ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ

กรรมการบริษัทอาจต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัวแม้กระทำการในขอบอำนาจ หากไม่โปรงใสและทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย
| เรื่อง | กรรมการบริษัทอาจต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัวแม้กระทำการในขอบอำนาจ หากไม่โปรงใสและทำให้บุคคลภายนอกเสียหาย | ||
| แหล่งที่มา | ข้อพิพาทกฏหมายที่น่าสนใจ | ||
| วันที่ | |||
| ประเภทภาษี | |||
| ข้อกฎหมาย | ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 | ||
| คำถาม | กรรมการทำในขอบอำนาจบริษัท แต่ไม่โปร่งใสจนเจ้าหนี้เสียหาย ต้องรับผิดส่วนตัวหรือไม่? |
||
| คำตอบ | คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2563 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167, ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 เนื้อหา : โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 12,913,063.46 บาท พร้อมดอกเบี้ยและค่าปรับ เนื่องจากโจทก์ให้บริการจองห้องพักแก่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน แต่จำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าบริการตามที่ตกลงกัน จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 ความสัมพันธ์ระหว่างกรรมการบริษัทกับบุคคลภายนอกให้บังคับตามหลักตัวแทน กล่าวคือ หากกรรมการกระทำการภายในขอบอำนาจของบริษัท การกระทำนั้นย่อมผูกพันบริษัทซึ่งเป็นตัวการ และกรรมการโดยหลักไม่ต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอกเป็นการส่วนตัวก็ตาม อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงในคดีปรากฏว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการของบริษัทจำเลยที่ 3 ใช้บัญชีเงินฝากส่วนตัวในการรับและจ่ายเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท โดยบริษัทไม่มีบัญชีธนาคารของตนเองสำหรับดำเนินธุรกิจ การดำเนินการดังกล่าวเป็นการผิดปกติวิสัยของการประกอบธุรกิจและส่อไปในทางไม่โปร่งใส เนื่องจากไม่สามารถตรวจสอบรายการทางบัญชีหรือฐานะทางการเงินของบริษัทได้ อีกทั้งยังทำให้กรรมการสามารถเบิกจ่ายเงินของบริษัทได้โดยง่าย โดยไม่ต้องบันทึกรายการบัญชีของบริษัท ทั้งที่บริษัทยังคงมีหนี้สินค้างชำระต่อโจทก์ ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นการมุ่งให้บริษัทเป็นผู้รับผิดแต่เพียงผู้เดียว ทั้งที่ทรัพย์สินของบริษัทมีไม่เพียงพอต่อการชำระหนี้ อันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลภายนอก การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต ไม่อาจได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1167 ได้ ดังนั้น จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับบริษัทและจำเลยที่ 1 ในหนี้ดังกล่าวต่อโจทก์ ส่วนค่าปรับที่โจทก์เรียกร้องนั้น โจทก์ไม่สามารถนำสืบให้เห็นถึงข้อตกลงหรือประเพณีทางการค้าที่รองรับการเรียกค่าปรับดังกล่าวได้ ศาลจึงไม่ให้เรียกค่าปรับ แต่ให้เรียกดอกเบี้ยผิดนัดตามกฎหมายได้
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ที่ปรึกษาด้านกฏหมายทั่วไป เช่น การยื่นขอใบอนุญาตต่างๆ และ การตรวจสอบข้อกฎหมาย จัดทำระเบียบข้อบังคับบริษัทและหนังสือสัญญาการจ้างงาน จัดทำและตรวจทานหนังสือสัญญา รับคำปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้านแรงงาน รับคำปรึกษาด้านการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา บริการงานด้านมรดก และอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ แผนกกฏหมาย (ทนายความ) ติดต่อโดยตรง : 02-261-8182 E-mail : legal@aapth.com |
ให้การสนับสนุนด้านกฏหมายทั่วไป