกำไรธุรกิจ ส่วน ภ.พ.30 นำส่ง 7% ถูกไหมคะ 2.2 บริษัท K ในไทยสำรองเป็นค่าบริการให้คำปรึกษาด้านกฏหมายกับบริษัท B ในไทยแทนบริษัท P ในฟิลิปปินส์ *กรณีที่บิลไม่สามารถออกในนาม P ได้ เนื่องจากสัญญาตั้งต้นเป็นของ K และ B ไม่ยินยอมจดสัญญาใหม่กับ P จึงให้ K จ่ายแทนคำถามมีดังนี้ค่ะ (1) เนื่องจากบิลเป็นชื่อบริษัท K ตอนจ่ายชำระให้ B ต้องหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.53 = 3% ใช่ไหมคะ (2) ภาษีซื้อที่เป็นชื่อ K ใช้สิทธิไม่ได้ต้องเป็นภาษีซื้อไม่ใช้สิทธิถูกไหมคะ |
| วิสัชนา | 1. ค่าปรับจากการส่งงบการเงินล่าช้าจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ใช่ค่าปรับตามกฎหมายภาษีอากร จึงไม่เข้าลักษณะเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ทวิ (6) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 40/2560 เรื่อง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2560 ดังนี้ บริษัทฯ จึงไม่ต้องบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50 แต่อย่างใด "ด้วยกรมสรรพากรได้ขอให้คณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรวินิจฉัยว่า 1. กรณีคณะกรรมการฯ ได้มีคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 10/2528 เรื่อง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2528 วินิจฉัยว่า เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร ค่าปรับอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร หมายถึงเบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับอาญาตามประมวลรัษฎากรเท่านั้น 2. ได้มีคําพิพากษาฎีกาที่ 1109/2559 วินิจฉัยว่า ค่าปรับอาญาและเงินเพิ่มภาษีอากรตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร มิใช่ค่าปรับและเงินเพิ่มตามประมวลรัษฎากรเท่านั้น แต่รวมถึงค่าปรับที่เป็นโทษทางอาญาและเงินเพิ่มภาษีอากรตามกฎหมายอื่นด้วย 3. แม้คําพิพากษาฎีกาตาม 2. จะมีผลบังคับเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น แต่คําวินิจฉัยของศาลฎีกาดังกล่าวย่อมส่งผลกระทบถึงการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่น ๆ ด้วย จึงควรพิจารณาว่า สมควรที่จะทบทวนคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 10/2528 เรื่อง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร หรือไม่ คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาและได้มีคําวินิจฉัยในการประชุมครั้งที่ 45/2560 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ว่า เนื่องจากเบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับทางอาญา เป็นการลงโทษผู้กระทำความผิด จึงไม่ควรให้นํามาลงเป็นรายจ่ายทางภาษีอีก เพราะจะเป็นการสนับสนุนบุคคลผู้กระทำความผิด ดังนั้น คําว่า เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร ให้หมายความถึง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่มภาษีอากร และค่าปรับทางอาญา ตามกฎหมายภาษีอากรทุกประเภท และให้ยกเลิกคําวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรที่ 10/2528 เรื่อง เบี้ยปรับและหรือเงินเพิ่ม และค่าปรับทางอาญา ตามมาตรา 65 ตรี (6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2528 ทั้งนี้ คําวินิจฉัยนี้ให้ใช้บังคับถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้แก่ วันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป 2. กรณีทดรองจ่ายแทนให้บริษัทต่างประเทศ (Advanced) 2.1 บริษัท K ในไทยจ่ายเงินทดรองเป็นค่าบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับบริษัท B ในไทยแทนบริษัท P ในฟิลิปปินส์ คำถามมีดังนี้ค่ะ (1) ตามที่ถูกต้องบิลที่ออกเรียกเก็บจาก B ต้องเป็นชื่อ P ถูกต้องแล้วครับ เพื่อความชัดเจนในการบันทึกบัญชี และการเรียกเก็บเงินกลับคืน (Reimbursement) (2) บริษัท K ไม่มีหน้าที่ต้องคำนวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ตามมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 4/2528 ฯ ลงวันที่ 26 กันยาย พ.ศ. 2528 และตามอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย – ฟิลิปปินส์ ค่าที่ปรักษาเข้าลักษณะเป็นกำไรธุรกิจ บริษัท B จึงไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายแห่งประเทศฟิลิปปินส์ แต่อย่างใด บริษัท P มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงต้องเรียกเก็บภาษีขายในอัตรา 7% จากบริษัท K และยื่นแบบ ภ.พ.30 ตามปกติ ถูกต้องแล้ว 2.2 บริษัท K ในไทยสำรองเป็นค่าบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายกับบริษัท B ในไทยแทนบริษัท P ในฟิลิปปินส์ *กรณีที่บิลไม่สามารถออกในนาม P ได้เนื่องจากสัญญาตั้งต้นเป็นของ K และ B ไม่ยินยอมจดสัญญาใหม่กับบริษัท P จึงให้บริษัท K จ่ายแทน นั้น (1) เนื่องจากบิลเป็นชื่อบริษัท K ตอนจ่ายชำระให้ B ต้องหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.53 = 3% โดยถือเป็นรายจ่ายของบริษัท K ถูกต้องแล้ว (2) ภาษีซื้อที่เป็นชื่อบริษัท K ดังนั้น บริษัท K ย่อมมีสิทธินำภาษีซื้อดังกล่าวใช้เครดิตหักภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มได้ ขอขอบคุณข้อมูลจาก FB อ.สุเทพ พงษ์พิทักษ์ ที่อนุญาตให้นำความรู้ดีๆ มาเเบ่งปันใน Website Tax-EZ ค่ะ |